วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

โต๊ะกว้างเท่าไรดี MO Memoir : Tuesday 10 June 2557

เมื่อเกือบ ๒๐ ปีที่แล้วได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้จัดหาครุภัณฑ์ห้องปฏิบัติการเคมีทดแทนของเดิมที่หมดสภาพ ตอนนั้นก็ได้ติดต่อพบปะกับตัวแทนจำหน่ายหลายรายเรื่องรูปทรงและวัสดุที่ใช้ทำโต๊ะ ปัญหาก่อนหน้านี้ที่นิสิตบ่นมาก็คือโต๊ะเดิมนั้น "เตี้ย" เกินไป
     
การได้พบปะกับผู้ทำธุรกิจด้านเฟอร์นิเจอร์ก็ทำให้ได้เรียนรู้ข้อกำหนดต่าง ๆ ในการออกแบบเพราะขนาดของเฟอร์นิเจอร์นั้นขึ้นอยู่กับขนาดของบุคคลและท่าท่างที่บุคคลเหล่านั้นจะใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วย สำหรับโต๊ะใช้งานในห้องปฏิบัติการเคมีนั้นต้องมีความสูงพอที่เมื่อยืนทำงานแล้วจะยืนทำงานได้ถนัด ดังนั้นเก้าอี้ที่ใช้เลยต้องเป็นแบบปรับระดับความสูงได้ เพราะถ้าใช้เก้าอี้ที่ใช้กับโต๊ะทำงานที่นั่งทำงานทั่วไป จะพบว่าเก้าอี้มันเตี้ยเกินไป
  
ความสูงของโต๊ะนั้นก็ต้องดูจากค่าความสูงเฉลี่ยของคนทั่วไปที่โตเต็มวัย (เฟอร์นิเจอร์ขายในไทยก็ต้องใข้ค่าเฉลี่ยความสูงคนไทยเป็นหลัก) ในขณะนั้นมีการปรับค่าเฉลี่ยให้สูงขึ้นเพราะคนยุคหลังนั้นมีค่าเฉลี่ยความสูงมากกว่าคนยุคก่อนหน้า ดังนั้นโต๊ะปฏิบัติการเคมีเมื่อได้มาใหม่นั้นคนใช้ก็ชมว่าใช้งานได้สบาย (คือความสูงกำลังดี) แต่พักหลัง ๆ ปรากฏว่าเริ่มมีเสียงบ่นว่าโต๊ะสูงเกินไป (ทั้ง ๆ ที่ขนาดมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง) ซึ่งประเด็นนี้คิดว่าไม่ได้มาจากการที่ความสูงเฉลี่ยของคนไทยนั้นลดลง (ก็เห็นนิสิตเข้าใหม่แต่ละปีตัวสูง ๆ กันทั้งนั้น) แต่น่าจะเป็นเพราะความสูงเฉลี่ยของนิสิตที่เลือกมาเรียนภาควิชาของเรานั้นมันลดลง (ก็คือเตี้ยลงนั่นแหละ) เพราะเห็นบางปี (เช่นปีล่าสุดที่กำลังจะรับปริญญานี้) ก็มีพวกแก๊งค์ ๑๕๐ (เซนติเมตร) ยกพวกเข้ามาเรียนที่ภาคเราตั้งเกือบสิบคน


ไม่เพียงแต่ความสูงของคนที่เพิ่มขึ้น ระยะช่วงแขนก็เพิ่มตามไปด้วย ซึ่งระยะช่วงแขนนี้ส่งผลต่อการออกแบบความกว้างของโต๊ะทำงาน
  
ความกว้างของโต๊ะทำงานนั้นไม่ควรกว้างเกินกว่าที่เมื่อวางสิ่งของแล้วเอื้อมหยิบไม่ถึง โต๊ะที่ผมใช้อยู่ก็กว้างประมาณ ๘๐ เซนติเมตร แม้วางของไว้อีกฟากหนึ่งของโต๊ะก็สามารถเอื้อมหยิบได้โดยไม่ต้องลุกขึ้นยืน ถ้าเป็นโต๊ะทำงานที่ให้คนสองคนทำงานหันเข้าหากัน (เช่นโต๊ะที่เราใช้กันในห้องปฏิบัติการเคมี) ก็จะมีความกว้างได้มากกว่านี้ แต่มันไม่ควรที่จะกว้างจนกระทั่งไม่สามารถเอื้อมถึงบริเวณตอนกลางของโต๊ะไม่ว่าจะเอื้อมมาจากฝั่งไหน

ผมเองนั้นได้มีโอกาสได้เข้าไปนั่งประชุมในห้องประชุมแห่งหนึ่งที่มีโต๊ะสำหรับการประชุมติดตั้งไว้อย่างถาวร คือมีทั้งปลั๊กไฟ ไมโครโฟนประจำที่นั่ง และพอร์ตสำหรับต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับเครื่องฉาย ตัวไมโครโฟนนี้ออกแบบมาติดตายกับตัวโต๊ะโดยอยู่ฝั่งตรงหน้าผู้นั่งแต่ละราย (ดังรูป) แผงกดปุ่มเปิด-ปิดก็ติดตั้งอยู่ที่แผงข้างไมโครโฟนด้วย จากการที่โต๊ะได้รับการออกแบบให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีพื้นที่สำหรับวางเอกสารและคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบาย ผลก็คือความกว้างของโต๊ะมันก็เลยทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่สามารถกดปุ่มเปิดไมโครโฟนได้สะดวกเพราะต้องเอื้อมแขนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคนตัวเตี้ยจะมีปัญหามาก (เพราะแขนมักสั้นตามไปด้วย) การแก้ปัญหาที่เขาทำก็คือวางดินสอไว้ให้ประจำทุกที่นั่ง ซึ่งผมก็ไม่เห็นใครเขาใช้ดินสอที่วางเอาไว้นี้จดบันทึกอะไร (เพราะมักมีปากกาติดตัวมากันเอง) แต่ใช้สำหรับกดปุ่มเพื่อเปิด-ปิดไมโครโฟนมากกว่า

เชื่อว่าในระหว่างการออกแบบก่อสร้างห้องประชุมนี้ ไม่ได้มีการรวมงบค่าดินสอสำหรับใช้ในการเปิด-ปิดไมโครโฟนเข้าไปด้วย ถ้าจะถามว่าห้องประชุมนี้มันใช้งานได้ตามที่ออกแบบไหม คำตอบก็คือใช้งานได้ และใช้ได้ดีด้วย

แต่ถ้าเพิ่มดินสอสักแท่งให้กับแต่ละที่นั่ง ก็จะทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นไปอีก :)

ไม่มีความคิดเห็น: