วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

อันตรายจากแก๊สเฉื่อย (ตอนที่ ๔) MO Memoir : Wednesday 27 April 2559

เป็นอีก ๒ เหตุการณ์จากบทความเรื่อง "Asphyxiatation hazards of inert gas" ที่ปรากฏในวารสาร Loss Prevention Bulleting ฉบับที่ ๙๗ ปีค.ศ. ๑๙๙๑

เรื่องที่ ๓ : ช่างซ่อมบำรุงเสียชีวิตเนื่องจากแก๊สไนโตรเจนใน vessel

มีการหยุดเดินเครื่องที่หน่วยผลิตหน่วยหนึ่งเพื่อการซ่อมบำรุงเป็นเวลาหลายวัน และใน vessel ตัวหนึ่งมีการเปิดให้แก๊สไนโตรเจนในปริมาณน้อย ๆ ไหลผ่านอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปปนเปื้อนในระบบ (อันที่จริงคงป้องกันออกซิเจนจากอากาศ) เพราะส่งผลต่อตัวเร่งปฏิกิริยาได้ โดยแก๊สไนโตรเจนไหลเข้าจากวาล์วที่อยู่ทางด้านล่างของ vessel และไหลออกทาง manhole ที่อยู่ทางด้านบน
 
ในวันที่เกิดเหตุนนั้นมีช่าง ๒ คนเข้าไปทำงานใน vessel เพื่อซ่อมแซมตะแกรงรองรับเบด (เดาว่า vessel ตัวนี้คงเป็นพวก fixed-bed) โดยทั้งสองคนที่เข้าไปภายใน vessel นั้นมีการสวมอุปกรณ์ช่วยหายใจที่ใช้อากาศอัดความดัน และยังมีคนที่ ๓ เฝ้าดูอยู่ภายนอก (เผื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับสองคนที่เข้าไปทำงานข้างใน คนที่สามจะได้ไปตามคนอื่นมาช่วย เพราะถ้าเข้าไปช่วยเองโดยไม่ระวัง อาจมีสิทธิเป็นศพที่สามได้)
 
เมื่อถึงเวลาหยุดพักรับประทานน้ำชา ทั้งสามคนก็ไปหยุดพัก จากนั้นสองคนที่มีหน้าที่ที่ต้องเข้าไปทำงานใน vessel ก็ได้กลับมาทำงานต่อก่อน เพื่อทำงานต่อให้เสร็จ อีก ๒๕ นาทีให้หลังมีการพบช่างสองคนนี้นอนนิ่งอยู่ภายในโดยไม่มีใครสวมเครื่องช่วยหายใจหรือมีสายรัดเครื่องช่วยหายใจติดตัวอยู่ ทั้ง ๒ รายถูกรีบนำตัวออกมาจาก vessel ทันที แต่พบว่าทั้งคู่ได้เสียชีวิตแล้ว
 
ผลการชัณสูตรพบว่าทั้งคู่เสียชีวิตเนื่องจากการขาดอากาศ
 
ผลการสอบสวนอุบัติเหตุไม่สามารถระบุได้ว่าทำไมทั้งสองคนจึงเข้าไปใน vessel โดยไม่มีการสวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แต่คาดการณ์ว่าคงมีใครคนหนึ่งเข้าไปใน vessel ก่อนโดยที่สวมหน้ากากเครื่องช่วยหายใจแต่ไม่ได้รัดเอาไว้ พอรู้สึกเกิดอาการไม่ดีจึงถอดหน้ากากออก ส่วนอีกรายหนึ่งนั้นคงจะเข้าไปช่วยรายแรกโดยไม่ได้สวมหน้ากากเครื่องช่วยหายใจ

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ทั้งสองรายรู้ดีว่าภายใน vessel นั้นไม่มีอากาศหายใจ แต่ทำไมจึงได้พลาดในเหตุการณ์เดียวกันทั้งสองคน ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงประเด็นที่ว่า แม้ว่าจะมีการฝึกฝนหรือประสบการณ์กันมามากเท่าใด แต่เมื่อลงมือปฏิบัติจริง โดยตัวคนนั้นก็มีโอกาสพลาดกันได้ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่นเผลอลืมไปชั่วขณะหนึ่ง หรือมีบางสิ่งมาดึงความสนใจจากงานที่กำลังทำอยู่ เป็นต้น และเมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับคนที่หนึ่ง คนที่สองที่อยู่ร่วมกันเมื่อเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าจึงรีบเข้าไปช่วยโดยลืมนึกถึงอันตรายที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เกิดความสูญเสียตามมา ดังเช่นกรณีของ เรื่องที่ ๑ ที่เป็นช่างเชื่อมที่เสียชีวิตจากแก๊สอาร์กอน และเกือบทำให้คนที่พอเหตุแล้วรีบลงไปช่วยนั้นเกือบเสียชีวิตตามมา (ดูใน Memoir ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑๑๖๒ วันพุธที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ เรื่อง "อันตรายจากแก๊สเฉื่อย (ตอนที่ ๒)"

เรื่องที่ ๔ : ช่างซ่อมบำรุงเสียชีวิตจากการพลัดตกลงไปใน vessel ที่เต็มไปด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

ในอากาศปรกติจะมีออกซิเจนอยู่ 21% โดยที่เหลือเป็นไนโตรเจน (และตัวอื่นเล็กน้อย)
 
การเสียชีวิตเนื่องจากแก๊สนั้นเราอาจแยกออกได้เป็น
 
๑. แก๊สนั้นเข้าไปเจือจางอากาศจนทำให้ความเข้มข้นออกซิเจนในแก๊สไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต แก๊สไนโตรเจนเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในรูปแบบนี้ หรือ
 
๒. แก๊สนั้นถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย แม้ว่าในอากาศนั้นจะยังคงมีความเข้มข้นออกซิเจนอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการดำรงชึวิตก็ตาม ตัวอย่างแก๊สพวกนี้ที่พบเห็นกันบ่อย ๆ ได้แก่ คาร์บอนมอนออกไซด์ (carbon monoxide CO) และไฮโดรเจนซัลไฟด์ (hydrogen sulphide หรือ hydrogen sulfide H2S) แก๊สพวกนี้แม้ว่าจะมีความเข้มข้นในอากาศที่ไม่สูง แต่ก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้

แก๊สพิษส่วนใหญ่มักมีกลิ่นหรือก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจและดวงตา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนบ่งบอกให้ทราบว่าในบรรยากาศรอบตัวนั้นมีแก๊สพิษอยู่ พวกที่ก่อให้เกิดปัญหามากกว่าคือพวกที่ไม่มีกลิ่นและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อทั้งระบบทางเดินหายใจและดวงตา เพราะการเข้าไปอยู่ในบรรยากาศที่มีแก๊สพวกหลังนี้กว่าจะรู้ตัวก็อาจไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว
 
จะมีพิเศษตัวหนึ่งเห็นจะได้แก่คาร์บอนไดออกไซด์ (carbon dioxide - CO2) ที่กว่าจะแสดงอาการเป็นพิษให้เห็นได้
 
ต้องมีความเข้มข้นสูงในระดับหนึ่ง (หลายเปอร์เซนต์ในอากาศ) ซึ่งในที่เปิดจะเกิดเหตุการณ์นี้ได้ยากเว้นแต่จะเป็นบริเวณปิดล้อม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นมีการนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในรูปน้ำแข็งแห้ง (dry ice) มาใช้ในงานแสดงต่าง ๆ (ที่พ่นให้เกิดควันขาวบนพื้น) โดยที่ไม่มีอันตราย จึงทำให้คนจำนวนไม่น้อยคิดว่าคาร์บอนไดออกไซด์ไม่มีอันตราย
 
เพื่อให้เห็นภาพ ลองนึกสภาพอากาศปรกติที่มี ไนโตรเจน 79% ออกซิเจน 21% แก๊สหายใจ (บางชนิด) ที่ใช้สำหรับการดำน้ำลึกนั้นแทนที่ไนโตรเจนบางส่วน (หรือทั้งหมด) ด้วยฮีเลียมโดยยังคงรักษาความเข้มข้นออกซิเจนที่เพียงพอสำหรับการหายใจ คนเราก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ปลอดภัย 
  
แต่สมมุติว่าเราหายใจเอาแก๊สที่ประกอบด้วยออกซิเจน 21% คาร์บอนไดออกไซด์ 5% โดยส่วนที่เหลือคือไนโตรเจน อันนี้อ้นตรายถึงตาย เพราะความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์ในแก๊สส่งผลกระทบต่อการระบายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระแสโลหิต

เรื่องที่ ๔ นี้เป็นกรณีที่พลัดเข้าไปในบรรยากาศที่เป็นอันตราย (เต็มไปด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์) โดยไม่ตั้งใจ

vessel ทรงกระบอกแนวนอน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8 m ปริมาตร 6800 ลิตรได้รับการทดสอบความสามารถในการรับความดันด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ มีการพบว่ามีการรั่วของแก๊สที่ข้อต่อฝาปิด จึงมีการเปิดฝาปิดดังกล่าวออกโดยใช้อุปกรณ์ช่วยยก (ตรงนี้บ่งบอกเป็นนัยว่าฝาปิดต้องมีน้ำหนักมาก และมีขนาดใหญ่มากจนต้องใช้อุปกรณ์ช่วยยก ซึ่งบ่งบอกถึงรูตรงบริเวณดังกล่าวว่าคงต้องกว้างพอที่คนจะเข้าไปได้) เพื่อทำการซ่อมแซมข้อต่อ
 
ตรงนี้ในบทความบอกว่าเป็นการทดสอบ "pressure tested" ส่วนในความเป็นจริงจะเป็นการทดสอบความสามารถในการรับความดันของตัว vessel จริงหรือเปล่านั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่แปลกใจคือใช้ "คาร์บอนไดออกไซด์" ในการทดสอบ เพราะปรกติเวลาทดสอบความสามารถในการรับความดันนั้นเรามักจะใช้อากาศ (เพราะมันถูกสุดและมีอยู่ทั่วไป) เว้นแต่ไม่ต้องการให้มีอากาศ (คือตัวออกซิเจน) ปนเปื้อนในระบบ (กรณีนี้สงสัยว่าอาจเป็นเช่นนี้ และคาร์บอนไดออกไซด์อาจเป็นแก๊สหนึ่งที่ใช้ในกระบวนการอยู่แล้ว)
 
ในขณะที่ช่างผู้ทำหน้าที่เปิดฝาดังกล่าวกำลังดันฝาดังกล่าวไปทางด้านข้าง เขาเกิดเสียหลักและพลัดตกลงไปใน vessel ที่ภายในยังเต็มไปด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แม้ว่าจะมีความพยายามในการนำตัวช่างคนดังกล่าวออกมาทันที่และช่วยชีวิตแต่ช่างคนดังกล่าวก็เสียชีวิต

รูปที่ ๑ ช่างซ่อมพลัดตกลงไปใน vessel ที่เต็มไปด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะที่พยายามดันฝา manhole ให้เปิด

ในบทความได้ให้รูปภาพใด ๆ มา แต่จากที่อ่านบทความผมคิดว่าน่าจะเป็นดังรูปที่ ๑ ข้างบน
 
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ว่าในการทำงานนั้นจะไม่มีแผนการณ์ที่จะเข้าไปใน vessel หรือพื้นที่ปิดใดเลย แต่ก็อาจมีการเข้าไปในบริเวณดังกล่าวเนื่องจากอุบัติเหตุได้ ประเด็นที่น่าสนใจตรงนี้ก็คือการตกลงไปใน vessel นั้นเกิดจากการลื่นไถลของตัวช่างเอง หรือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่พุ่งออกมาจาก vessel ทำให้ช่างซ่อมนั้นหมดสติและพลัดตกลงไป

ผ่านมา ๔ ตอนแล้ว จะขอพักเรื่องอันตรายจากแก๊สเฉื่อยเอาไว้ตรงนี้ก่อน ถ้ามีเวลาว่างจะมาเขียนต่อ

ไม่มีความคิดเห็น: