วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2557

เกียร์ยิ้ม ๒๕๒๗ ฉบับเปิดเทอม (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๖๓) MO Memoir : Monday 28 April 2557

"เกียร์ยิ้ม" จะเรียกว่าเป็นจดหมายข่าวหรือหนังสือพิมพ์ก็ตามแต่ จัดทำโดยชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนใครเป็นคนริเริ่ม และเริ่มทำเมื่อใดนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน และเลิกทำไปตั้งแต่เมื่อใดนั้นผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน รู้แต่ว่าไม่มีการจัดทำมานานแล้ว แต่ช่วงปีการศึกษา ๒๕๒๗-๒๕๓๐ ซึ่งเป็นช่วงที่ผมกำลังศึกษาอยู่นั้น มีการจัดทำตลอด โดยในแต่ละปีการศึกษามีการทำออกมาจำได้ว่ามากกว่า ๑ ฉบับ แต่จะมีกี่ฉบับนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน

และฉบับที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดคือฉบับแรกในปีการศึกษานั้น เพราะจะเป็นฉบับแนะนำน้องใหม่ที่เป็นนิสิตหญิงว่าเป็นใครมาจากไหน

รูปร่างของเกียร์ยิ้มก็มีหลายแบบ มีทั้งแบบเป็นแผ่นพับ คือพิมพ์ลงบนกระดาษแผ่นใหญ่ ๆ แล้วพับทบให้เล็กลงมาเหลือขนาดประมาณเล็กกว่ากระดาษ A4 หน่อยนึง และมีแบบหลายแผ่นพับซ้อนกันอยู่แบบหนังสือพิมพ์ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนทำและมีเรื่องลงมากน้อยเท่าใด

มิถุนายนนี้ก็จะเป็นการครบรอบ ๓๐ ปี Intania 68 (เข้าเรียนปีการศึกษา ๒๕๒๗) ก็เลยขอนำเอาเกียร์ยิ้มฉบับต้อนรับปีการศึกษา ๒๕๒๗ มาให้ดู เพราะผมเห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารบันทึกเหตุการณ์หนึ่งของประวัติศาสตร์คณะของเรา โดยมีนิสิตเป็นคนจัดทำ ประวัติศาสตร์ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวชีวิตนิสิตที่ใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนที่เอกสารทางราชการไม่มีการบันทึกไว้ ฉบับที่ผมมีเก็บไว้ขณะนี้กระดาษก็เริ่มเหลืองกรอบแล้ว พลิกเปิดทีก็ต้องระวังขาด ไม่รู้ว่ามันจะอยู่ไปได้อีกนานเท่าใด และไม่รู้เหมือนกันว่ายังมีคนเก็บเอาไว้อีกกี่ฉบับ เลยขอนำมาเผยแพร่ในที่นี้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีการรับรู้ว่าในช่วงเวลาหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเรา มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายก็คือไม่ได้มีการลงชื่อว่าใครเป็นผู้จัดทำ บอกแต่เพียงว่าเป็นพี่ ๆ ชุมนุมวิชาการ
  
รุ่นผมนั้นผ่านการสอบเอนทรานซ์ทั้งสิ้น ๔๒๗ คน เป็นนิสิตหญิง ๓๒ คน ตอนนั้นก็เรียกว่าเยอะ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีจำนวนนิสิตหญิงเกิน ๓๐ คน เป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนระบบการศึกษาจาก มัธยมศึกษาปีที่ ๑-๕ (หรือ ม.ศ. ๑ - ม.ศ. ๕) มาเป็นมัธยม ๑-๖ (ม. ๑ - ม. ๖) เป็นรุ่นแรกที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เปลี่ยนวิธีการเลือกภาค โดยให้นิสิตเรียนปี ๑ ร่วมกันก่อน ๑ ปี จากนั้นจึงเอาคะแนนเรียนมาใช้ในการจัดอันดับเลือกภาค ช่วงที่เรียนอยู่นั้น กว่าจะเสร็จสิ้นงานรับน้องก็หลังงานรับปริญญา ที่จัดขึ้นเป็นประจำประมาณช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนกรกฎาคม เสร็จสิ้นงานรับน้องได้สัปดาห์เดียวก็มีการสอบกลางภาค (สมัยนั้นงานรับน้องยังกินเหล้ากันหนัก) ผลสอบกลางภาคออกมารุ่นผมคะแนนระเนระนาดเป็นแถว จำได้ว่าประกาศผลสอบเทอมแรก เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า ๒.๐๐ กันกว่าครึ่งชั้นปี
  
เรียนจบภายใน ๔ ปีกันประมาณ ๓๐๐ คนได้ (เสียชีวิตระหว่างการศึกษา ๑ คน) จำได้ว่ามีผู้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจำนวน ๗ คน โดยคนที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นนิสิตหญิง ได้เกียรตินิยมอันดับสองราว ๒๐ คนเศษ

ถ้าเอกสารราชการเป็นการบันทึกข้อมูลและสถิติ เกียร์ยิ้มก็คงเป็นเอกสารที่บันทึกอารมณ์และความรู้สึกและความรู้สึกของผู้คนในช่วงขณะเวลานั้น ๆ


เกียร์ยิ้มฉบับต้อนรับปีการศึกษา ๒๕๒๗ คลี่ออกมาก็มีหน้าตาอย่างนี้ อันนี้ใช้การถ่ายรูปเป็นรูปสีก็เลยเห็นสีกระดาษที่มันเหลืองกรอบแล้ว ส่วนรูปที่เป็นภาพแต่ละส่วนนั้นใช้การสแกนเอา บันทึกภาพเป็น grey scale สีมันก็เลยแตกต่างไปหน่อย


อีกด้านหนึ่งของเกียร์ยิ้มฉบับต้อนรับปีการศึกษา ๒๕๒๗



รูปนี้เข้าหอประชุม ยังแต่งชุดนักเรียนกันอยู่เลย เห็นได้ชัดจากนักเรียนหญิงที่นั่งแถวหน้า ยังใส่รองเท้านักเรียนกันอยู่เลย

สมัยนั้นชุมนุมวิชาการอยู่บนชั้นสองของตึกกิจกรรม ที่เป็นตึกที่ทำการสมาคมนิสิตเก่าในปัจจุบัน ในส่วนของห้องประชุมใหญ่บนชั้นสอง ส่วนชั้นล่างของตึกห้องด้านหันออกลานเกียร์ (ปัจจุบัน) คือห้องพักนิสิตหญิง ก่อนถูกเปลี่ยนไปเป็นร้านกาแฟและห้องรับประทานอาหารติดแอร์ ก่อนที่จะมีการรื้อโรงอาหารเก่าทิ้งและสร้างใหม่

















ไม่มีความคิดเห็น: