วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569

เมื่อผู้ส่งออกและภาครัฐมีความเห็นต่างกันเรื่องคุณสมบัติสินค้า DUI MO Memoir : Thursday 9 April 2569

เมื่อต้นสัปดาห์แห่งคนแชร์ข่าวหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของระบบ ตำรวจ, อัยการ และผู้พิพากษา ของประเทศญี่ปุ่น ที่ทำการจับกุมผู้ต้องหาและไม่ให้ประกันตัว โดยอ้างว่าจะไปยุ่งกับหลักฐาน แม้ว่าหนึ่งในผู้ต้องหานั้นจะป่วยหนักจากโรคมะเร็ง จนในที่สุดหนึ่งในผู้ต้องหานั้นก็เสียชีวิตขณะอยู่ภายใต้การควบคุม และอีก ๕ เดือนถัดมา ทางเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมด เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีการกระทำความผิดจริง

คดีดังกล่าวเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นเข้าจับกุมผู้บริหารระดับสูงจำนวน ๓ คนของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าบริษัทนั้นกระทำความผิดด้วยการส่งเครื่องอบแห้งแบบพ่นฝอย หรือ spray dryer ที่เป็นสินค้าสองทาง (Dual Use Item - DUI) ไปยังประเทศจีนโดยไม่ขออนุญาต สาเหตุที่ทางบริษัทนั้นไม่ได้ขออนุญาตเพราะทางบริษัทเองพิจารณาแล้วว่าเครื่องที่ส่งออกไปนั้นมันไม่ใช่สินค้าควบคุม

ซึ่งประเด็นเรื่อง "เมื่อผู้ส่งออกและภาครัฐมีความเห็นต่างกัน และนำมาซึ่งความเสียหาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ" นี้ทางผมเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ในบันทึกข้อความที่ส่งให้กับทางกรมฯ หลังเสร็จสิ้น workshop ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อสิงหาคม ๒๕๖๒ โดยได้เขียนไว้ในเรื่อง "สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items :DUI) ตอนที่ ๘ MOMemoir : Saturday 21 September 2562" และเมื่อเหตุการณ์ทำนองนี้ได้เกิดขึ้นจริง แม้ว่าจะไม่ใช่ในประเทศไทย แต่ก็เห็นควรว่าควรบันทึกไวัสักหน่อย

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ขอสรุปเป็นลำดับเวลาสั้น ๆ ดังนี้

๒๕๖๓ มีนาคม ตำรวจเข้าจับกุมประธานบริษัทและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอีก ๒ คน ข้อหาส่งออกเครื่อง spray dryer ที่ทางการมองว่าเป็นสินค้า DUI ไปยังประเทศจีน โดยไม่ได้ขออนุญาต (คือทางบริษัทเห็นว่ามันไม่ใช่สินค้า DUI) ทั้งสามคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ประกันตัว

๒๕๖๓ พฤศจิกายน ตรวจพบว่าประธานบริษัทป่วยเป็นมะเร็ง มีการร้องขอประกันตัวเพื่อออกมารักษาข้างนอก แต่ถูกปฏิเสธ

๒๕๖๔ กุมภาพันธ์ ประธานบริษัทเสียชีวิต (ในขณะที่ยังถูกควบคุมตัว) ข้อหาถูกถอน เนื่องจากผู้ต้องหาเสียชีวิต

๒๕๖๔ กรกฎาคม อัยการถอนฟ้อง ผู้บริหารอีก ๒ คนที่ถูกจับกุมพร้อมกัน (ที่ถูกควบคุมตัวอยู่) เนื่องจากยอมรับว่า

การส่งออกนั้นมีความเป็นไปได้ว่าไม่ผิดกฎหมาย

มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

๒๕๖๘ มิถุนายน ทางตำรวจตัดสินใจไม่อุทธรณ์คำสั่งศาล ที่ให้ชดเชยความเสียหายแก่ผู้ถูกจับกุมและครอบครัวเป็นเงิน 166 ล้านเยน

๒๕๖๙ เมษายน ๖ ครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการควบคุม ฟ้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ (รวมผู้พิพากษาด้วย) ที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมและไม่ให้ประกันตัวเพื่ออกมารักษาข้างนอก

๔ รูปถัดไปเป็นข่าวที่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ตที่ได้จากลิงก์ที่อยู่ใต้รูป


https://www.asahi.com/ajw/articles/15835687

 


https://www.japantimes.co.jp/news/2025/08/07/japan/crime-legal/japan-police-illegal-investigation/



https://www.japantimes.co.jp/news/2026/04/06/japan/crime-legal/bereaved-family-sues-hostage-justice/

 


https://japantoday.com/category/crime/update1-family-of-falsely-accused-sues-state-over-judges%27-role-in-hostage-justice

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

การระเบิดจากการใช้ไนโตรเจนเหลว MO Memoir : Wednesday 1 April 2569

เวลาพูดถึงอันตรายจากการใช้ไนโตรเจนเหลว (liquid nitrogen) ที่มีอุณหภูมิ -196ºC ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงอันตรายจากความเย็นจัดที่สามารถทำให้เนื้อเยื่อที่สัมผันนั้นตายได้ หรือไม่ก็การที่มันเดือดกลายเป็นไอในปริมาณมาก จนทำให้บริเวณนั้นมีออกซิเจนไม่เพียงพอต่อการหายใจ หรือไม่ก็การระเบิดจากการที่เก็บไว้ในภาชนะปิดแล้วปล่อยให้มันเดือด

แต่ยังมีอันตรายอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายน้อยกว่านั่นคือ ในสถานการณ์ที่เหมาะสม มันสามารถทำให้วัตถุที่ปรกติไม่ติดไฟหรือติดไฟได้ยากหรือไม่น่าจะเกิดการเผาไหม้หรือระเบิดได้นั้น กลับระเบิดได้ง่าย อันเป็นผลจากการควบแน่นของออกซิเจนในอากาศ ตัวอย่างหนึ่งของเหตุการณ์นี้เคยเล่าไว้ในเรื่อง "เมื่อหมูระเบิด (Pork scratchings explosion) MO Memoir : Monday 13 July 2563" และในวันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างเพิ่มเติมอีก ๒ ตัวอย่าง

ตัวอย่างแรกแสดงในรูปที่ ๑ ในบางการทดลองในห้องปฏิบัติการนั้นอาจจำเป็นต้องมีการกำจัดสารที่ควบแน่นได้ออกจากแก๊สด้วยการใช้ cold trap ส่วนจะเลือกใช้อะไรเป็นสารทำความเย็นนั้นขึ้นอยู่กับว่าสารที่ต้องการแยกนั้นมีจุดเดือดเท่าใด และต้องการลดให้เหลือความเข้มข้นไม่สูงเกินเท่าใด ซึ่งก็มีทั้งการใช้น้ำหล่อเย็น, น้ำแข็ง, น้ำแข็งแห้ง, ไนโตรเจนเหลว + สารอินทรีย์บางชนิด (เช่นแอลกอฮอล์) หรือไนโตรเจนเหลวเพียงอย่างเดียว

รูปที่ ๑ อันตรายจากการระเบิดเมื่อใช้ไนโตรเจนเหลวดักจับไฮโดรคาร์บอนในแก๊ส

รูปที่ ๑ เป็นตัวอย่างหนึ่งของอันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ไนโตรเจนเหลวในการดักจับไฮโดรคาร์บอนในแก๊สด้วย cold trap ที่ใช้ไนโตรเจนเหลวลดอุณหภูมิ สารอินทรีย์ที่ดักจับไว้ได้จะค้างอยู่ใน cold trap โดยจะมีอุณหภูมิเท่ากับไนโตรเจนเหลว อันตรายจะเกิดเมื่อทำการเปิด cold trap ในขณะที่มันยังเย็นจัดอยู่ เพราะออกซิเจนในอากาศนั้นมีจุดเดือดที่ประมาณ -183ºC ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิจุดเดือดของไนโตรเจนเหลว ดังนั้นถ้าหากเปิดให้อากาศเข้าไปใน cold trap (เช่นเวลาที่ต้องการนำเอาสารที่ดักเอาไว้ได้ออกมา) ในขณะที่ตัว cold trap นั้นยังมีอุณหภูมิต่ำกว่า -183ºC ออกซิเจนในอากาศก็จะเกิดการควบแน่น ทำให้ความเข้มข้นของออกซิเจนบนผิวของสารที่ดักเอาไว้ได้นั้นสูงมาก การระเบิดจะเกิดได้ง่ายมากแม้ว่าสารนั้นจะยังเย็นจัดอยู่ก็ตาม วิธีการที่ปลอดภัยคือต้องรอให้ตัว cold trap อุ่นขึ้นจนออกซิเจนในอากาศนั้นไม่เกิดการควบแน่น แล้วจึงค่อยเปิด cold trap

เรื่องที่สองนำมาจากบทความเรื่อง "Explosion of benzene caused due to liquefied oxygen in surrounding air at a low temperature with liquid nitrogen" ที่เผยแพร่ในเว็บ Failure Knowledge Database ของประเทศญี่ปุ่น (รูปที่ ๒) และยังมีการนำไปเผยแพร่ต่อในบทความเรื่อง "Fire and explosion hazards caused by oxygen cylinders" ในวารสาร "Safety and Security Engineering VII" (รูปที่ ๓)

รูปที่ ๒ เหตุการณ์การระเบิดจากเบนซีนที่ใช้เป็นตัวทำละลายอันเกิดจากการควบแน่นของออกซิเจน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ค.ศ. ๑๙๙๑ (พ.ศ. ๒๕๔๔) ณ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เหตุเกิดระหว่างการเตรียมเซรามิกชนิดใหม่ด้วยการบดส่วนผสมต่าง ๆ โดยมีเบนซีน (Benzene C6H6) เป็นตัวทำละลาย ขั้นตอนต่อไปคือการทำส่วนผสมให้แห้งด้วยกระบวนการ "freeze-dried" โดยในกระบวนการนี้จะทำการฉีดไนโตรเจนเหลว (อุณหภูมิ -196ºC) เข้าไปในส่วนผสมซึ่งจะทำให้ส่วนผสมแข็งตัว จากนั้นก็เป็นกระบวนการทำด้วยมือคือคนงานจะทำการใช้พลั่ว (ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม) ตักเอาส่วมผสมที่แข็งตัวนั้นใส่ถัง (butt) เพื่อนำไปใส่ในเครื่องอบแห้ง (dryer) การระเบิดเกิดขึ้นขณะที่คนงานเริ่มทำการใช้พลั่วตักส่วนผสมที่แข็งตัว ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต ๒ รายและบาดเจ็บ ๑ ราย

สาเหตุของการระเบิดเกิดจากอากาศที่สัมผัสกับสารผสมที่ยังเย็นจัดอยู่ ทำให้ออกซิเจนในอากาศควบแน่นบนผิวสารผสม (ที่มีเบนซีนเป็นเชื้อเพลิง) ด้วยความเข้มข้นออกซิเจนที่สูงทำให้เบนซีนสามารถระเบิดได้แม้ว่าจะมีอุณหภูมิต่ำมากก็ตาม ต้นตอของการจุดระเบิดเชื่อว่าเกิดจากประกายไฟเมื่อพลั่วกระทบกับถังผสม

หมายเหตุ : ที่ความดันบรรยากาศ อุณหภูมิจุดหลอมเหลวของเบนซีนอยู่ที่ประมาณ 5.5ºC (คือต่ำกว่านี้จะกลายเป็นของแข็ง) แต่มีอุณหภูมิจุดวาบไฟ (flash point) อยู่ที่ประมาณ -11.6ºC ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิจุดเยือกแข็ง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเบนซีนที่เป็นของแข็งนั้นสามารถระเหิดกลายเป็นไอได้

รูปที่ ๓ เหตุการณ์เดียวกับในรูปที่ ๒ แต่ให้รายละเอียดบางส่วนมากกว่า