วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560

รถไฟไปหาดเจ้าสำราญ (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑๓๑) MO Memoir : Saturday 24 June 2560

รถไฟสายไปหาดเจ้าสำราญนี้เป็นรถไฟเล็ก (รูปที่ ๑) เส้นทางยาวประมาณ ๑๕ หรือ ๑๖ กิโลเมตร ที่รัชกาลที่ ๖ มอบหมายให้เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (ผู้ที่สร้างรถไฟสายบางบัวทอง) เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อใช้ในการขนข้าราชบริพารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ (โดยเฉพาะน้ำจืด) เมื่อต้องเสด็จไปประทับพักแรม ณ หาดเจ้าสำราญ หนังสือของ B.R. Whyte (รูปที่ ๒) กล่าวไว้ว่าต้นทางของทางรถไฟสายนี้อยู่ข้างทางรถไฟสายใต้ ประมาณ ๒ กิโลเมตรจากสถานีเพชรบุรีลงมาทางทิศใต้ เปิดใช้งานในช่วงปีค.ศ. ๑๙๒๑ และปิดใช้งานในปีค.ศ. ๑๙๒๓ (ตอนนั้นประเทศไทยยังเปลี่ยนปีพ.ศ. ในวันที่ ๑ เมษายน ในขณะที่การเปลี่ยนปีค.ศ. ทำในวันที่ ๑ มกราคม)


รูปที่ ๑ ภาพจากหนังสือประวัติเจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ระบุว่ารถไฟสายบางบัวทองกำลังผ่านหาดเจ้าสำราญ แต่คิดว่าที่ถูกต้องน่าจะเป็นช่วงที่กำลังออกจากสถานีต้นทางที่อยู่ใกล้กับทางรถไฟสายใต้ที่ จ.เพชรบุรี มากกว่าโดยพิจารณาจากขนาดรางรถไฟที่อยู่ทางด้านหน้าของรูป หนังสือของ B.R. Whyte กล่าวว่าทั้งหัวรถจักรและตู้รถไฟเป็นของเก่ามาจากรถไฟสายพระพุทธบาท (จ.สระบุรี) ของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

รูปที่ ๒ หนังสือ The Railway Atlas of Thailand, Laos and Cambodia โดย B.R. Whyte สำนักพิมพ์ White Lotus ฉบับปีพ.ศ. ๒๕๕๓ และหนังสือ ประวัติเจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ โดย ม.ล. ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ จัดพิมพ์ใหม่โดยบริษัท สำนักพิมพ์บรรณกิจ (๑๙๙๑) จำกัด (ไม่ระบุปีที่พิมพ์) เล่มนี้ซื้อเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ราคา ๒๕ บาท เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา

ในหนังสือของ B.R. Whyte เขาว่ารถไฟสายนี้วางรางไปตามถนนที่มีอยู่เดิม เป็นรถไฟที่วิ่งช้าชนิดที่เรียกว่าเดินตามกันทัน แต่ด้วยสภาพที่เป็นรถเก่าและเส้นทางที่ไม่ค่อยดี ทำให้มีปัญหาในการเดินรถอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อรัชกาลที่ ๖ ได้ตัดสินพระทัยที่จะย้ายที่พักตากอากาศจากหาดเจ้าสำราญไปยังสถานที่แห่งใหม่ (คือที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำจืดมากกว่าและเดินทางสะดวกกว่า รถไฟสายนี้จึงถูกยกเลิกไป

ผมแวะไปที่นั่นครั้งแรกก็น่าจะเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นยังดูเหมือนที่นั่นค่อนข้างจะเงียบสงบอยู่ สัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างเดินทางไปร่วมการประชุมก็เลยถือโอกาสแวะเข้าไปดูเสียหน่อย (กะจะสำรวจเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลเพื่อมุ่งหน้าไปชะอำด้วย) มีวี่แววว่าต่อไปแถวนี้คงมีอาคารที่พักอาศัยเกิดเพิ่มขึ้นอีก เพราะชายทะเลทางฝั่งชะอำกับหัวหินก็ดูเหมือนจะแทบไม่มีที่เหลือให้ก่อสร้างที่พักแล้ว Memoir ฉบับนี้ก็ถือเสียว่าเป็นตอนต่อจากฉบับที่แล้วก็แล้วกัน ถือเป็นบันทึกภาพสถานที่แห่งหนึ่งเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก

รูปที่ ๓ แผนที่เส้นทางรถไฟสายหาดเจ้าสำราญ (ตรงเส้นประสีเหลือง ที่มุ่งหน้าไปยังบ้านบางทะลุ) ที่ปรากฏในหนังสือของ B.R. Whyte (ดูท่าจะเป็นเอกสารเพียงไม่กี่ฉบับที่บันทึกแผนที่เส้นทางรถไฟสายดังกล่าว) ปัจจุบันคือทางหลวงสาย ๓๑๗๗


รูปที่ ๔ ป้ายบอกประวัติหาดเจ้าสำราญที่ตั้งอยู่หน้าหาด

รูปที่ ๕ หัวรถไฟเล็กจำลอง ที่ตั้งอยู่หน้าหาด เดาว่าคงอยากให้คนระลึกถึงว่าที่หาดนี้เคยมีรถไฟวิ่งเข้ามาถึง แต่ที่ป้ายเล่าประวัติความเป็นมาของหาดไม่ยักเรื่องราวของรถไฟสายนี้


รูปที่ ๖ ป้ายบอกชื่อหาดเจ้าสำราญที่ตั้งอยู่หน้าชายหาด


รูปที่ ๗ หาดเจ้าสำราญเมื่อมองย้อนขึ้นไปทางทิศเหนือ


รูปที่ ๘ หาดเจ้าสำราญเมื่อมองลงไปทางทิศใต้

วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สถานีรถไฟเขาย้อย MO Memoir : Wednesday 21 June 2560

ไม่ได้นั่งรถไฟลงใต้ก็น่าจะร่วมสิบปีได้แล้วมั้ง แต่ถ้าเป็นการเดินทางโดยรถยนต์ผ่านลงไปยังเพชรบุรีหรือเลยจากนั้นไปอีกก็บ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน เส้นทางสายใต้พอพ้นจากถนนพระราม ๒ (หรือที่แต่ก่อนเรียกสายธนบุรี-ปากท่อ) แต่ก่อนก็จะเริ่มพบกับสัญญาณไฟแดงที่แรกคือที่แยกเขาย้อยนี้ จากนั้นก็จะเจอไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพ้นประจวบคีรีขันธ์ และอีกทีก็ที่แยกปฐมพรที่ชุมพร แต่เดี๋ยวนี้ดีหน่อย มีการปรับปรุงทำให้จำนวนสัญญาณไฟลดน้อยลงไปมาก การเดินทางก็เลยคล่องขึ้น
 
เมื่อวาน ระหว่างการเดินทางไปประชุมที่หัวหิน ก็เลยแวะพักที่วัดถ้ำเขาย้อยหน่อย (ผ่านไม่รู้กี่ครั้ง แต่ไม่เคยแวะซักที เพิ่งจะมีเมื่อวานเป็นครั้งแรก) หลังจากไหว้พระและดูลิงเสร็จ (มีคนรับดูแลรถเพื่อไม่ให้ลิงมาปีนรถเล่นด้วย) ก็เลยถือโอกาสขับรถไปยังสถานีรถไฟเขาย้อยที่อยู่เลยจากวัดไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร แค่แวะไปถ่ายรูปเล่น ๆ เพราะคิดว่าตัวอาคารสถานีรถไฟแบบดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่รู้ (เพราะตั้งแต่ผมจำความได้มันก็มีรูปทรงแบบนี้ทั่วไปหมด) ต่อไปคงจะค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลา บรรยากาศที่สถานีรถไฟหลายแห่งที่เดิมเคยเต็มไปด้วยผู้คนก็ดูจะเงียบเหงาลงไป ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเส้นทางถนนที่มีเพิ่มมากขึ้นและการเดินทางด้วยรถยนต์ที่สะดวกกว่า รวมทั้งการเดินทางทางอากาศที่ไม่เพียงแต่จะรวดเร็วกว่า แถมยังมีราคาถูกลงมากด้วย
 
Memoir ฉบับนี้ไม่มีเรื่อราวมีสาระใด ๆ เป็นเพียงแค่เอารูปถ่ายสถานที่ธรรมดา ๆ สถานที่หนึ่งที่แวะไปถ่ายรูปเอาไว้ มาแปะไว้หน้า blog เพื่อไม่ให้ blog มันเงียบเหงาเกินไป เพราะสัปดาห์นี้มีแต่งานเอกสารจนไม่มีเวลาที่จะเขียนเรื่องราวมีสาระใด ๆ


รูปที่ ๑ ป้ายบอกเวลาและขบวนรถที่จอดที่สถานีรถไฟเขาย้อย

รูปที่ ๒ มองไปยังเส้นทางล่องใต้ไปยังเพชรบุรี

รูปที่ ๓ มองไปยังเส้นทางมาจากปากท่อ

รูปที่ ๔ ป้ายบอกว่าสถานีต่อไปคือสถานีอะไร อยู่ห่างไปเท่าใด (บางเค็มคือมาจากราชบุรี)

รูปที่ ๕ ตัวอาคารสถานี เป็นอาคารแบบเดิม ๆ เห็นมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ (คิดว่าอายุไม่น่าจะน้อยกว่า ๕๐ ปี)

รูปที่ ๖ ป้ายชื่อสถานีที่ตัวอาคาร

รูปที่ ๗ บรรยากาศเมื่อมองย้อนไปทางเส้นทางที่มาจากปากท่อ