วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

นานาสาระเรื่องการเริ่มเดินเครื่องปั๊มและคอมเพรสเซอร์ MO Memoir : Tuesday 18 November 2557

หลังจากที่นำเรื่องการเริ่มเดินเครื่องปั๊มหอยโข่งลง blog ไปเมื่อวาน ก็มีการร้องขอมาทาง facebook ว่าขอเรื่องเกี่ยวกับ positive displacement pump บ้าง ซึ่งผมก็ได้ตอบเขาไปทาง facebook แล้วแต่เห็นว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นอีกด้วย ก็เลยขอนำเอาคำตอบที่ตอบเขาไปนั้นมาเรียบเรียงใหม่ใน Memoir ฉบับนี้
  
เรื่อง positive displacement pump นี้ผมต้องขอยอมรับว่าค่อนข้างอ่อนประสบการณ์ เพราะไม่ค่อยจะได้เจอ และมันก็มีอยู่หลากหลายชนิดด้วย (เช่น piston pump, gear pump, screw pump) ที่ผมเคยเจอและเรียนมาก็มีแต่ปั๊มลูกสูบที่ปรับระยะช่วงชักได้ที่เขาเรียก metering pump

แต่โดยหลักแล้วจะเริ่มเดินเครื่องอย่างไรก็มักจะเริ้นต้นดูที่ "ตัวขับเคลื่อนหรือ driver" เป็นหลักก่อน

ปั๊มหอยโข่ง (หรือ centrifugal pump) มันอาศัยการเพิ่มพลังงานจลน์ให้กับของเหลวงด้วยแรงเหวี่ยงของใบพัด (หรือเรียกว่าเพิ่ม velocity head) จากนั้นพลังงานจลน์ดังกล่าวก็จะเปลี่ยนไปเป็นความดัน (หรือ pressure head) ทางด้านขาออกของปั๊ม ช่องว่าง (หรือ clearance) ระหว่างตัวใบพัดเองกับตัวเรือน (casing หรือ housing) ของปั๊มนั้นก็มาก ดังนั้นถ้าของเหลวถูกเหวี่ยงออกไปจากตัวปั๊มไม่ได้ มันก็จะถูกปั่นกวนวิ่งวนอยู่ตัวเรือนของปั๊ม
  
พวก positive displacement นั้นอาศัยการสร้างความดัน (pressure head) ให้กับของเหลวโดยตรง ช่องว่างระหว่างส่วนที่ทำหน้าที่ผลักดันของเหลว เช่นลูกสูบ (ในกรณีของ piston pump) เฟือง (ในกรณีของ gear pump) หรือสกรู (ในกรณีของ screw pump) นั้นจะน้อยกว่า (หรือแทบไม่มี) กรณีของ centrifugal pump มาก เพราะถ้ามีช่องว่างมากเมื่อใด แทนที่ของเหลวจะถูกผลักดันไปข้างหน้า มันจะรั่วไหลย้อนกลับแทน

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับทั่วไปจะกินกระแสมากที่สุดตอนที่มันไม่หมุน ตอนนั้นมันจะเหมือนกับเราลัดวงจรไฟฟ้าด้วยขดลวดทองแดง แต่พอมันเริ่มหมุนแล้วจะกินกระแสลดลง ส่วนจะกินกระแสมากน้อยเท่าใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับload ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของมอเตอร์ในการเริ่มเดินเครื่องจึงต้องให้มันมี load น้อยที่สุดและให้มันหมุนจนได้ความเร็วรอบการทำงานของมันอย่างรวดเร็วที่สุด
  
(มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้กันมากที่สุดในโรงงานเห็นจะได้แก่มอเตอร์เหนี่ยวนำ (หรือ induction motor) ซึ่งมันจะมี slip ทำให้ความเร็วในการหมุนของมันแตกต่างจากความเร็วซิงโครนัส แต่ถ้าอยากได้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับที่หมุนด้วยความเร็วเดียวกับความเร็วซิงโครนัสก็ต้อไปใช้ synchronus motor ซึ่ง synchronus motor นี้ผมเองก็ยังไม่เคยได้สัมผัสกับตัวจริงสักที)

ในกรณีของ centrifugal pump มอเตอร์จะมีโหลดน้อยที่สุดก็ตอนที่ flow เป็นศูนย์ (แต่ในขณะนี้ความดันด้านขาออกจะมากที่สุด เพราะ velocity head ทั้งหมดถูกเปลี่ยนไปเป็น pressure head) นั่นคือเหตุผลว่าทำไมตอนเริ่มเดินเครื่องปั๊มหอยโข่งเราจึงปิด discharge valve แต่ถ้าหากมีปัญหาเรื่องอุณหภูมิของของเหลวที่ใกล้จุดเดือดด้วย เราเลยต้องยอมให้มีของเหลวบางส่วนไหลผ่านตัวปั๊มเพื่อไม่ให้มีของเหลวค้างอยู่ในปั๊ม ไม่เช่นนั้นมันจะเดือดในปั๊ม และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไปจึงต้องมี minimum flow line หรือต้องเปิด discharge valve เอาไว้เล็กน้อยตอน start up
  
หลักการเดียวกันนี้ก็ใช้กับ centrifugal compressor ด้วย แต่ในกรณีของ centrifugal compressor นั้น load จะต่ำสุดที่ค่า ΔP หรือผลต่างระหว่างความดันด้านขาออกและด้านขาเข้าเป็นศูนย์ นั่นคือทางด้านขาออก แก๊สที่ถูกอัดความดันจะต้องไหลออกได้ง่ายโดยไม่มีความต้านทานใด ๆ ดังนั้นถ้าเป็นกรณีของการอัดอากาศก็จะเป็นการดูดอากาศจากภายนอกเข้ามาอัด แล้วปล่อยออกสู่อากาศภายนอกอีกที พอความเร็วรอบมอเตอร์ได้ที่ก็ค่อยปิดช่องทางระบายอากาศทิ้ง ให้อากาศที่ถูกอัดนั้นไหลเข้าระบบแทน (รูปที่ ๑ ซ้าย)
  
แต่ถ้าเป็นแก๊สอันตรายตัวอื่นก็จะใช้วิธีการ recycle แก๊สด้านขาออกกลับไปทางด้านขาเข้า 100% เรียกว่าท่อวนกลับก็ขนาดพอ ๆ กับท่อจ่ายออกก็ได้ แถมเปิดวาล์วท่อวนกลับนี้ไว้เต็มที่อีก (ซึ่งตรงจุดนี้ต่างจากปั๊ม เพราะท่อวนกลับของปั๊มจะเล็กว่าท่อจ่ายออก หรือไม่ก็มีวาล์วควบคุมการไหลอีกที ให้ไหลวนกลับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) พอมอเตอร์หมุนได้ความเร็วรอบก็ลดอัตราการไหลวนกลับ (หรือปิดท่อวนกลับเลย) และจ่ายเข้าสู่ระบบแทน (รูปที่ ๑ ขวา)
 
รูปที่ ๑ ในกรณีของคอมเพรสเซอร์นั้นมอเตอร์จะมี load ต่ำสุดเมื่อแก๊สถูกอัดตัวน้อยที่สุด หรือผลต่างระหว่างความดันด้านขาออกและด้านขาเข้าเป็นศูนย์ ถ้าเป็นการอัดอากาศ (ซ้าย) ในกรณีที่ด้าน downstream ของวาล์ว V1 ไม่มีความดันใด ๆ (กล่าวคือเป็นความดันบรรยากาศ) อาจจะปิดวาล์วระบายทิ้ง V2 และเปิด V1 เพื่อจ่ายอากาศเข้าระบบเลยก็ได้ แต่ถ้าด้าน downstream ของวาล์ว V1 นั้นมีความดันสูง ก็จะเปิดวาล์วระบาย V2 และปิดวาล์ว V1 (เพื่อกันไม่ให้อากาศด้านความดันสูงไหลย้อนเข้าคอมเพรสเซอร์) พอมอเตอร์ขับคอมเพรสเซอร์หมุนได้ความเร็วรอบก็ค่อยปิดวาล์ว V2 และเปิดวาล์ว V1 เพื่อจ่ายอากาศความดันเข้าระบบ แต่ถ้าเป็นระบบแก๊สอันตรายหรือไม่ควรปล่อยทิ้งออกสู่อากาศโดยตรง (ขวา) ก็จะให้แก๊สที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ทั้งหมดไหลเวียนกลับมายังด้านขาเข้าใหม่ แล้วพอมอเตอร์ขับคอมเพรสเซอร์หมุนได้ความเร็วรอบก็ค่อยปิดวาล์ว V2 และเปิดวาล์ว V1 เพื่อจ่ายแก๊สอัดความดันเข้าระบบ

แต่ถ้าใช้ steam turbine ในการขับเคลื่อน (ไม่ว่าปั๊มหรือคอมเพรสเซอร์) จะต้องค่อย ๆ เพิ่มความเร็วรอบการหมุนขึ้นอย่างช้า ๆ เพื่อให้อุปกรณ์มีเวลา "ขยายตัว" เนื่องจากความร้อนที่รับมาจากไอน้ำที่ใช้ขับเคลื่อน ซึ่งตรงนี้ผมถึงเขียนทิ้งไว้ในบทความฉบับที่แล้วด้วยว่า ถ้าเอาปั๊มที่มีอุณหภูมิอยู่ที่อุณหภูมิห้องนั้นไปใช้กับของเหลวที่ร้อนมากนั้น อาจต้องรอสักพักจึงค่อยเริ่มเดินเครือง เพื่อให้ปั๊มได้อุ่นขึ้นและชิ้นส่วนต่าง ๆ ขยายตัวเนื่องจากจากความร้อนของเหลวร้อนนั้นก่อน

ในกรณีของปั๊มหอยโข่งนั้น แม้ไม่มีของเหลวไหลออก แต่มันก็ไหลวนอยู่ในปั๊ม ตัวใบพัดเองมันก็หมุนได้ แต่ถ้าเป็นปั๊มลูกสูบนั้น เนื่องจากเราไม่สามารถอัดของเหลวให้มีปริมาตรเล็กลงได้ ดังนั้นถ้าของเหลวไหลออกไปจากกระบอกสูบไม่ได้ ลูกสูบก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าไม่ได้ มอเตอร์ก็จะหมุนไม่ได้ (มันใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนผ่านระบบเฟืองหรือกลไกที่เปลี่ยนการเคลื่อนที่แบบหมุนเป็นการเคลื่อนที่เชิงเส้น) มันจะเหมือนกับเราเอาอะไรไปขัดใบพัดพัดลมไว้ไม่ให้หมุน แล้วก็เปิดพัดลม รับรองได้ว่ามอเตอร์พัดลมไหม้แน่ ดังนั้นในกรณีของปั๊มลูกสูบเราจึงต้อง "เปิด" discharge valve หรือไม่ก็ต้องมีการติดตั้ง relief valve ไว้ทางด้านขาออกของปั๊ม (ปั๊มลูกสูบมันจะมี check valve ในตัวมันเองอยู่แล้ว) เผื่อเกิดปัญหาด้านวาล์วด้าน discharge ปิดสนิท (เช่นด้าน discharge มีการติดตั้ง control valve)
ที่ผมเคยเจอคือกรณีของปั๊มลูกสูบแบบปรับระยะช่วงชักได้ ก่อนที่จะเริ่มเดินเครื่องปั๊มก็จะตั้งระยะช่วงชักให้เป็นศูนย์ก่อน คือให้อัตราการไหลเป็นศูนย์ก่อน (มอเตอร์จะเริ่มหมุน แต่ไม่ไปขับกลไกที่ทำหน้าที่ผลักดันลูกสูบให้เครื่องที่) ซึ่งจะทำให้มอเตอร์กินไฟตอน start up ต่ำสุด พอเริ่มเดินเครื่องได้แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มระยะช่วงชักเพื่อให้ได้อัตราการไหลที่ต้องการ
 
รูปที่ ๒ การทำงานของปั๊มลูกสูบ (piston pump) ที่เป็น positive displacement ปั๊มแบบหนึ่ง รูปนี้นำมาจาก memoir ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๕๙๕ วันเสาร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๖ เรื่อง "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับปั๊มตอนที่ ๒"
 
สิ่งที่อยากจะฝากทิ้งท้ายไว้ก็คือการเขียนคู่มือการปฏิบัติงานหรือ operation manual นั้นควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและอุปกรณ์เป็นหลัก และคำนึงถึงการปฏิบัติได้จริงด้วย การนำเอาวิธีการจากระบบที่ "คล้ายคลึง" กันมาใช้โดยไม่มีการตรวจสอบว่าสามารถใช้ได้เลยกับระบบที่เราทำงานอยู่นั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ บ่อยครั้งที่ปัญหาที่เกิดนั้นมันไม่ได้ทำความเสียหายให้กับอุปกรณ์ทันทีที่เราใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม แต่มันไปลด "อายุการใช้งาน" ของอุปกรณ์ดังกล่าวให้หดสั้นลง

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

นานาสาระเรื่องการเริ่มเดินเครื่องปั๊มหอยโข่ง MO Memoir : Monday 17 November 2557

ปั๊มหอยโข่ง (centrifugal pump) จัดว่าเป็นปั๊ม (หรือบางทีก็เรียกว่า "เครื่องสูบ") ที่ใช้งานกันแพร่หลายมากที่สุดในโรงงาน สำหรับสถานที่ที่มีไฟฟ้าเข้าถึงก็มักจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนปั๊มหอยโข่ง แต่สำหรับปั๊มที่มีการเคลื่อนย้ายสถานที่ติดตั้งไปได้เรื่อย ๆ (เช่นปั๊มใช้สูบน้ำท่วม) ก็อาจใช้เครื่องยนต์เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งเครื่องยนต์อาจไปหมุมปั๊มโดยตรงหรือไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ที่หมุนปั๊มอีกทีก็ได้
  
แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ใช้ "ไอน้ำ" เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตัวโรงงานสามารถผลิตไอน้ำได้มากเกินความต้องการสำหรับการถ่ายเทความร้อน หรือเป็นเพราะต้องการเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบ โดยเฉพาะกับปั๊มตัวสำคัญ ทั้งนี้เพราะถ้าเป็นปั๊มที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และทางโรงงานเองซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตภายนอกทั้งหมด ทางโรงงานจะไม่มีทางทราบได้เลยว่าไฟฟ้าที่ซื้อมานั้นจะเกิดเหตุขัดข้องเมื่อใดบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียดังกล่าวทางโรงงานก็อาจทำการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองสำหรับจ่ายไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าของปั๊มตัวสำคัญนั้นโดยตรง (สำหรับโรงงานที่ไม่มีการใช้ไอน้ำหรือไม่ได้ใช้ไอน้ำที่ความดันสูงเพียงพอที่จะขับเคลื่อนกังหันไอน้ำ) หรือไม่ก็เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกังหันไอน้ำ (สำหรับโรงงานที่มีการผลิตไอน้ำใช้อยู่แล้ว)
  
เนื่องจากปั๊มหอยโข่งจัดเป็นอุปกรณ์ที่มีจำนวนการใช้งานที่มากตัวหนึ่งในโรงงาน และยังมีการใช้กับของเหลวที่มีอุณหภูมิ ความดัน และคุณสมบัติทางเคมีแตกต่างกัน แถมยังมีรูปแบบการติดตั้งท่อด้านขาเข้าที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเขียนคู่มือสำหรับการเริ่มต้นเดินเครื่องปั๊มหอยโข่งจึงขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้ง ชนิดและอุณหภูมิของของเหลวที่ทำการสูบ และสภาพการทำงาน เช่น

- เริ่มต้นเดินเครื่องจากสภาพที่ไม่มีของเหลวทั้งด้านขาเข้าและด้านขาออก เช่นเมื่อโรงงานเริ่มต้นเดินเครื่องหลังสร้างเสร็จหรือการ shut down ที่มีการระบายของเหลวทุกอย่างออกจากระบบ

- เริ่มต้นเดินเครื่องเมื่อมีของเหลวอยู่ทางด้านขาออก เช่นการเริ่มเดินเครื่องปั๊มสำรอง (spare pump) ที่ติดตั้งอยู่คู่กับปั๊มหลักเพื่อทำการซ่อมแซมปั๊มหลัก หรือการเริ่มต้นเดินเครื่องปั๊มหลักหลังการซ่อมแซมเสร็จ ก่อนที่จะทำการปิดเครื่องปั๊มสำรอง


รูปที่ ๑ ตัวอย่างการติดตั้งปั๊มหอยโข่งเพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำที่อยู่ต่ำกว่าระดับติดตั้งปั๊ม (suction lift)
  
ดังนั้นใน Memoir ฉบับนี้จึงจะขอยกตัวอย่างแนวทางการเขียนคู่มือเริ่มเดินเครื่องปั๊มหอยโข่ง โดยพยามยามจะให้ครอบคลุมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ควรต้องคำนึงให้มากที่สุด (เท่าที่จะนึกออกในขณะที่เขียน) เพื่อให้ผู้ที่เริ่มเรียนรู้ได้มีแนวทางในการเขียนคู่มือการใช้งาน

ปั๊มหอยโข่งนั้นไม่สามารถทำสุญญากาศได้เพียงพอที่จะดูดของเหลวจากระดับที่ต่ำกว่าตำแหน่งติดตั้งปั๊มได้ ดังนั้นก่อนที่ปั๊มจะสามารถทำการจ่ายของเหลวออกไปได้นั้นจำเป็นต้องมีการเติมของเหลวให้เต็มตัวปั๊มก่อน ถ้าเป็นปั๊มจุ่มหรือที่เรียกว่าไดโว่นั้น เราจมทั้งตัวปั๊ม (คือส่วนที่มีใบพัด) และตัวมอเตอร์ (ส่วนที่ทำหน้าที่หมุนใบพัด) ลงไปในของของเหลว (ปรกติก็ใช้กับน้ำ) ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการเติมของเหลวให้เต็มตัวปั๊ม แต่ถ้าเป็นปั๊มชนิดที่ติดตั้งบนบก ก็ต้องหาวิธีการเติมน้ำให้เต็มตัวปั๊มก่อนให้ได้

เริ่มจากกรณีแรกก่อนที่เป็นการสูบน้ำจากแหล่งน้ำที่อยู่ต่ำกว่าท่อทางเข้าของปั๊มน้ำตามระบบที่แสดงในรูปที่ ๑ โดยสมมุติว่าท่อทั้งด้านขาเข้าและด้านขาออกนั้นไม่มีของเหลว การติดตั้งแบบนี้พบเห็นทั่วไปในการสูบน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ

ปั๊มจะเริ่มจ่ายของเหลวออกไปได้ก็ต่อเมื่อมันสามารถสูบของเหลวเข้ามาในปั๊มได้ แต่เนื่องจากปั๊มหอยโข่งไม่มีความสามารถในการทำสุญญากาศได้มากพอที่จะดูดน้ำขึ้นมาหาตัวปั๊ม ดังนั้นก่อนจะเริ่มเดินเครื่องปั๊มจึงต้องมีการ "ล่อน้ำ" (หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า priming) ก่อน การ "ล่อน้ำ" ในที่นี้ก็คือการเติมน้ำให้เต็มจากปลายท่อด้านที่จุ่มอยู่ในน้ำจนมันท่วมตัวปั๊ม ดังนั้นการติดตั้งปั๊มแบบนี้จึงมักจะมีวาล์วป้องกันการไหลย้อนกลับ (check valve หรือ non-return valve) ติดตั้งอยู่ที่ปลายด้านที่จุ่มอยู่ในน้ำ วาล์วกันการไหลย้อนกลับที่ติดตั้งที่ปลายท่อแบบนี้เรียกว่า foot valve คือมันจะยอมให้น้ำจากแหล่งภายนอกไหลเข้าไปในท่อดูดได้ แต่จะป้องกันไม่ให้น้ำในท่อดูดไหลออก

ดังนั้นในการเขียนคู่มือการเดินเครื่อง (operating manual) สำหรับการเริ่มเดินปั๊มเมื่อไม่มีของเหลวในปั๊ม เราอาจเริ่มต้นจาก (ไม่จำเป็นต้องทำตามนี้เสมอไป แต่หลักสำคัญก็คือสิ่งใดต้องทำก่อนก็ต้องมาก่อนสิ่งที่ต้องทำทีหลัง)

. ตรวจสอบว่าวาวล์ V1 V2 และ V3 อยู่ในตำแหน่งปิด
. เปิดวาล์ว V1 และ V2 ให้สุด
. ทำการล่อน้ำโดยเติมน้ำด้วยการ .... (ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นปั๊มขนิดไหนและออกแบบระบบไว้อย่างไร)....
. กดสวิตช์เริ่มเดินเครื่องปั๊ม
. เปิด V3 จนสุด

การล่อน้ำให้กับท่อด้านขาเข้านั้นทำได้หลายแบบ ในกรณีที่เป็นปั๊มขนาดเล็กนั้นอาจมีจุดสำหรับเติมน้ำเพื่อการล่อน้ำอยู่ที่ตัวปั๊มโดยตรง (ดูรูปที่ ๒) สำหรับปั๊มขนาดใหญ่นั้นอาจจะต้องทำขึ้นเองที่ระบบท่อ โดยอาจมีจุดสำหรับเติมน้ำ (กรอกด้วยมือ) หรือใช้น้ำจากแหล่งอื่นมาเติม (เช่นน้ำประปา หรือน้ำที่จ่ายมาจากปั๊มตัวอื่น)

ส่วนวาล์วด้านขาออก V3 นั้นควรจะอยู่ในตำแหน่ง ปิด หรือ slightly open หรือ half open นั้นขึ้นอยู่กับของเหลวที่ทำการสูบว่ามีอุณหภูมิใกล้จุดเดือดหรือไม่ และระบบท่อนั้นมีการติดตั้ง minimum flow line (หรือ kick back line) หรือไม่ โดยปรกติแล้วถ้าหากมีการติดตั้ง minimum flow line ก็มักจะเปิดวาล์ว (V2 - ถ้ามี) ที่ minimum flow line นี้เอาไว้โดยปิดวาล์วด้านขาออก V3 แต่ถ้าไม่มี minimum flow line ก็ต้องกลับมาพิจารณาอุณหภูมิของของเหลวที่ปั๊มทำการสูบ ถ้าหากเป็นของเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือดของของเหลวนั้นมาก ก็สามารถปิด V3 เอาไว้ได้ แต่ถ้าเป็นของเหลวที่มีอุณหภูมิใกล้จุดเดือด ก็อาจต้องเปิด V3 เอาไว้บ้าง แต่จะไม่เปิดจนสุด ที่ผมเคยเจอที่เปิดมากที่สุดคือเปิดเอาไว้ครึ่งนึง โดยเป็นปั๊มสูบกลับไอน้ำที่ควบแน่น (steam condensate) ที่มีอุณหภูมิสูงและส่งกลับไปยังหม้อน้ำความดันสูง

minimum flow line มักจะมีในกรณีที่มีโอกาสที่ท่อด้านขาออกจะถูกปิด ทำให้ไม่มีของเหลวไหลผ่านปั๊มได้ เช่นในกรณีที่มีการติดตั้งวาล์วควบคุมการไหลไว้ทางด้านขาออก


รูปที่ ๒ ปั๊มน้ำที่สูบน้ำจากบ่อพักใต้อาคารเพื่อจ่ายไปยังอาคารชั้นต่าง ๆ ปั๊มตัวนี้มีกรวยสำหรับกรอกน้ำเพื่อการล่อน้ำอยู่ที่ตัวปั๊มดังแสดงในรูป

สำหรับผู้ที่ต้องการทบทวนความรู้เกี่ยวกับปั๊มหอยโข่งและระบบ piping รอบตัวปั๊ม สามารถไปอ่านย้อนหลังได้ที่ Memoir ต่อไปนี้
ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑๒๒ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เรื่อง "ฝึกงานภาคฤดูร้อน๒๕๕๓ ตอนที่ ๖ ระบบ pipingของปั๊มหอยโข่ง"
ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑๒๘ วันพฤหัสบดีที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ เรื่อง "ฝึกงานภาคฤดูร้อน ๒๕๕๓ ตอนที่ ๘ NetPositive Suction Head (NPSH)"
ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๔๕๖ วันจันทร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง "เก็บตกฝึกงานฤดูร้อน๒๕๕๕"
ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๔๖๕ วันเสาร์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ เรื่อง "ปั๊มน้ำดับเพลิงในอาคาร"

แต่ก็มีเหมือนกันสำหรับปั๊มหอยโข่งชนิดที่เรียกสามารถล่อน้ำเองได้หรือ self priming นั้น (เช่นตัวอย่างที่นำมาให้ดูในรูปที่ ๓ ข้างล่าง) แม้ว่าจะไม่ต้องทำการเติมน้ำให้เต็มท่อ แต่ก็ต้องเติมน้ำเข้าไปในตัวปั๊มก่อน มันจึงจะสามารถทำการล่อน้ำด้วยตนเองน้ำ (ปั๊มที่ซื้อมามันไม่มีน้ำเติมอยู่ข้างในให้หรอก คนใช้ต้องเติมเอาเอง) รายละเอียดการทำงานของของปั๊มชนิดนี้ไม่ขอกล่าวในที่นี้



รูปที่ ๓ ปั๊มหอยโข่งชนิด self priming ปั๊มตัวนี้ใช้สูบน้ำจากบ่อพักใต้อาคารเพื่อจ่ายไปยังชั้นต่าง ๆ ของอาคารเช่นกัน

ที่เห็นในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปั๊มหอยโข่งที่ใช้ในหน่วยผลิตต่าง ๆ จะติดตั้งที่ระดับต่ำกว่าระดับผิวของเหลวที่จะทำการสูบ (เรียกว่า flooded suction) เช่นตัวอย่างที่แสดงในรูปที่ ๔ ในกรณีเช่นนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องการล่อน้ำ (ขอใข้คำว่าน้ำก็แล้วกัน แม้ว่าของเหลวนั้นจะไม่ใช่น้ำ) เพราะเพียงแค่เปิดวาล์วด้านขาเข้า (V1) ของเหลวก็จะไหลเข้าสู่ตัวปั๊มได้เอง แต่ที่มีปัญหามากกว่าน่าจะเป็นว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้อากาศ (หรือแก๊ส) ทึ่อยู่ในระบบท่อและตัวปั๊มนั้นระบายออกไป ไม่เช่นนั้นของเหลวก็จะไหลเข้าตัวปั๊มไม่ได้
  
สมมุติว่าเริ่มจากการที่ท่อด้านขาออกยังไม่มีของเหลวใด ๆ ถ้าระบบ piping รอบตัวปั๊มนั้นมีท่อ minimum flow line อยู่ และท่อนี้ย้อนกลับไปยังถังเก็บของเหลวโดยปลายท่อด้านถังเก็บของเหลวนั้นอยู่สูงกว่าระดับของเหลวในถัง ดังนั้นด้วยการเปิดวาล์วด้านขาเข้า (V1) และวาล์วท่อไหลย้อนกลับ (V2) โดยที่วาล์วด้านขาออก (V3) ปิดอยู่นั้น ของเหลวก็สามารถไหลเข้าเต็มทั้งท่อด้านขาเข้าและตัวปั๊มได้
  
แต่ถ้าไม่มีท่อไหลย้อนกลับ หรือท่อไหลย้อนกลับนั้นไม่ได้กลับไปที่ถังเก็บของเหลว แต่กลับไปเพียงแค่ท่อด้านขาเข้า การเปิดเพียงแค่วาล์วด้านขาเข้า (V1) และวาล์วท่อไหลย้อนกลับ (V2) โดยที่วาล์วด้านขาออก (V3) ปิดอยู่นั้นจะทำให้ของเหลวไหลเข้าตัวปั๊มได้ไม่เต็ม เพราะอากาศ (หรือแก๊ส) ที่อยู่ในระบบท่อจะถูกอัดขึ้นไปทางด้านท่อขาออก ดังนั้นในกรณีนี้อาจต้องมีการเปิดวาล์วด้านขาออก (V3) ช่วยเพื่อให้อากาศ (หรือแก๊ส) ที่เดิมอยู่ในปั๊มนั้นไหลออกไปได้


รูปที่ ๔ ตัวอย่างการติดตั้งปั๊มหอยโข่งที่ระดับของเหลวด้านขาเข้าอยู่สูงกว่าตั้งปั๊ม

ดังนั้นในกรณีตามรูปที่ ๔ ที่มีท่อไหลย้อนกลับ สำหรับการเริ่มต้นเดินเครื่องปั๊มเมื่อทั้งตัวปั๊มและท่อด้านขาออกยังไม่มีของเหลวใด ๆ เลยนั้นเราอาจเขียนขั้นตอนการปฏิบัติได้ดังนี้

. ตรวจสอบว่าวาวล์ V1 V2 และ V3 อยู่ในตำแหน่งปิด
. เปิดวาล์ว V2 ให้สุด
. ค่อย ๆ เปิด V1 เพื่อเติมของเหลวเข้าในในตัวปั๊ม (แก๊สในตัวปั๊มจะระบายออกทางท่อไหลย้อนกลับ) จนกระทั่งเปิด V1 จนสุด
. กดสวิตช์เริ่มเดินเครื่องปั๊ม
. เปิด V3 จนสุด

แต่ถ้าเป็นระบบที่ไม่มีท่อไหลย้อนกลับ เราอาจต้องเขียนขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้

. ตรวจสอบว่าวาวล์ V1 และ V3 อยู่ในตำแหน่งปิด
. เปิดวาล์ว V3 เพียงเล็กน้อย (เพื่อการระบายแก๊สที่อยู่ในตัวปั๊มออกไป)
. ค่อย ๆ เปิด V1 เพื่อเติมของเหลวเข้าในในตัวปั๊ม จนกระทั่งเปิด V1 จนสุด
. กดสวิตช์เริ่มเดินเครื่องปั๊ม
. เปิด V3 จนสุด

ที่เขียนมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่การให้ "แนวความคิด" ในการเขียนคู่มือปฏิบัติเท่านั้น สำหรับการใช้งานจริงยังต้องมีการพิจารณาส่วนประกอบอื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วย ปัจจัยหนึ่งที่ไม่ได้นำมาพิจารณาในที่นี้คือ "อุณหภูมิ" ของของเหลวที่จะทำการปั๊มกับอุณหภูมิของตัวปั๊มเอง สำหรับของเหลวที่มีอุณหภูมิสูงนั้นหลังจากเติมของเหลวเข้าปั๊มแล้ว อาจยังต้องรอสักพักก่อนเพื่อให้ปั๊มร้อน และชิ้นส่วนต่าง ๆ มีการขยายตัว ก่อนที่จะเริ่มเดินเครื่องปั๊มก็ได้

ปั๊มหอยโข่งจะทำงานได้ดีเมื่อ "ไม่มี" อากาศ (หรือแก๊ส) ค้างอยู่ในท่อทางเข้าและในตัวเรือน (housing หรือ casing) ของปั๊ม การป้องกันไม่ให้มีอากาศ (หรือแก๊ส) ค้างอยู่ในท่อด้านขาเข้าทำได้ด้วยการวางท่อให้มีการลาดเอียงเล็กน้อย ในกรณีของการสูบของเหลวจากระดับที่ต่ำกว่าตัวปั๊ม (รูปที่ ๑) ท่อควรวางลาดเอียงสูงขึ้นมาทางตัวปั๊ม เพื่อที่อากาศที่อยู่ในท่อด้านขาเข้าจะระบายออกทางด้านขาออกของตัวปั๊มผ่านตัวปั๊มไป แต่ถ้าเป็นปั๊มที่ระดับของเหลวด้านขาเข้าสูงกว่าระดับปั๊ม (รูปที่ ๒) ท่อด้านขาเข้าจะลาดเอียงต่ำลงมาทางตัวปั๊มเพื่อให้แก๊สในท่อด้านขาเข้านั้นลอยออกไปทางทิศด้านสูบของเหลวเข้า
  
ในส่วนของตัวปั๊มเองนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีอากาศ (หรือแก๊ส) ค้างอยู่ในตัวปั๊ม (ณ ตำแหน่งด้านบนสุดของตัวเรือน) จึงมักจะวางท่อทางออกไว้ที่ตำแหน่งบนสุด (รูปที่ ๕ ซ้ายและกลาง) แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ตำแหน่งท่อทางออกนั้นไม่ได้อยู่ ณ จุดสูงสุดของตัวเรือน แต่อยู่ทางด้านข้าง (รูปที่ ๕ ขวา) ในกรณีหลังนี้จะมีอากาศ (หรือแก๊ส) ค้างอยู่ในตัวเรือนได้ เพื่อไล่อากาศออกจากบริเวณดังกล่าวจึงมักมีการติดตั้ง vent valve ไว้ที่ตำแหน่งดังกล่าว ดังนั้นสำหรับปั๊มที่มีลักษณะเช่นนี้เวลาที่เติมของเหลวเข้าในตัวปั๊มจึงควรมีการระบุไว้ในคู่มือปฏิบัติการไว้ด้วยว่าให้เปิด vent valve ดังกล่าว (สำหรับของเหลวอันตรายเช่นน้ำมันเชื้อเพลิง อาจเปิดเพียงแค่ crack open ก็พอ เพื่อไม่ให้ของเหลวนั้นรั่วไหลออกมามากเกินไป เพราะในขณะนี้ของเหลวด้านขาเข้าปั๊มมีความดันเนื่องจากระดับความสูงของของเหลที่สูงกว่าปั๊ม) ในกรณีเช่นนี้เราอาจต้องเขียนคู่มือการปฏิบัติงาน (ขอยกตัวอย่างสำหรับระบบที่มีท่อไหลย้อนกลับตามรูปที่ ๔) ดังนี้

. ตรวจสอบว่าวาวล์ V1 V2 และ V3 อยู่ในตำแหน่งปิด
. เปิดวาล์ว V2 ให้สุด
. ค่อย ๆ เปิด V1 เพื่อเติมของเหลวเข้าในในตัวปั๊ม (แก๊สในตัวปั๊มจะระบายออกทางท่อไหลย้อนกลับ) จนกระทั่งเปิด V1 จนสุด
. crack open vent valve ที่อยู่ด้านบนของตัวเรือนเพื่อไล่แก๊สออก พอเห็นของเหลวซึมออกมากก็ให้ปิด vent valve
. กดสวิตช์เริ่มเดินเครื่องปั๊ม
. เปิด V3 จนสุด


รูปที่ ๕ ตำแหน่งท่อทางออกจากตัวเรือนของปั๊มหอยโข่ง (ซ้ายและกลาง) ทางออกอยู่ที่ระดับสูงสุดของตัวเรือน (ขวา) ทางออกอยู่ที่ระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดของตัวเรือน

ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อจะเขียนคู่มือการเริ่มเดินเครื่องปั๊มหอยโข่งเมื่อท่อด้านขาออกยังไม่มีของเหลวใด ๆ ในการเขียนคู่มือใช้งานสำหรับระบบจริงนั้นควรต้องมีการพิจารณาเป็นกรณีไป และในกรณีที่ท่อด้านขาออกมีของเหลวอยู่ (เช่นโรงงานอยู่ในระหว่างเดินเครื่อง) อาจต้องพิจารณาถึงการไล่อากาศออกจากตัวปั๊มโดยไม่ให้มีหลงเหลือหรือหลุดรอดเข้าไปในระบบด้วย

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

นานาสาระเรื่องการเปิดวาล์ว MO Memoir : Saturday 15 November 2557

เรื่องที่เขียนนี้เป็นสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้มาจากวิศวกรรุ่นพี่ท่านต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยฝึกงานที่โรงกลั่นน้ำมันเล็ก ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ (ขณะนั้นโรงกลั่นนั้นยังใช้ปั๊มขับเคลื่อนด้วยไอน้ำอยู่เลย) ไปจนถึงช่วงจบใหม่ ๆ ที่ไปทำงานก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีแถวมาบตาพุด และได้ไปฝึกอบรมการเดินเครื่องโรงงานที่ประเทศญี่ปุ่น (ไปใช้ขีวิตเข้ากะกับคนงานชาวญี่ปุ่นอยู่พักนึง) ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นเรื่องที่ "บอกเล่ากันปากต่อปาก" ได้หรือไม่ เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีการบันทึกเป็นภาษาไทยไว้ที่ไหนบ้างหรือเปล่า
  
สมัยนั้นยังไม่มีการอบรมเรื่องการทำงานหรือความปลอดภัยใด ๆ ในการทำงาน เรียกว่าเป็นการเรียนรู้กันเองหน้างานเลย เรียนรู้จากการเดินตามหลังวิศวกรรุ่นพี่ ช่วยงานวิศวกรรุ่นพี่ นั่งกินข้าวเที่ยงและกินข้าวเย็นด้วยกัน (บังเอิญหน่วยงานที่ผมไปทำงานนั้นเขาไม่นิยมกินเหล้ากัน อาจมีตอนเย็นบ้างเล็กน้อย แต่ก็ประเภทเหล้าหนึ่งกลมวิศวกรสิบคนกินกันได้หลายเดือน แต่จะไปหนักกินนมกันก่อนนอนมากกว่า)
  
ในการรับการอบรมจากบุคคลากรต่างชาตินั้น เรามักจะใช้ภาษา "อังกฤษ" เป็นสื่อกลางในการติดต่อ ถ้าเป็นการติดต่อกับผู้ที่มาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักหรือทางยุโรปก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาเท่าใดนัก ที่ตัวผมเองเคยปัญหามาก็คือกับทางญี่ปุ่น เพราะเวลาที่เราต้องเรียนรู้เรื่องเทคนิคการปฏิบัตินั้น เขาจะส่งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานทางด้านปฏิบัติการจริงมาเป็นผู้ฝึกสอน แต่ก็มีปัญหาเรื่องความรู้ภาษาอังกฤษของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น แม้ว่าจะมีการจัดล่ามแปลจากภาษาญี่ปุ่นมาเป็นภาษาอังกฤษให้ แต่ตัวล่ามเองก็มักจะไม่ได้มีความรู้ทางด้านศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง ทำให้ข้อความที่แปลมานั้นไม่ครบถ้วนได้ และอาจก่อปัญหาขึ้นได้เมื่อฝ่ายผู้รับถ่ายทอดนำสิ่งที่รับรู้มานั้น (ซึ่งไม่ครบถ้วน) ไปใช้งาน

ตัวอย่างเรื่องที่ยกขึ้นมาใน Memoir ฉบับนี้คือเรื่องเกี่ยวกับศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการ "เปิดวาล์ว"

หน้าที่ของวาวล์ในโรงงานนั้นอาจแบ่งออกได้เป็น
- ควบคุมการไหล โดยหน้าที่หลักคือปิดหรือเปิด
- ควบคุมอัตราการไหล โดยหน้าที่หลักคือปรับอัตราการไหลผ่านวาล์วให้มีค่าตามที่กำหนด
- ควบคุมทิศทางการไหล โดยทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนทาง
- ควบคุมความดัน โดยทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์

ส่วนวาล์วมีกี่ชนิดและมีหน้าตาอย่างไร ใช้ในการทำหน้าที่อะไรนั้น สามารถอ่านย้อนหลังได้จาก Memoir

ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๓๒ วันจันทร์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ เรื่อง "วาล์วและการเลือกใช้ (ตอนที่ 1)"
ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๓๓ วันพุธที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๒ เรื่อง "วาล์วและการเลือกใช้(ตอนที่2)"
ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓๔๘ วันอาทิตย์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๔ เรื่อง "วาล์วและการเลือกใช้ตอนที่ ๓"
ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๖๕๕ วันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ เรื่อง "Gatevalve กับGlobevalve"
ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๖๖๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๖ เรื่อง "Gatevalve, Ball valve และNeedlevalve"

ในที่นื้ผมขอจำกัดเฉพาะกับกรณีแรกคือวาล์วที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหล โดยในระหว่างการเดินเครื่องปรตินั้นวาล์วดังกล่าวอาจอยู่ในตำแหน่งที่เปิดเต็มที่หรือปิดสนิท แต่กรณีที่นำมาเล่านี้จะเป็นกรณีที่สมมุติว่าตัวโรงงานหรือเครื่องจักรหรือหน่วยผลิตนั้นไม่ได้อยู่ระหว่างการเดินเครื่อง และวาล์วต่าง ๆ นั้นปิดอยู่ โดยเรากำลังจะเริ่มเปิดวาล์วให้ของไหลต่าง ๆ ไหลเข้าสู่ระบบ
  
การเปิดวาล์วขึ้นอยู่กับกลไกการเปิด วาล์วประเภท gate valve และ globe valve จะมีล้อ (wheel) อยู่ทางด้านบนที่ใช้ในการเลื่อนตัว gate (ในกรณีของ gate valve) หรือตัว plug (ในกรณีของ globe valve) ขึ้น (เพื่อเปิด) หรือลง (เพื่อปิด) วาล์วสองประเภทนี้ไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็จะต้องใช้เวลาในการปิด-เปิด เพราะต้องทำการหมุน wheel หลายรอบกว่าที่จะเปิดวาล์วได้สุดหรือปิดวาล์วได้สนิท
  
วาล์วพวก ball valve และ butterfly valve ใช้การหมุนตัวลูกบอล (ในกรณีของ ball valve) หรือ gate (ในกรณีของ butterfly valve) เพียงแค่ 90 องศาโดยใช้ก้านวาล์ว (handle) ก็สามารถทำการเปิดวาล์วได้สุดหรือปิดวาล์วได้สนิท แต่ในบางกรณีการเปิดหรือปิดวาล์วอย่างรวดเร็วเกินไปก็อาจก่อให้เกิดปัญหากับระบบท่อได้ เช่นในกรณีของการเปิดวาล์วจ่ายไอน้ำเข้าสู่ระบบท่อ downstream ที่ยังเย็นอยู่

ในคู่มือใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสภาวะการเดินเครื่องที่ steady state (สภาวะคงตัว) เวลาที่กล่าวว่าวาล์วตัวใดอยู่ในตำแหน่งเปิดหรือปิดนั้นมักจะหมายความว่า "เปิดเต็มที่ (fully open)" หรือ "ปิดสนิท (fully close)" เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น แต่ถ้าจะเขียนคู่มือเพื่อการ "เริ่มต้นเดินเครื่อง (start up)" หรือ "หยุดเดินเครื่อง (shut down)" นั้น การบอกแต่เพียงว่าให้ "เปิด (open)" หรือ "ปิด (close หรือ shut)" อาจไม่เพียงพอ บ่อยครั้งที่พบว่าต้องมี "กิริยาวิเศษณ์ (adverb)" หรือ "คำขยาย" กิริยาเปิดหรือปิดนั้นด้วย กล่าวคือ "เปิดมาก-น้อยเท่าใด" และ "เปิดช้า-หรือเร็ว" เท่าใด
  
ปัญหาที่เคยพบก็คือเวลาที่รับการถ่ายทอดวิธีการมาจากชาวต่างชาติผ่านทางภาษาอังกฤษนั้น ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการ "เปิดมาก-น้อยเท่าใด" และ "เปิดช้า-หรือเร็ว" นั้นมีโอกาสสูงที่จะขาดหายไปเมื่อผู้รับนั้นแปลข้อความภาษาอังกฤษที่รับมานั้นเป็นภาษาไทย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้พูดเอง (ที่ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ) ไม่สามารถแปลความหมายในภาษาของเขาออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่ถูกต้องได้ (ความหมายผิดเพี้ยน) หรือไม่ได้แปลออกมา (ความหมายหายไป) หรือเป็นเพราะตัวล่ามเองไม่เข้าใจคำศัพท์ทางเทคนิค ก็เลยไม่ได้แปลคำนั้นออกมาหรือไม่ก็แปลเพี้ยนไป หรือไม่ก็ตัวผู้รับเองไม่เข้าใจความแตกต่างของคำขยายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เมื่อเขียนคู่มือฉบับภาษาไทยออกมาจึงมีใจความสำคัญขาดหายไป

ในที่นี้จะขอเริ่มจากศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ "ขนาดของการเปิด" หรือ "เปิดมาก-น้อยเท่าใด" ก่อน และเป็นการเปิด-ปิดด้วยมือ (manual operate)

"Crack open" เป็นการเปิดที่น้อยมาก คือค่อย ๆ หมุนล้อ (หรือก้านวาล์ว) อย่างช้า ๆ พอรู้สึกว่าเริ่มมีของไหลไหลผ่านวาล์วเท่านั้นก็หยุดเปิด (อาจต้องใช้การฟังเสียงหรือความรู้สึกของผู้เปิด) การเปิดวาล์วแบบนี้บางทีเขาก็พูดสั้น ๆ ว่า crack valve
  
ตัวอย่างหนึ่งของการเปิดวาล์วในรูปแบบนี้คือวาล์วระบบจ่ายไอน้ำ เมื่อจะเริ่มจ่ายไอน้ำเข้าสู่ระบบท่อที่ยังเย็นอยู่ เช่นเมื่อด้าน upstream ของวาวล์วมีไอน้ำจ่ายเข้ามาแล้ว แต่ท่อด้าน downstream (หรือด้าน process) ยังเย็นอยู่ (หรืออยู่ที่อุณหภูมิห้อง) ถ้าเปิดวาล์วให้ไอน้ำไหลเข้าสู่ระบบท่อที่เย็นนั้นรวดเร็วเกินไป จะเกิดไอน้ำควบแน่นเป็นของเหลวในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาค้อนน้ำหรือที่เรียกว่า "water hammer" อย่างรุนแรงจนอาจทำให้ระบบท่อเสียหายได้ และยังอาจก่อปัญหาให้กับระบบ steam trap (กับดักไอน้ำ) ที่ใช้ในการระบายไอน้ำที่ควบแน่น (steam condensate หรือบางทีก็เรียกย่อว่า condensate) เพราะจะทำให้ steam trap ระบายไอน้ำที่ควบแน่นเป็นของเหลวได้ไม่ทัน
  
ในกรณีเช่นนี้เราต้องเริ่มเปิดวาล์วแบบ crack open ก่อน โดยในช่วงแรกอาจจะได้ยินเสียงดังที่เกิดจาก water hammer บ้าง แต่จะไม่รุนแรง พอระบบท่อเริ่มร้อนขึ้น (ฟังจากเสียงดังที่เกิดจาก water hammer หายไปหรือเริ่มไม่มี steam condensate ระบายออกทาง steam trap ส่วนจะใช้เวลานานเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับระบบ downstream ว่าใหญ่แค่ไหน ถ้าใหญ่มากก็คงต้องรอนานหน่อย) ก็ค่อย ๆ เปิดวาล์วจ่ายไอน้ำให้เปิดมากขึ้นเล็กน้อย แล้วคอยสังเกตว่าเกิด water hammer หรือไม่ ถ้ารู้สึกว่ามี water hammer เกิดขึ้นก็ให้หยุดเปิด และรอจนกว่า water hammer จะหายไป ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเปิดวาล์วจ่ายไอน้ำได้สุด
  
แต่ถ้าเป็นท่อไอน้ำขนาดใหญ่ บางทีจะมีการติดตั้งวาล์วตัวเล็ก (แทนที่จะต้องทำการ crack open วาล์วตัวใหญ่) bypass วาล์วตัวใหญ่เพื่อช่วยในการอุ่นระบบท่อ downstream ซึ่งเรื่องนี้เคยเล่าเอาไว้แล้วใน Memoir ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๕๐๓ วันจันทร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๕ เรื่อง "วาล์วตัวเล็กbypassวาล์วตัวใหญ่"
  
การเปิดวาล์วเมื่อไม่แน่ใจว่าด้าน upstream นั้นมีความดันคงค้างอยู่หรือเปล่า หรือการเปิดเพื่อระบายความดันและ/หรือแก๊สออกจากระบบ ก็อาจเปิดวาล์วแบบ crack open นี้ก่อนเพื่อความปลอดภัย อย่างเช่นในกรณีที่เราจะเปิดวาล์วที่ปลายท่อระบายออกสู่บรรยากาศนั้น (เช่นพวก drain valve ที่ใช้ระบายของเหลว หรือ vent valve ที่ใช้ระบายแก๊ส ที่ติดตั้งตามระบบท่อหรือ pressure vessel ต่าง ๆ) ถ้าในระบบมีความดันที่สูงอยู่ การเปิดวาล์วรวดเร็วเกินไปจะทำให้ของไหลในระบบฉีดพุ่งออกมาภายนอกอย่างรุนแรงจนอาจเกิดอันตรายได้ เช่นในกรณีของ drain valve ที่ระบายลงสู่พื้น ของเหลวที่พุ่งลงกระทบพื้นอย่างแรงจะกระเด็นเข้าหาตัวผู้เปิดวาล์วได้
  
"Slightly open" หรือการเปิดเพียงเล็กน้อยเป็นการเปิดวาล์วที่มากกว่า crack open แต่เปิดไม่ถึงครึ่งหรือที่เรียกว่า "Half open" อีกคำหนึ่งที่มีความหมายว่าเปิดเพียงบางส่วนคือ "Partially open" ซึ่งไม่ได้เจาะจงว่าเปิดมากหรือเปิดน้อย บอกแต่เพียงว่าไม่ได้เปิดเต็มที่หรือ "Fully open" วาล์วพวก gate valve นั้นในระหว่างการ start up หรือ shut down ระบบอาจต้องมีการเปิดวาล์วค้างในแบบ slightly open หรือ partially open หรือ half open ได้ แต่จะไม่ทำการเปิดในรูปแบบดังกล่าวในระหว่างการเดินเครื่องปรกติ เพราะ gate valve ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานอย่างต่อเนื่องในสภาพที่เปิดวาล์วแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนั้น แต่ถ้าเป็นพวก globe valve หรือ ball valve หรือ butterfly valve ก็อาจเปิดค้างในตำแหน่งslightly open หรือ partially open หรือ half open ในระหว่างการเดินเครื่องปรกติได้

ถัดไปจะเป็นเรื่องของอัตราเร็วในการเปิด

คำขยายที่ใช้บอกความเร็วในการเปิด (หรือปิด) วาล์วนั้นมีทั้งแบบ "ช้า ๆ" หรือ slowly open "ค่อย ๆ เปิด" หรือgradually open และ "เปิดอย่างรวดเร็ว" หรือ quickly open พวก gate valve และ globe valve ที่เปิดปิดด้วยมือนั้นมันจะเปิดหรือปิดอย่างรวดเร็วไม่ได้อยู่แล้ว เพราะต้องใช้มือหมุนล้อ แต่ถ้าเป็นแบบใช้แรงดันลมก็อาจปิดเปิดได้เร็ว พวก ball valve และ butterfly valve นั้นอาจจะค่อย ๆ เปิดหรือเปิดอย่างรวดเร็วก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละเหตุการณ์
  
ตัวอย่างของงานที่อาจต้องมีการเปิด/ปิดวาล์วอย่างช้า ๆ เคยเล่าไว้แล้วใน Memoir ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑๖๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เรื่อง "การปิด controlvalve"

เรื่องสำคัญมากอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปฏิบัติงาน (หรือ operator) ต้องคำนึงคือ เมื่อวาล์วต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่มันควรเป็นแล้ว (เช่นเปิดหรือปิด) ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้มันเปลี่ยนตำแหน่ง (เช่นจากเปิดเป็นปิด หรือจากปิดเป็นเปิด) ในช่วงเวลาที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือโดยไม่ตั้งใจ
  
การเปลี่ยนตำแหน่งแบบโดย "ตั้งใจ" อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากตัวผู้ปฏิบัติงานเองต้องการไปเปิดหรือปิดวาล์วตัวนั้น แต่วาล์วตัวนั้น "ไม่ใช่" วาล์วที่ควรจะถูกเปลี่ยนตำแหน่ง การเปลี่ยนตำแหน่งแบบนี้เกิดได้กับวาล์วทุกชนิด
  
รูปที่ ๑ ในกรอบสี่เหลี่ยมคือ ball valve ของระบบ control valve ในที่นี้มีก้านวาล์วสำหรับหมุนปิด-เปิดวาล์วติดตั้งคาอยู่ ตำแหน่งที่แสดงในรูปคือตำแหน่งที่วาล์วอยู่ในตำแหน่งเปิด แต่ในระหว่างการใช้งานจริงนั้นวาล์วตัวในกรอบล่างจะต้องเปิด ส่วนวาล์วในตัวกรอบบนจะอยู่ในตำแหน่งปิด ในกรณีเช่นนี้สำหรับวาล์วตัวบนควรต้องมีการตรวจสอบดูว่าพื้นที่บริเวณรอบข้างนั้นกว้างเพียงพอที่จะหมุนก้านวาล์วได้ครบ ๙๐ องศาหรือไม่ ส่วนในวงรีมุมขวาบนนั้นเป็น ball valve ขนาดเล็กของท่อลมที่ใช้ขับเคลื่อนวาล์วควบคุมให้เปิดหรือปิด ที่แสดงในภาพนั้นวาล์วอยู่ในตำแหน่งปิด

การเปลี่ยนตำแหน่งแบบโดย "ไม่ตั้งใจ" นั้นเกิดได้ง่ายกับพวก ball valve ขนาดเล็กหรือขนาดไม่ใหญ่มาก ที่ปรกติแล้วมักจะมีก้านวาล์วคาติดอยู่ที่ตัววาล์ว (ดูรูปที่ ๑ ประกอบ) สิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ก็คือการที่ผู้ปฏิบัติงานไปเดินชนก้านวาล์วหรือมีสิ่งใดก็ตามไปชนให้ก้านวาล์วเปลี่ยนตำแหน่ง หรืออาจเกิดการลื่นล้มเสียหลัก มือก็เลยไปคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวโดยอัตโนมัติแล้วไปคว้าเอาก้านวาล์วเข้า หรือใช้เป็นที่แขวนสิ่งของ

การป้องกันการเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนตำแหน่งวาล์วโดยไม่ตั้งใจอาจทำได้โดย
  
- การทำเครื่องหมาย (tag) ไว้ที่ต้ววาล์วหรือการตั้งชื่อวาล์วหรือระบบท่ออย่างเด่นชัดว่า วาล์วตัวนี้เป็นวาล์วของระบบท่ออะไร และใส่รายละเอียดในขั้นตอนการปฏิบัติงาน (หรือการฝึกหัด) ให้ชัดเจนว่าเวลาลงไปปฏิบัติงาน xxxx นั้นให้ไปจัดการกับวาล์วชื่อ yyyy อย่างไรบ้าง
  
- การนำเอาก้านวาล์วที่ใช้หมุนลูกบอลออก แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เอาไปเก็บ แต่อาจใช้โซ่คล้องแขวนเอาไว้กับตัววาล์ว เวลาจะใช้งานแต่ละครั้งก็สวมก้านวาล์วลงไป ใช้งานเสร็จก็ถอดออกแล้วปล่อยให้มันแขวนห้อยอยู่ข้าง ๆ ตัววาล์ว แต่วิธีนี้ต้องคำนึงด้วยว่าปรกติพวก ball valve จะใช้ตำแหน่งของตัวก้านวาล์วเองนั้นเป็นจุดสังเกตว่าวาล์วเปิดหรือปิดอยู่ ดังนั้น ball valve ที่จะทำแบบนี้ได้จึงควรที่จะต้องมีเครื่องหมายบนแกนที่ใช้หมุนลูกบอลที่ระบุว่าวาล์วอยู่ในตำแหน่งเปิดหรือปิด การทำแบบนี้เหมาะจะใช้กับวาล์วที่มีการเปิด-ปิดบ่อยครั้งในระหว่างการทำงาน
  
- ถอดเอาก้านวาล์วไปเก็บหรือใช้โซ่คล้องกุญแจ (ในกรณีของ gate valve และ globe valve ที่ใช้ล้อหมุนเปิด-ปิดวาล์ว) วิธีการนี้มักจะใช้กับวาล์วตัวสำคัญที่ไม่ได้มีการเปิด-ปิดบ่อยครั้ง แต่การเปิด-ปิดวาล์วเหล่านี้มักจะเป็นกรณีที่พิเศษที่ต้องมีการขออนุมัติขอใบอนุญาต ต้องมีระบบเอกสารที่เรียกว่า work permit ที่มีผู้อนุญาตให้เปิด (หรือปิด) วาล์ว (ถ้ามีการคล้องกุญแจก็ต้องมีการเบิกกุญแจ) มีผู้รับหน้าที่ไปทำการเปิด (หรือปิด) วาล์วตัวนั้น และเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็ต้องมีเอกสารยืนยันว่าได้ทำการปิด (หรือเปิด) วาล์วตัวนั้นกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมและคล้องโซ๋และล็อคกุญแจเอาไว้ตามเดิมเรียบร้อยแล้ว (มีการคืนกุญแจและการตรวจสอบตำแหน่ง) ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละที่ว่าจะกำหนดขั้นตอนการทำงานกันอย่างไร

วาล์วตัวเล็กในวงกลมมุมซ้ายบนของรูปที่ ๑ เป็นวาล์วท่ออากาศอัดความดันที่ใช้ในการควบคุมการเปิด-ปิดอากาศอัดความดันที่ส่งไปควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วควบคุม (ตัวสีดำข้างซ้าย) ในระหว่างการเดินเครื่องนั้นวาล์วตัวนี้ควรต้องอยู่ในตำแหน่งเปิด แต่ด้วยขนาดของวาล์วและตำแหน่งที่ติดตั้ง จะเห็นได้ว่ามีโอกาสสูงที่วาล์วตัวนี้จะถูกเปลี่ยนตำแหน่ง (เช่นจากเปิดเป็นปิด) ได้โดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจากเหตุการณ์ใดก็ตาม ดังนั้นอาจจะเป็นการดีกว่าที่จะทำการถอดก้านวาล์วของวาล์วตัวนี้ออก หรือหาทางล็อกมันเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันถูกหมุนโดยไม่ตั้งใจ

สิ่งสำคัญเวลาเขียนคู่มือปฏิบัติงานคือควรต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน ต้องไม่ให้ผู้อ่านนั้นเกิดความสงสัยหรือตีความเป็นอย่างอื่นได้ (ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย) เพราะคนที่รับการถ่ายทอดความรู้จากผู้ฝึกสอนนั้นอาจไม่ได้ทำงานในตำแหน่งดังกล่าวตลอดไป แต่คู่มือปฏิบัติงานนั้นจะยังคงอยู่ ดังนั้นจึงควรที่คู่มือจะมีความชัดเจนชนิดที่เรียกว่าคนใหม่ที่มาอ่านเอกสารดังกล่าวก็สามารถทำงานได้เหมือนคนเก่าโดยไม่ต้องไปถามคนเก่าว่าต้องทำอย่างไร
  
นอกจากนี้ตัวคู่มือเองไม่ควรจะบอกเพียแค่ว่าให้ทำอะไร ทำอย่างไร แต่ควรจะบอกให้สังเกตพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่สำคัญที่เกี่ยวข้องด้วยในระหว่างการทำงานดังกล่าว (เช่น เสียง การสั่นสะเทือน การเปลี่ยนแปลงความดัน ฯลฯ) ว่ามีความผิดปรกติหรือไม่อย่างไร ที่มีปัญหามากเห็นจะเป็นเรื่องเสียง เพราะในหน่วยการผลิตมันมักจะมีเสียงจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก เสียงที่เกิดจากความผิดปรกตินั้นก็ยากที่จะระบุเว้นแต่จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานในบริเวณนั้นมาก่อนจึงจะรู้ว่ามันมีเสียงดังผิดปรกติไปจากที่เคยมี เสียงผิดปรกติตรงนี้มันมีทั้งเสียงประหลาดที่มีเพิ่เติมเข้ามาและเสียงเดิมที่หายไป ตรงนี้ผมก็เคยเจอปัญหาเช่นกันตอนที่เขาให้ไปลองฟังเสียงตลับลูกปืน (bearing) ที่เริ่มเกิดความเสียหายว่ามันมีเสียงแหลมเหมือนเสียงโลหะกระทบกันแทรกเข้ามาเป็นช่วง ๆ ในระหว่างที่มอเตอร์หมุน ตัวอย่างปัญหาเรื่องเสียงที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ในแลปเรานั้นเคยเล่าไว้บ้างแล้วใน Memoir
  
ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๖๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ เรื่อง "เสียงอะไรดัง"
ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓๓๕ วันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เรื่อง "การทำวิทยานิพนธ์ภาคปฏิบัติตอนที่ ๓๐ เมื่อพีค GCออกมาผิดเวลา(อีกแล้ว)" และ
ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๔๑๘ วันจันทร์ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๕ เรื่อง "การทำวิทยานิพนธ์ภาคปฏิบัติตอนที่ ๓๖ อย่าด่วนโทษ variac"

ป้ายกำกับ

-OH (3) 2 (1) 2-dimethylbutane (1) 2014 (29) 2512 (1) 2527 (1) 2528 (1) 2529 (1) 2530 (1) 3 (1) 3-dimethyl-2-butanol (1) absorbance (1) acentric factor (1) acetylene (6) addition (2) adsorption (9) agent orange (1) alkane (2) alkene (2) ammonia (8) amylene (1) anatase (2) aromaticity (2) aryl halide (1) autoclave (10) auxochrome (1) Avicel PH-101 (1) Bagration (1) Baking (1) ball valve (5) bangkok (2) Barbarossa (1) base line (6) beaker (1) benzaldehyde (5) benzene (9) Bernoulli's equation (1) BET (13) Bhopal (3) big cleaning (1) BLEVE (1) blind flange (1) blower (1) BOD (2) breather valve (1) BST (6) bursting disc (1) butanol (1) C-H bond (1) calcination (1) calcium carbide (1) calibration curve (5) capillary column (1) caprolactam (1) carbide precipitation (1) carbocation (5) carbon (1) carbon disulfide (1) carcinogen (1) carrier gas (10) cat walk (1) catalyst (10) Cauchy (3) cavitation (1) centrifugal pump (5) check valve (2) chemisorb 2750 (8) chemisorption (3) chicago pile one (1) chlorine (2) chlorobenzene (2) christmas tree (1) chromatogram (28) chromatography (6) chromophore (1) Citadel (1) CNG (2) CO2 (1) CO2 hydrogenation (1) Coal liquefaction (1) COD (1) coffee break (1) Colloidal catalyst (1) column (4) compressor (2) compressor performance curve (1) conductive polymer (1) cone roof (2) conjugated double bonds (2) cresol (3) CS2 (1) CuCl2 (1) curve fitting (4) cyclohexane (1) cyclohexanol (1) cyclopentane (1) cyclosarin (1) Deer hunter (1) dehydration (2) dehydroxylation (1) DeNOx (88) dibutyl ether (1) differential pressure transmitter (1) dioxin (2) dispersion (2) distillation curve (1) DO (1) dp cell (1) draeger tube (2) drain valve (1) drum (2) ecd (18) electron capture detector (12) electron paramagnetic resonance (1) electron spin resonance (1) electrophile (1) electrophilic (5) elevated flare (1) Eley-Rideal (1) encapsulate (1) EPR (3) equation of state (6) ESR (4) esterification (1) ethane (1) ethanol (4) ethylbenzene (4) ethylene (4) explosion (4) explosion proof (1) Facebook (1) Feyzin (2) FID (4) fire fly (1) Fischer-Tropsch (1) Fityk (5) fixed-bed (9) flame arrester (1) flame ionisation detector (3) flame ionization detector (3) Flame photometric detector (11) flare system (8) flare tip (1) Flixborough (2) floating roof (2) flooded drain (1) fluidised-bed (2) fluoride (1) foot valve (1) formal (1) formality (1) FORTRAN (1) FPD (12) Freundlich (1) FT-IR (10) furnace (4) gas chromatograph (49) gasification (1) gasoline (1) gate valve (6) Gaussian (4) gaussian quadrature (1) GC (57) gc-14 (1) gc-2014 (54) GC-8A (6) gc-9A (6) gear pump (1) GHSV (1) globe valve (5) glove box (1) glucose (1) ground flare (2) H2S (1) halogenation (2) Hayesep DB (1) HDPE (1) heterocyclic system (1) heterogeneous (3) homogeneous (2) hot plate (4) hydration (1) hydraulic test (1) hydrogen (2) hydrogen sulfide (2) hydrogenation (7) hydroxyl (4) hydroxylation (34) ICP (1) imide (1) Imperial College (1) in situ (1) infrared (6) intania 68 (1) Intania 69 (1) intania 70 (1) Intania 71 (1) intania 73 (1) interferogram (3) interferometer (1) interpolation (1) inverse response (1) iodine (2) ionic character (1) IR (5) isomer (1) isopentane (1) isopropanol (1) isotherm (5) jocking pump (1) katarometer (2) kinetic (3) Kjeldahl (1) knockout drum (1) Kwong (5) Langmuir (3) Langmuir-Hinshelwood (2) Lewis acid (3) lift check valve (1) liquid seal (3) LNG (1) long wave (1) Lorentzian (3) LPG (5) machine bolt (2) magnetic stirrer (5) mass flow controller (8) math modelling (1) methane (1) methyl isocyanate (2) methylene blue (2) MIC (2) MO memoir (2) molar (1) molecular seal (1) mustard (2) My Lai (1) N2O (12) NaOH (2) needle valve (2) Newton-Raphson (1) NG (1) NGL (1) NGV (1) NH3 (21) NH3-TPD (15) nitric oxide (2) nitroaldol (1) nitroethane (1) nitrotoluene (1) Nitrous oxide (6) NO (6) NOA-7000 (6) nonreturn valve (2) normality (1) nornal (1) NOx (17) NPSH (1) NPT (1) NTP (1) nuclear reactor (1) nucleophile (1) nucleophilic (1) orifice (1) packed column (1) packed-bed (8) packing (2) pdd (22) PE (1) peak deconvolution (9) peak fitting (12) Peng (1) pentane (2) pH meter (2) pH probe (2) phenol (6) photocatalyst (2) physisorption (3) PID (1) pinacolyl alcohol (1) pipe (1) pipe rack (1) pipe support (1) pipette (2) piping (9) piston pump (1) plot plan (1) plug valve (1) pneumatic test (1) polyethylene (2) polymerisation (3) polystyrene (1) Postdoc (1) power factor (1) pressure regulator (3) pseuephedrine (1) public health (1) pulse discharge detector (17) pump (9) pump curve (2) purge reduction seal (1) PV diagram (2) PVC (1) pyridine (5) pyrolysis (1) pyrophoric (2) quench drum (1) reaction (2) reactor (9) Redlich (5) REDOX (1) reduction (1) relief valve (1) Robinson (1) roots blower (1) rotameter (2) rotary pump (1) rupture disc (1) rutile (1) safety glass (1) safety valve (2) sampling valve (11) sarin (1) saturator (1) Scherrer's equation (6) SCR (84) SCR. hydroxylation (1) scrubber (1) seal drum (2) septum (3) Seveso (3) share (1) shockwatch (1) Shut down (1) signal to noise ratio (2) silanol (1) single point (5) SO2 (9) SO3 (1) Soave (2) solvent extraction (1) soman (1) split ration (1) stainless steel (1) steam (1) stereoisomer (2) stirred reactor (1) storm (1) STP (1) stud bolt (1) styrene (1) substitution (3) superacid (1) surface area (2) surge (2) surging (2) swagelok (1) swing check valve (1) switch gear (1) syphon tube (1) syringe (3) syringe pump (1) t-amyl alcohol (1) t-amyl ethyl ether (1) t-amyl methyl ether (1) TAEE (1) tamagozzilla (2) TAME (1) Tamman temperature (1) tank (5) TCD (6) Temkin (1) Temperature programmed desorption (7) temperature programmed reduction (1) TGA (4) thermal conductivity detector (4) thermal cracking (2) thermal decomposition (2) thermal paper (1) thioether (1) tiltwatch (1) titration curve (1) TOF (1) toluene (11) TON (1) TPD (8) TPR (3) TPx (2) tram (2) trans fat (1) transmittance (1) triethanolamine (1) trimethylbenzene (1) tube (2) turn over frequency (1) turn over number (1) U loop (2) UHV (1) UV-Vis (2) UVCE (1) V2O5 (6) valve (1) van der Waal (3) variac (3) vent valve (1) vessel (4) vinyl chloride (1) Voigt (3) volumetric flask (1) vortex breaker (1) vulcanisation (1) vulcanization (1) watch glass (1) water hammer (1) water seal (4) weight loss (1) wheel key (1) WHSV (2) williamson ether synthesis (2) wt% (1) x-ray (1) XPS (4) XRD (11) XRF (1) xylene (2) กฎหมาย (4) กฎอัยการศึก (1) กรณีพิพาทอินโดจีน (1) กรด (7) กรด. การไทเทรต (1) กรดบนพื้นผิว (5) กรดอ่อน (1) กรดแก่ (1) กรดไขมัน (1) กระจกนิรภัย (1) กระดาษความร้อน (1) กระต่าย (1) กระต่ายกับเต่า (1) กระถิน (1) กระทรวงกลาโหม (1) กระบอกตวง (1) กระสุนปืน (4) กราฟการกลั่น (2) กรี เดชาติวงศ์ (1) กรุงเทพ (2) กลูโคส (1) กล่องโฟม (1) กะปง (1) กังหันก๊าซ (2) กังหันแก๊ส (2) กาญจนบุรี (4) กาฝาก (1) การกำจัดน้ำ (1) การควบคุมอุณหภูมิ (7) การคำนวณขนาดผลึก (2) การคำนวณเชิงตัวเลข (4) การฉีดตัวอย่าง (3) การดูดกลืน (3) การดูดซับ (12) การดูดซับทางเคมี (1) การตกตะกอน (1) การตอบคำถาม (1) การตอบสนองผกผัน (1) การตัดแก้ว (1) การตั้งราคา (2) การต่อสายดิน (2) การทดลอง (51) การทำงาน (7) การทำน้ำให้บริสุทธิ์ (2) การทำให้เครื่องแก้วแห้ง (1) การน๊อค (1) การบันทึกการทดลอง (1) การบ่ม (1) การปรับ (1) การปั่นกวน (2) การผุกร่อน (1) การพอลิเมอร์ไรซ์ (4) การระบายความร้อน (1) การระเบิด (5) การละลาย (10) การวัด (4) การวิเคราะห์ (1) การศึกษา (1) การสกัด (1) การสอบ (7) การสอบวิทยานิพนธ์ (10) การหมุน (1) การหาค่าเฉลี่ย (1) การหาปริมาณ (2) การออกซิไดซ์ (4) การอัดแก๊ส (1) การอ่านบทความ (2) การเขียน (2) การเขียนวิทยานิพนธ์ (10) การเขียนเอกสารอ้างอิง (1) การเชื่อมท่อ (2) การเตรียมสอบ (1) การเติมไฮโดรเจน (3) การเปรียบเทียบ (1) การเผาตัวอย่าง (1) การเผาโค้ก (1) การเผาไหม้ (5) การเรียกชื่อ (1) การเรียน (1) การเรียนสัมมนา (1) การเลือก (1) การเลือกตั้ง (2) การเลือกใช้ (1) การเล็งปืน (1) การแก้ไข (2) การแต่งกาย (1) การแปลผล IR (2) การแผ่ (1) การแผ่รังสี (1) การแพร่ (2) การแยกพีค (4) การไทเทรต (10) การไหล (3) การไหลของแก๊ส (3) การไหว้ (1) กาลักน้ำ (1) กุหลาบ (1) ก้อนขี้หมา (1) ก๊าซธรรมชาติ (1) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (2) ขนมจู้จุน (1) ขนมบอก (1) ขนาด tube (2) ขนาดผลึก (5) ขวดน้ำกลั่น. ลูกยาง (1) ขวดวัดปริมาตร (1) ขั้วหางปลา (2) ข้อกฎหมาย (5) ข้อสอบ (1) ข้อเท็จจริง (1) ครุย (1) คลองดำเนินสะดวก (1) คลองผีหลอก (1) คลองภาษีเจริญ (2) คลองสนามม้า (1) คลองสียัด (1) คลองอรชร (1) คลองแงะ (1) ควนหินมุ้ย (1) ความงาม (1) ความดัน (8) ความดันลด (7) ความรัก (1) ความสวย (1) ความสัมพันธ์ (1) ความหนาแน่น (2) ความเข้มข้น (2) ความแรงของกรดเบส (4) คอมพิวเตอร์ (1) คอมมิวนิสต์ (1) คอมเพรสเซอร์ (1) คอลัมน์ (3) คานฝาก (1) คาร์บอนไดซัลไฟด์ (1) คำย่อ (1) คำอาลัยจากเพื่อน (2) คิวมีน (1) คีมปอกสายไฟ (1) คีย์บอร์ด (1) คีโตน (1) คุณธรรม (1) คุณสมบัติ (1) ค่าคงที่สมดุล (2) ค่าจ้าง (1) ค่าเงินบาท (1) ค่าเฉลี่ย (1) ค้อน (1) ค้อนน้ำ (1) งบปิ้ง (1) งูหลาม (1) จดหมาย (1) จริยธรรม (1) จลนศาสตร์ (2) จอคอมพิวเตอร์ (1) จำปาดะ (1) จิตร ภูมิศักดิ์ (2) จุดติดไฟ (2) จุดวาบไฟ (2) จุดเดือด (1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (15) ชบา (1) ชลบุรี (1) ชะมวง (1) ชื่นใจ (1) ชุมพร (3) ช่องเขา (1) ซอยศูนย์วิจัย (1) ซีเนียร์โปรเจค (1) ญี่ปุ่น (2) ฐานแผ่ (1) ดอกไผ่ (1) ดอนแตง (1) ดักแด้ (1) ดัชนี (2) ดีเซล (1) ดีเปรสชัน (1) ตลาดใหญ่ (1) ตะกั่วป่า (1) ตะขบ (1) ตะวันอ้อมข้าว (1) ตะไบ (1) ตักบาตร (1) ตัวทำละลาย (1) ตัวประกอบกำลัง (1) ตัวรองรับ (1) ตัวเร่งปฏิกิริยา (8) ตัวแปร (1) ตำลึง (1) ตำแยแมว (1) ต้นข้าวหลาม (1) ต้นคริสต์มาส (1) ต้นหนาด (1) ถนน AIT (1) ถนนข้าวหลาม (1) ถนนตก (2) ถนนสนามม้า (1) ถนนสาย 331 (1) ถนนอังรีดูนังต์ (1) ถนนเพชรเกษม (2) ถัง (5) ถังแก๊ส (6) ถังแดง (1) ถั่วเขียว (1) ถั่วแระ (1) ถ่านหิน (2) ถ่านแก๊ส (1) ทองใหญ่ (2) ทอดมัน (1) ทอดไข่ (1) ทางรถไฟ (24) ทางหลวง (1) ทางเดิน (2) ทิ้งระเบิด (8) ทีลอซู (1) ที่พักฝึกงาน (1) ทุเรียน (2) ท่อ (3) ท่อคาดสี (1) ท่อน้ำ (1) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ (1) ท่อร้อยสายไฟ (1) ท่อแก๊ส (3) ท่อไอเสีย (1) ท่าข้า (1) ท่าตะโก (1) ท่านา (1) ท่าบ่อ (1) นกปรอด (1) นกปากซ่อม (1) นกแก้ว (1) นครสวรรค์ (1) นอต (4) นอร์มัล (1) นางตะเคียน (1) นางตานี (1) นางทับทิม (1) นารี (1) นิวตัน-ราฟสัน (1) นิสิตปี 4 (2) นิสิตใหม่ (1) น้ำกระด้าง (2) น้ำกลั่น (1) น้ำดีมิน (1) น้ำดื่ม (1) น้ำด่าง (1) น้ำตาลทราย (1) น้ำท่วมบางพลัด (1) น้ำบริสุทธิ์ (2) น้ำมันดีเซล (1) น้ำมันถั่วเหลือง (1) น้ำมันปาล์ม (2) น้ำมันพืช (1) น้ำมันหมู (1) น้ำมันเชื้อเพลิง (8) น้ำมันเตา (3) น้ำมันเบนซิน (3) น้ำหนัก (1) น้ำอัลคาไลน์ (1) น้ำเน่าเสีย (1) บทความ (3) บวบ (1) บัลลาสต์ (1) บางคล้า (1) บางคอแหลม (2) บางซื่อ (1) บางนา-ตราด (2) บางปะกง (1) บางพลัด (2) บางเหี้ย (1) บิวทานอล (1) บิวเรต (3) บีกเกอร์ (3) บึงตาต้า (1) บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ (2) ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (3) ปฏิกิริยาเคมี (5) ปปช. (1) ปปป. (1) ปรอท (1) ประกาศ (2) ประชาธิปไตย (4) ประชุม (1) ประวัติศาสตร์ (18) ประแจ (3) ปรับเวลา (1) ปริมาณน้ำฝน (1) ปลั๊ก (1) ปลาวาฬ (2) ปลาหมึก (2) ปลาโลมา (2) ปลุกผี (1) ปะเก็น (1) ปั๊ม (10) ปั๊มลูกสูบ (2) ปั๊มหอยโข่ง (5) ปากกาหมึกซึม (1) ปากลัด (1) ปิดภาคเรียน (1) ปิเปต (4) ปืนใหญ่ (1) ป่าชายเลน (1) ป้าย (2) ผลึกขนาดนาโน (2) ผี (7) ผ่าตัด (1) ฝนชะช่อมะม่วง (1) ฝาท่อระบายน้ำ (1) ฝึกงาน (3) ฝึกงานภาคฤดูร้อน (11) ฝึกจิต (1) พญานาค (1) พระตะบอง (1) พระประแดง (1) พระยาอานุภาพไตรภพ (1) พระราชบัญญัติ (2) พระอานนท์ (1) พลลภัตม์ (1) พลาสติก (1) พลแม่นปืน (1) พอลิสไตรีน (1) พอลิเมอร์นำไฟฟ้า (1) พอลิเอทิลีน (5) พอลิโพรพิลีน (4) พะเยา (1) พักกินกาแฟ (1) พัทลุง (1) พันธะคาร์บอนไฮโดรเจน (1) พาฟลอฟ (1) พายุ (5) พิธีพระราชทานปริญญาบัตร (1) พิบูลสงคราม (1) พิมพ์ดีด (1) พื้นที่ผิว (10) พื้นผิว (3) พุทรา (1) พู่ระหง (1) ฟลุต (4) ฟลูออรีน (2) ฟอร์มัล (1) ฟังก์ชัน (1) ฟังก์ชันพหุนาม (3) ฟีนอล (3) มอเตอร์ (4) มะขวิด (1) มะตูม (1) มะเฟือง (2) มะเหมี่ยว (1) มังคุด (1) มันเทศ (1) มัลติมิเตอร์ (1) มัสตาร์ด (1) มั่วผลแลป (2) มินตรา (1) มินตา (1) มุมมองที่แตกต่าง (2) ม้าน้ำ (1) ยางธรรมชาติ (1) ยุววิศวกรบพิธ 14 (2) รถถัง (2) รถยนต์ (2) รถยนต์ราง (3) รถยนต์รางหุ้มเกราะ (1) รถราง (3) รถไฟ (26) รถไฟบางบัวทอง (1) รถไฟพระพุทธบาท (1) รถไฟลากไม้ (9) รถไฟหัตถกรรม (6) รถไฟเล็ก (12) รอก (1) รอยอินทร์ (1) ระดับของเหลว (2) ระดับของแข็ง (1) ระนอง (2) ระบบดับเพลิง (1) ระบบนิรภัย (1) ระบบศาล (2) ระบบเผาแก๊สทิ้ง (6) ระยอง (1) ระเบิด (10) ระเวิง (1) รังสีความร้อน (1) รังสีเอ็กซ์ (4) รัฐธรรมนูญ (7) รับน้อง (3) รั้ว (1) ราคา (3) รางรถไฟ (7) ราชกิจจานุเบกษา (1) ราชดำริ (1) รายงานการประชุม (2) ร่มเกล้า ธุวธรรม (3) ฤกษ์ดาวโจร (1) ฤดูที่แตกต่าง (1) ลมข้าวเบา (1) ลอยกระทง (2) ละครบุญผ่อง (1) ละอุ่น (1) ลาแล้วจามจุรี (2) ลิฟต์ (1) ลูกยาง (1) ล้อรถยนต์ (2) วังโพ (1) วันเสียงปืนแตก (1) วัลคาไนซ์ (1) วางความคิดเป็นกลาง (1) วางท่อใต้ดิน (1) วารสารวิชาการปทุมวัน (3) วาล์ว (13) วาล์วกันการไหลย้อนกลับ (1) วาล์วระบายความดัน (1) วาล์วสามทาง (1) วาฬ (1) วิชาสัมมนา (1) วิทยานิพนธ์ (51) วิทยุคลื่นสั้น (2) วิธีการทดลอง (17) วิภา (1) วิศวกรรมศาสตร์ (11) วิศวกรสาว (1) วิศวกรเคมี (4) วิศวจุฬา (15) ศรีราชา (7) ศัพท์เทคนิค (5) ศาลหลักเมือง (1) ศาสตราภิชาน (1) ศุภกนก (2) สกรูไร (1) สงขลา (1) สงครามเกาหลี (1) สงครามเวียดนาม (3) สงครามโลกครั้งที่ 1 (1) สงครามโลกครั้งที่ 2 (25) สตาลิน (1) สถิติ (5) สมการอนุพันธ์ (2) สลักเกลียว (1) สวนครัว (1) สวนสันติธรรม (1) สวัสดีคุณครู (1) สหรัฐอเมริกา (3) สอบปกป้อง (1) สอบปากเปล่า (2) สอบสัมภาษณ์ (2) สะพานขึง (1) สะพานข้ามแม่น้ำ (2) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (2) สะพานผ่านฟ้าลีลาศ (1) สะพานพระราม 6 (1) สะพานเทพหัสดิน (1) สัตหีบ (1) สัมมนา (2) สามย่าน (1) สายดิน (2) สายมรณะ (1) สายใย (1) สายไฟ (3) สารก่อมะเร็ง (1) สารละลายกรด (2) สารละลายมาตรฐาน (2) สารอินทรีย์ในน้ำ (2) สาหร่าย (1) สิชล (1) สี (4) สืบ นาคะเสถียร (1) สุญญากาศ (1) สุนัข (1) สุพรรณบุรี (1) สไตรีน (1) หนองคาย (1) หนาม (1) หมู่ไฮดรอกซิล (4) หม่อน (1) หม้อน้ำรถยนต์ (1) หม้อแปลง (1) หลอดฟลูออเรสเซนต์ (2) หลังสวน (1) หอกลั่น (1) หอดูดซับ (1) หัวข้อวิทยานิพนธ์ (45) หัวหวาย (1) หัวหิน (1) หินแก๊ส (1) หิ่งห้อย (1) ห่วงทางสะดวก (1) ห่อหมก (1) ห่างรัก (1) ห้วยมุด (1) ห้วยแม่ต้า (1) ห้องควบคุม (1) ห้องปฏิบัติการ (1) ออกซิเจน (5) ออกโซโครม (1) อะเซทิลีน (5) อะโรมาติก (1) อัตราการเกิดปฏิกิริยา (2) อัตราแลกเปลี่ยน (1) อัลคีน (1) อาจารย์ที่ปรึกษา (2) อาลัย พ.อ.ร่มเกล้า (2) อาวุธชีวภาพ (1) อาวุธนิวเคลียร์ (1) อาวุธปืน (2) อาวุธเคมี (1) อาเซียน (1) อำลา (2) อิ่มตัว (1) อีเทอร์ (1) อีเมล์ (1) อุ (1) อุณหภูมิ (4) อุตสาหกรรมเคมี (2) อุบัติเหตุ (16) อุโมงค์ (2) อุ้มผาง (1) อ่านระหว่างบรรทัด (1) ฮิตเลอร์ (1) ืneohexane (1) เกลียว (1) เกลียวตรง (1) เกาะขนุน (1) เกาะลอย (1) เกียร์ยิ้ม (8) เขาอ่างฤาไนย (1) เข็มขัดนิรภัย (1) เข็มตอก (1) เข็มเจาะ (1) เคมีวิิเคราะห์ (3) เคมีอินทรีย์ (2) เครื่องกระสุน (5) เครื่องกลั่นน้ำ (1) เครื่องควบแน่น (1) เครื่องตกราง (1) เครื่องผ่อนแรง (1) เครื่องยนต์ (3) เครื่องอัดอากาศ (1) เครื่องแบบนิสิต (1) เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (1) เงินเดือน (1) เจริญกรุง (1) เชียงราย (1) เชียงใหม่ (2) เชื้อเพลิง (3) เซนต์คาเบรียล (1) เตาให้ความร้อน (5) เต้ารับ (2) เทียนหยด (1) เบดนิ่ง (3) เบดฟลูอิไดซ์ (2) เบนซิน (1) เบนซีน (3) เบส (5) เบสอ่อน (1) เบสเซล (1) เบสแก่ (1) เผด็จการ (1) เพชรพระอุม (1) เพนเทน (1) เพลง (3) เมทิลีนบลู (1) เลขออกเทน (1) เล็งจี้ (1) เล็งนั่งแท่น (1) เวลา (1) เวลามาตรฐาน (1) เสาเข็ม (1) เสียงดัง (3) เสียบปลั๊ก (1) เสื้อสีขาว (1) เสื้อสีดำ (1) เหมืองแร่ (1) เหล็กกล้าไร้สนิม (2) เหล็กข้ออ้อย (1) เหล็กคอม้า (1) เหล็กปลอก (1) เหล็กเส้น (1) เอกสารอ้างอิง (1) เอทานอล (5) เอทิลีน (3) เอทิลเบนซีน (2) เอสเทอริฟิเคชัน (1) เอื้อวิทยา (1) แกมมา (1) แก่งหลวง (1) แก๊สก้อน (1) แก๊สธรรมชาติ (3) แก๊สหุงต้ม (3) แก๊สเฉื่อย (2) แก๊สโครมาโทกราฟ (15) แก๊สโซลีน (1) แก๊สโซฮอล์ (1) แจงลอน (1) แชร์ (1) แบบจำลองคณิตศาสตร์ (1) แบร์นูลลี (1) แป้งมัน (1) แป้นพิมพ์ (2) แป้นเกลียว (1) แผนที่ (2) แพร่ (1) แมวน้ำ (1) แม่กลอง (1) แม่น้ำน้อย (1) แม่แรง (1) แสงสีแดง (1) โครงงาน (1) โครมาโทแกรม (27) โครโมฟอร์ (1) โค้งดารา (1) โต๊ะทำงาน (1) โทลูอีน (8) โน๊ตเพลง (6) โปรตีน (1) โพนสา (1) โพรงกระต่าย (1) โพลีเอทิลีน (1) โมเลกุลมีขั้ว (1) โมเลกุลไม่มีขั้ว (1) โยคะ (1) โยนบก (1) โรงกลั่นน้ำมัน (2) โรงงานระเบิด (11) โรงเบียร์ (1) โรงเรียน ตชด. (1) โลมา (1) โสมส่องแสง (1) ใบหนาด (2) ไขควง (2) ไข่เจียว (3) ไซลีน (2) ไซโคลเพนเทน (1) ไดบิวทิลอีเทอร์ (1) ไดโนเสาร์ (1) ไตรเอทานอลเอมีน (1) ไทรโยค (1) ไนท์ซาฟารี (1) ไนโตรเจน (5) ไบโอดีเซล (1) ไปวัด (1) ไผ่เลี้ยง (1) ไพลิน (1) ไฟฟ้ากระแสสลับ (5) ไฟฟ้ากำลัง (5) ไฟฟ้าดับ (2) ไฟฟ้าสถิตย์ (1) ไฟฟ้าเคมี (1) ไฟหน้ารถ (1) ไฟไหม้ (9) ไฟไหม้ห้องทดลอง (8) ไฟไหม้แลป (8) ไม่อิ่มตัว (1) ไส้ติ่ง (1) ไหว้ครู (1) ไอน้ำ (2) ไอโซเทอม (1) ไอโซเมอร์ (1) ไอโดดีน (1) ไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว (1) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (2) ้halogenation (1)