เมื่อประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา
มีผู้ประกอบการรายหนึ่งสอบถามเกี่ยวกับแม่เหล็กและแม่เหล็กไฟฟ้าที่ใช้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ
Tractioln motor
ของรถยนต์ไฮบริดไฟฟ้าดังแสดงในรูปที่
๑ ข้างล่าง
ซึ่งทางผู้ถามจะได้รับแนวทางการแก้ปัญหาหรือยังนั้นไม่อาจทราบได้
เพียงแต่เนื้อหาในวันนี้จะลองเอาสินค้าที่เขาถามมานั้นมาพิจารณาว่ามันเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางหรือไม่โดยอิงจากรายละเอียดตาม
EU List
รูปที่ ๑
เรื่องราวที่มีการสอบถามกัน
สินค้าที่เขาส่งออกมี
แม่เหล็กถาวร (Rare
earth magnet คือเป็นแม่เหล็กถาวรที่มีธาตุหายากเป็นองค์ประกอบ)
และวัสดุแม่เหล็ก
(ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแม่เหล็กไฟฟ้า
คือวัสดุนี้ตัวมันเองไม่มีอำนาจแม่เหล็ก
แต่พอได้รับพลังงานจากขดลวดไฟฟ้ากระแสตรง
ก็จะกลายเป็นแม่เหล็ก)
รูปที่ ๒
รายละเอียดสินค้าในหมวด
0B001.j
ข้อกำหนดคุณลักษณะของสินค้าในหมวด
0
หรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับโรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มักจะมีคำว่า
"specially
designed or prepared" หรือ
"ได้รับการออกแบบหรือเตรียมมาเป็นพิเศษ"
(เช่นที่ปรากฏในรูปที่
๒)
ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมีการตีความกันอีกว่า
"พิเศษ"
นั้นดูจากตรงไหน
อย่างเช่นในกรณีของวาล์วนั้น
วาล์วที่เราใช้งานกันทั่วไปก็จะถูกสร้างขึ้นโดยอิงมาตรฐานเช่น
API, ASME, ASTM, ISO
เป็นหลัก
วาล์วพวกนี้ถูกนำไปใช้งานกับสารเคมีต่าง
ๆ ทั้งที่ไม่มีความเป็นพิษและมีความเป็นพิษสูง
แต่ไม่ใช่กับสารกัมมันตภาพรังสีที่มีครึ่งชีวิตยาวนาน
เช่น แก๊ส UF6
ซึ่งวาล์วที่ใช้กับสารกัมมันตภาพรังสีพวกนี้จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานที่เข้มงวดกว่า
เพราะสารเคมีอันตรายนั้นถ้ารั่วไหลออกมาเรายังสามารถพอที่จะทำลายมันได้
เช่นด้วยการเผาหรือทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่น
แต่ถ้าเป็นสารกัมมันตภาพรังสี
(เช่นยูเรเนียม)
อันตรายของมันไม่ได้อยู่ตรงที่มันเป็นสารประกอบตัวใด
แต่อยู่ตรงที่มันมีอะตอมยูเรเนียมเป็นองค์ประกอบ
(อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง
"การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทางตัวอย่างที่ ๒๖ วาล์วในCategory 0 MO Memoir: Tuesday 23 June 2569"
ทีนี้มาดูรายละเอียดสินค้าในหมวด
0B001.j.4 หมวด
0B001
เกี่ยวข้องกับตัวโรงงานและอุปกรณ์การผลิต
โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กนั้นอยู่ในหัวข้อ
j ข้อ
4 ที่เป็น
magnet pole piece
ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า
2 เมตร
(ไม่ได้มีการกำหนดความหนาเอาไว้)
magnet
pole piece หรือ pole
piece นี้
โดยตัวมันเองไม่มีคุณสมบัติในการดูดเหล็ก
แต่มันสามารถนำหรือส่งผ่านสนามแม่เหล็กเมื่อการจัดรูปแบบหรือบีบอัดสนามแม่เหล็ก
(ดูตัวอย่างในรูปที่
๓)
ดังนั้นหัวข้อนี้จึงไม่ครอบคลุมแม่เหล็กถาวร
(ที่โดยตัวมันเองนั้นมีคุณสมบัติในการดูดเหล็ก)
และถ้าดูที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต้องใหญ่กว่า
2 เมตรแล้ว
มันก็ไม่ควรที่จะมีการนำมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า
รูปที่ ๓
โครงสร้างของลำโพง แม่เหล็ก
2 มีลักษณะเป็นวงแหวน
(หรือทรงกระบอกกลวง)
ทางด้านหน้าถูกประกบไว้ด้วยแผ่น
disk 1
(สมมุติให้ด้านนี้เป็นขั้วเหนือ)
อีกด้านหนึ่งของแม่เหล็ก
2
(สมมุติให้ด้านนี้เป็นขั้วใต้)
ถูกประกบไว้ด้วยแผ่น
disk 3
ที่มีเดือยทรงกระบอก
4 โผล่ยื่นออกมา
ตัวเดือยทรงกระบอก 4
นี้คือ pole
piece ซึ่งถ้าตัวแผ่น disk
1 และ 3
(ที่มี pole
piece รวมอยู่)
ทำจากวัสดุที่มีค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็ก
(magnetic
permeability)
สูงแล้วจะทำให้เส้นแรงแม่เหล็กจากขั้วเหนือนั้นไหลวนกลับไปยังขั้วใต้ได้ดีขึ้น
(เพราะอากาศหรือสุญญากาศมีค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็กที่ต่ำ)
สและเส้นแรงสนามแม่เหล็กจะมีความเข้มสูงทางด้านหน้า)
ทีนี้ลองไปดูที่หัวข้อ
1C003 (รูปที่
๔)
ซึ่งหัวข้อนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กถาวร
แต่เกี่ยวข้องกับวัสดุแม่เหล็ก
(magnetic metal)
ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย
a, b หรือ
c ข้อใดข้อหนึ่ง
โดยที่
ข้อย่อย
a
มีการกำหนดค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็ก
(ค่า
magnetic
permeability) เริ่มต้นขั้นต่ำเอาไว้
และยังกำหนดค่าความหนาไว้ไม่เกิน
0.05 มิลลิเมตร
คุณสมบัติในข้อนี้มีคำว่า
"relative"
อยู่
คือเป็นค่าที่เทียบกับสุญญากาศโดยค่าของสุญญากาศคือ
1
ในส่วน
Technical note
ของข้อย่อย a
มีการกำหนดเอาไว้ด้วยว่าค่าที่วัดได้ต้องกระทำกับวัสดุที่ผ่านกระบวนการ
"fully
annealed" คือผ่านการให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิที่สูงพอ
แล้วให้เย็นตัวลงอย่างช้า
ๆ
เพื่อลดความเค้นที่เกิดจากแรงที่กระทำระหว่างการขึ้นรูปและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว
วัสดุที่ผ่านกระบวนการ
fully annealed
จะมีค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็กสูงกว่าวัสดุที่ไม่ผ่านกระบวนการ
ข้อย่อย
b
เกี่ยวกับโลหะผสมที่สามารถเปลี่ยนขนาดหรือรูปร่างได้เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก
(magnetostrictive
materials) ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย
1. หรือ
2. ข้อใดก็ได้
(ตัวอย่างการใช้งานของวัสดุพวกนี้คือแกนเหล็กที่ใช้กับหม้อแปลงไฟฟ้า
การเปลี่ยนกลับไปมาของสนามแม่เหล็กที่เกิดจากไฟฟ้ากระแสสลับทำให้ตัวแกนเหล็กมีการขยายตัวและหดตัว
ทำให้หม้อแปลงส่งเสียงหึ่งหรือฮัมต่ำ
ๆ เวลาที่หม้อแปลงทำงาน
ซึ่งถือเป็นเรื่องปรกติ)
ข้อย่อย
c
เกี่ยวข้องกับแถบโลหะผสมที่ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย
1.-3. ทุกข้อ
จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้
โดยในข้อย่อย 3.
นั้น มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย
a. หรือ
b. ข้อใดข้อหนึ่งก็พอ

รูปที่ ๔
รายละเอียดสินค้าในหมวด
1C003
ถ้าจะว่ากันตามนี้
โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว
สินค้าที่เป็นแม่เหล็กถาวรนั้นไม่เป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง
ส่วนโลหะที่เป็นวัสดุแม่เหล็กนั้นจะเป็นหรือไม่ก็ต้องไปพิจารณาที่ขนาดและคุณสมบัติต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็ก
เช่นแม่ magnet
pole piece ที่ทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน
จะถูกจัดว่าเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางหรือไม่นั้นก็ต้องไปดูขนาดประกอบด้วย
ในขณะที่สินค้าในหมวด 1C003
นั้น
ต้องพิจารณาทั้งคุณสมบัติทางแม่เหล็กและขนาดประกอบกัน
จึงจะบอกได้ว่าเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางหรือไม่
ความเข้าใจจากที่เคยเข้าร่วมรับการอบรมการพิจารณาสินค้าที่ใช้ได้สองทางนั้น
การพิจารณาว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางหรือไม่จะอาศัยข้อกำหนดคุณลักษณะโดยอิงจาก
EU List เป็นหลัก
คือทางฝ่ายเทคนิคของผู้ประกอบการควรเป็นผู้พิจารณาสินค้านั้นโดยอาศัยข้อกำหนดคุณลักษณะตาม
EU List
ซึ่งถ้าพบว่าสินค้านั้นมันไม่เป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางแล้ว
มันจะส่งออกด้วย HS
Code อะไรก็ไม่เป็นปัญหา
การใช้
HS Code
นั้นเป็นส่วนของหน่วยงานรัฐที่ใช้สำหรับการตรวจสอบว่าสินค้าที่มีการนำเข้าหรือส่งออกโดยอาศัย
HS Code ใด
ๆ ก็ตาม
มีความเป็นไปได้ที่สินค้านั้นจะเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองหรือไม่
และเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางในหมวดใด
ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนว่าของบ้านเราจะทำสลับกันอยู่
คือให้คนที่ส่งออกสินค้าถ้าพบว่าสินค้าที่ส่งออกนั้นอยู่ใน
HS Code
ที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีสินค้าที่ใช้ได้สองทาง
ก็ให้ไปพิจารณาว่าสินค้าที่ส่งออกนั้นมีข้อกำหนดคุณลักษณะตรงกับหัวข้อใดใน
EU List
ซึ่งปัญหาที่ได้ยินมาก็น่าจะอยู่ตรงนี้
คือคนทำหน้าที่ส่งออกมักไม่ได้มีพื้นฐานความรู้ทางด้านข้อกำหนดคุณลักษณะสินค้า
ส่วนคนที่มีพื้นฐานความรู้ด้านนี้ของบริษัท
(เช่นพวกช่างเทคนิคต่าง
ๆ)
กลับไม่ได้มาทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณาข้อกำหนดคุณลักษณะ