วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑ ฝากชีวิตวิศวะจน ๆ ไว้กับคนที่ขายสุรา MO Memoir : Tuesday 1 February 2554

ตอนที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นก็ไม่ได้เรียนแต่วิชาการ แต่ก็ยังได้เรียนรู้จักการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กัน กิจกรรมหนึ่งที่ผมเข้าร่วมเป็นประจำก็คือร้องเพลงเชียร์

ในสมัยนั้นสำหรับนิสิตปี ๑ ที่พึ่งจะเข้ามาใหม่แล้ว ที่คณะจะมีการซ้อมเชียร์กัน ๓ เวลา คือเชียร์เที่ยง ซึ่งเป็นการเชียร์รวมในห้องประชุม มีรุ่นพี่มาว๊าก เพลงที่ซ้อมร้องกันตอนเที่ยงก็จะเป็นเพลงมหาวิทยาลัยและเพลงประจำคณะ

ตอนเย็นหลังเลิกเรียนก็จะเป็นการเชียร์เย็น ซึ่งจะเป็นบรรยากาศสนุกสนานกันมากกว่า เป็นการสอนเพลงร้องกันสนุก ๆ เอาไว้ร้องกันตอนเชียร์กีฬาและแซวสาว ๆ ที่เดินผ่านสามแยกที่ใคร ๆ ก็รู้จักกันในชื่อสามแยกปากหมา เชียร์เย็นนี้ไม่บังคับ ใครเล่นกีฬาก็จะไปซ้อมกีฬา พวกที่เหลือก็มาเรียนร้องเพลงกัน ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกัน เรียกว่าเรียนได้สองเดือนก็รู้จักหน้ากันเกือบทั้งชั้นปี (กว่า ๔๐๐ คน) แล้ว

ตกค่ำจะเป็นการเชียร์ดึกที่สงวนเอาไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าฟัง บอกแค่นี้ก็คงพอจะเดากันเองได้แล้วนะว่าเนื้อหาเป็นเพลงประเภทไหน เพลงนี้จะไปซ้อมกันตรงมุมสงบ ๆ ร้องกันไม่ดังนัก เพราะเนื้อเพลงเชียร์ดึกนี้เป็นประเภทได้ฟังทีก็ต้องเอาน้ำล้างหู เพลงประเภทนี้มีคนต่อเพลงไว้น้อยมาก จะเอาเนื้อหามาเผยแพร่ทางเน็ตก็ไม่ได้ คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะเหลือแต่เพียงท่อนบางท่อนเท่านั้น ไม่ครบทั้งเพลง

นอกจากนั้นก็ยังมีเพลงบางเพลงที่เอาทำนองเพลงมาแปลงเนื้อร้องใหม่ให้มีความหมายต่าง ๆ กัน เช่นเป็นเพลงสำหรับร้องกันในวงเหล้า เช่นเวลาไปค่าย ซึ่งสมัยนั้นพอตกเย็นก็มักจะตั้งวงเหล้ากินกันเป็นเรื่องปรกติ เพลงเหล่านี้มักไม่นำมาร้องเป็นเพลงเชียร์กีฬากัน

เนื้อหาของเพลงเหล่านี้ถ้าฟังดูผ่าน ๆ มันก็อาจรู้สึกว่ามันไร้สาระ แต่ถ้าจะมองลงไปให้ลึกผมว่ามันเป็นการบันทึกพฤติกรรมทางสังคมหรือประสบการณ์ของคนในยุคหนึ่ง ๆ เอาไว้ในรูปของบทเพลง

สัปดาห์ที่แล้วผมร้องเพลงที่เพื่อน ๆ มันมักจะร้องกันเวลากินเหล้าให้กับนิสิตกลุ่มหนึ่งฟัง เขาก็จะขออัดเสียง ผมก็บอกว่าอย่าเลย เอาไว้ผมเขียนเนื้อร้องให้ดีกว่า (อาจจะมีผิดพลาดบ้าง) จะได้ถือว่าเป็นการบันทึกเอาไว้เป็นตัวหนังสือ เพราะพอถามนิสิตรุ่นปัจจุบันก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเคยได้ยินเพลงนี้แล้ว

เพลงข้างล่างนี้ร้องอย่างไร ก็ลองไปเปิดเพลง "ไม่มีวัน" ซึ่งประพันธ์คำร้องโดย ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์ และขับร้องโดย สุเทพ วงศ์กำแหง ฟังเอาเองก็แล้วกัน (ใน Youtube ก็มี) เพราะเพลงข้างนี้ใช้ทำนองของเพลงไม่มีวัน


อย่านึกว่าฉัน จะเลิกดื่มเหล้า

แม้ว่าสุด แสนจะเมา เลิกเหล้าเป็นไม่มีวัน

ไม่มีพ่อตา ไม่มีภรรยา มาผูกมาผัน

ไม่มีแม้ ลูกผูกพัน ไม่มีวันเลิกดื่มเธอจ๋า


อย่าถามว่าฉัน ดื่มเหล้าทำไม

เพราะว่าบอก ก็ไม่เข้าใจ พูดไปก็เสียเวลา

ดื่มกันเถอะเรา ดื่มกันให้เมา คาขวดสุรา

ดื่มเถิดนิด เถิดเพื่อนยา ดื่มเถิดหนามาดื่มกัน


*แม่โขง ปนเหล้าโรงเพียงหยด

ช่างรุนแรงเหมือนกรด รดราดบนใจดี ๆ

กว่าจะเมา ก็คงหลายขวดเต็มที

เกือบจะสาย เกือบสิ้นดี เกือบไม่มีเงินจ่ายเจ็กโก


สาปแล้วความรัก ไม่ขอปองใจ

ขอเพียงแต่ ความรักเมรัย เท่านี้ก็สุขกมล

อุทิศเงินตรา ให้กับสุรา เพื่อปลอบใจตน

ฝากชีวิต วิศวะจน ๆ ไว้กับคนที่ขายสุรา

(ซ้ำ *)

ไม่มีความคิดเห็น: