วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บัตรประจำตัวนักศึกษาวิชาทหาร กรมการรักษาดินแดน (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๙๓) MO Memoir : Thursday 4 June 2558

สมัยที่ผมเรียนรด. นั้น ก็เรียนตอนชั้นมัธยมปลายกัน ๒ ปี แล้วค่อยมาเรียนต่ออีก ๑ ปีเมื่อเข้าศึกษาปี ๑ ในมหาวิทยาลัย ทรงผมที่ตัดกันตอนนั้นก็เรียกว่า "ขาวสามด้าน" คือด้านข้างทั้งสองด้านและด้านหลังก็ไถซะเกลี้ยง เหลือไว้เพียงแค่ด้านบนที่ยาวเพียงแค่รองหวี (คือช่างตัดผมจะเอาหวีมารองไว้ก่อน แล้วไถตัดส่วนที่โผล่พ้นหวีออกมา อันที่จริงทรงผมแบบนี้ก็เป็นเรื่องปรกติสำหรับนักเรียนชายในโรงเรียนรัฐหรือสังกัดกทม. แต่สำหรับผู้ที่เรียนโรงเรียนราษฏร์ซึ่งปรกติก็ให้ไว้ทรงรองทรงได้ พอมาเจอการตัดสั้นเกรียนแบบนี้ก็เรียกว่าจำนวนไม่น้อยทำใจกันไม่ค่อยได้
  
เอกสารเก่าที่นำมาให้ชมกันในวันนี้ก็คือบัตรประจำตัวนักศึกษาวิชาทหาร กรมการรักษาดินแดน ที่ออกให้เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๖ หรือเมื่อ ๖๒ ปีที่แล้ว ตอนนั้นคุณพ่อของผมท่านเข้ามาเรียนต่อระดับชั้นมัธยมในพระนครแล้ว นับอายุแล้วก็น่าจะเป็นช่วงตอนที่ท่านเรียนชั้นมัธยม ๗ หรือมัธยม ๘

(ตรงนี้ขอขยายความนิดนึง การศึกษาบ้านเราแต่ก่อนชั้นประถมมีแค่ ป.๔ แล้วก็ขึ้นเป็นชั้นมัธยม ม.๑ ถึง ม.๘ ต่อมาเปลี่ยนเป็นชั้นประถมต้น ป.๑ ถึง ป.๔ และชั้นประถมปลาย ป๕ ถึง ป.๗ และชั้นมัธยมก็แบ่งเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น ม.ศ.๑ ถึง ม.ศ.๓ และมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.ศ.๔ ถึงม.ศ. ๕ (มีคำว่า "ศึกษา" เพิ่มเข้ามา) จากนั้นก็ปรับเปลี่ยนใหม่อีกครั้งในปีการศึกษา ๒๕๒๑ (ที่จำได้เพราะเป็นรุ่นแรก) โดยปรับเป็นชั้นประถมศึกษา ป.๑ ถึง ป.๖ และชั้นมัธยมต้น ม.๑ ถึง ม.๓ และมัธยมปลาย ม.๔ ถึง ม.๖ ซึ่งใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน)
  
รูปที่ ๑ ด้านนอกของบัตรประจำตัวนักศึกษาวิชาทหาร กรมการรักษาดินแดน เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๖
  
บัตรประจำตัวนักศึกษาวิชาทหารฉบับนี้ก็มีขนาดเท่ากับใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานสองล้อตลอดชีพที่นำมาให้ชมกันใน Memoir ฉบับที่แล้ว คือยาวประมาณ ๖ นิ้ว สูง ๔ นิ้ว แล้วพับครึ่งตรงกลาง พึงสังเกตว่ายศของเจ้ากรมการรักษาดินแดนในขณะนั้นคือ "พลจัตวา หรือ Brigadier General" ซึ่งตำแหน่งนี้ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีแล้ว แต่หลายประเทศก็ยังมีการใช้กันอยู่ (กล่าวคือเดิมนั้นจากยศพันเอก ก็จะเลื่อนเป็นพลจัตวา แล้วก็ค่อยเป็นพลตรี แต่ตอนหลังเราปรับเปลี่ยนเป็นจากพันเอก มาเป็นพันเอก (พิเศษ) และค่อยเป็นพลตรี)
  
อีกจุดหนึ่งที่อยากให้คนรุ่นหลังได้ทราบคือแต่ก่อนนั้นฝั่งธนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่ง ฝั่งพระนครก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ไม่ได้รวมเรียกว่ากรุงเทพมหานครเหมือนในปัจจุบัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองจังหวัดนี้มันใกล้กันมาก เหมือนกับกรุงเทพมหานครกับนนทบุรีในปัจจุบัน ดังนั้นในเอกสารดังกล่าวจึงมีการระบุว่าเป็น "พระนคร-ธนบุรี"
 
Memoir ฉบับนี้ก็คงจะขอจบลงตรงนี้
  
รูปที่ ๒ ด้านในของบัตรประจำตัวนักศึกษาวิชาทหาร กรมการรักษาดินแดน เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๖

ไม่มีความคิดเห็น: