วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รูปร่าง disc ของ globe valve MO Memoir : Sunday 25 October 2569

หลายครั้งที่บทความที่เขียนไว้บน blog ได้เตือนเอาไว้ทำนองว่าอย่าเป็นเลยนะ "วิศวกรสูตรสำเร็จ"

ช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้ (เอาเป็นว่าช่วงที่ AI สร้าง infographic หรือวิดิโอได้ก็แล้วกัน) ได้เห็นทั้งภาพและคลิปวิดิโอสั้น ๆ โผล่ออกมาทั้งทาง YouTube และ facebook จำนวนมาก จำนวนไม่น้อยเป็นสิ่งที่คิดว่าผู้สร้างนั้นต้องการให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี น่ายกย่องสรรเสริญ แต่บ่อยครั้งก็พบว่าสิ่งที่เผยแพร่ออกมานั้นมันไม่ปัญหาเรื่องความถูกต้อง คือบางทีจะว่าผิดหมดเลยก็ไม่ถูก แต่การบอกว่ามันมีเพียงคำตอบเดียวทั้ง ๆ ที่มันยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อีกเยอะมันก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเช่นกัน

อย่างเช่นเรื่องของ globe valve ที่นำมาเล่าในวันนี้

รูปที่ ๑ (ซ้าย) โครงสร้างของ globe valve และ (ขวา) รูปร่างต่าง ๆ ของ disc ที่ใช้ปิดช่องทางการไหล

รูปที่ ๑ (ซ้าย) เป็นภาพตัดขวางแสดงโครงสร้างของ globe valve ตัวหนึ่ง ในรูปนี้ของไหลจะไหลเข้าทางซ้ายก่อนวกขึ้น 90 องศาเพื่อไหลผ่านช่องเปิดออกไปทางด้านขาออกทางด้านขวา ตัวช่องเปิดนี้ (ซึ่งมีลักษณะเป็นรูกลม) จะถูกปิดไว้ด้วยตัว disc เวลาปิดวาล์วตัว disc นี้จะกดเข้ากับ seat

รูปแบบการไหลที่ของไหลนั้นดันตัว disc ในแนวเดียวกับตัว stem หรือ spindle หรือแกนที่ใช้ในการเคลื่อนที่ตัว disc ขึ้นลง ทำให้การยกตัว disc ขึ้นในช่วงที่เริ่มเปิดวาล์วจะทำได้ง่ายแม้ว่าผลต่างความดันด้านขาเข้าและด้านขาออกจะต่างกันมากก็ตาม ทำให้บางครั้งจึงมีการใช้ globe valve ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่วาล์วสำหรับปิด-เปิดแทนการใช้ gate valve (ที่แรงดันของเหลวนั้นกระทำต่อแผ่น disc หรือตัว gate ในทิศทางที่ตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของแผ่น disc) แม้ว่า globe valve จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าและราคาที่สูงกว่าก็ตาม

ขนาดพื้นที่เปิดของช่องเปิดให้ของไหลไหลผ่านได้นั้นขึ้นอยู่กับรูปร่างของตัว disc ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ รูปที่ ๑ (ขวา) และรูปที่ ๒ เป็นตัวอย่างของรูปร่างตัว disc ที่ใช้ในการควบคุมอัตราการไหล

 
รูปที่ ๒ รูปร่างต่าง ๆ ของตัว disc ที่ใช้สำหรับควบคุมอัตราการไหลด้วยการเปลี่ยนแปลงขนาดพื้นที่เปิดของช่องเปิดให้ของไหลไหลผ่าน

ตัว disc ที่มีรูปร่างค่อนข้างแบน (คือไม่มีส่วนที่โผล่ยื่นเข้าไปในช่องเปิด) จะให้พื้นที่เปิดของช่องเปิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อตัว disc ยกตัวขึ้นไม่มาก โครงสร้างแบบนี้เหมาะสำหรับ globe valve ที่ใช้ทำหน้าที่หลักเพื่อการปิด-เปิด แต่ในกรณีที่ต้องการใช้ globe valve เพื่อควบคุมอัตราการไหล โครงสร้างของ disc จำเป็นต้องสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของพื้นที่ช่องเปิดตามระดับการยกตัวของตัว disc

รูปที่ ๓ ที่เอารูปนี้มาก็เพียงแค่จะบอกว่า ตัว disc (ที่ในรูปแปลว่า "ที่ปิด") ของ globe valve ไม่ได้มีรูปร่างเพียงแค่เป็นจานแบน

รูปร่างหลัก ๆ ของตัว disc ที่ใช้กันมากในการควบคุมอัตราการไหลเห็นจะมีอยู่ ๒ รูปแบบคือ Linear กับ Equal percentage ในกรณีของรูปแบบ Linear นั้น ขนาดพื้นที่เปิดของช่องเปิดจะแปรผันเป็นเส้นตรงกับระดับการยกตัวของตัว disc กล่าวคือถ้าตัว disc ยกสูงขึ้น 20% พื้นที่เปิดก็จะเป็น 20% ของพื้นที่เมื่อเปิดเต็มที่ ถ้าตัว disc ยกสูงขึ้น 65% พื้นที่เปิดก็จะเป็น 65% ของพื้นที่เมื่อเปิดเต็มที่ ส่วนในกรณีของ Equal percentage นั้นขนาดพื้นที่เปิดของช่องเปิดจะแปรผันเป็นเปอร์เซนต์ของระดับการยกตัว กล่าวคือถ้าเปิดวาล์วเพิ่มขึ้น 10% พื้นที่ช่องเปิดก็จะเพิ่มขึ้น 10%

สิ่งที่เราอยากได้ก็คืออยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการไหลที่ไหลผ่านวาล์วกับระดับการยกตัวของ disc นั้นแปรผันเป็นเส้นตรง (หรือไม่ก็ใกล้เคียงที่สุด) ซึ่งอัตราการไหลนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นนอกเหนือไปจากขนาดพื้นที่เปิดของช่องเปิดด้วย ทำให้ในบางงานนั้นการใช้วาล์วชนิด Equal percentage จะให้ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการไหลที่ไหลผ่านวาล์วกับระดับการยกตัวของ disc นั้นแปรผันใกล้เคียงเส้นตรงมากกว่าการใช้วาล์วชนิด Linear เรื่องนี้เคยยกตัวอย่างอธิบายไว้ในบทความเรื่อง

"Centrifugal pump กับ Equal percentage valve (ตอนที่ ๑) MO Memoir : Saturday 30 July 2559" และ

"Centrifugal pump กับ Equal percentage valve (ตอนที่ ๒) MO Memoir : Monday 1 August 2559"

รูปที่ ๔ ตัวอย่างโครงสร้างของตัว disc มีรูปร่างเป็น needle ที่เป็นเข็มเรียวเล็ก ในกรณีเช่นนี้การกดให้ตัว disc แนบสนิทเข้ากับตัว seat เพื่อปิดกั้นการไหลอย่างสมบูรณ์นั้นอาจทำให้เกิดความเสียหายกับตัว needle ดังนั้นวาล์วแบบนี้จะปิด "ไม่สนิท" ถ้าต้องการให้ปิดได้สนิทก็ต้องติดตั้ง block valve อนุกรมเข้าอีกตัว

ในกรณีของท่อขนาดเล็กที่ต้องการการปรับอัตราการไหลอย่างละเอียด ตัว disc จะมีรูปร่างเหมือนเป็นเข็มเรียวยาวสอดอยู่ในช่องเปิด วาล์วแบบนี้จึงเรียกว่า needle valve หรือที่แปลเป็นไทยว่าวาล์วเข็ม ในกรณีที่ตัว needle มีขนาดเล็ก (จะว่าไปก็คือกรณีของวาล์วขนาดเล็ก) การปิดกั้นการไหลอย่างสมบูรณ์ด้วยการให้ตัว disc กดแนบสนิทเข้ากับตัว seat นั้นอาจทำให้ตัว needle เสียหายได้ ดังนั้นวาล์วแบบนี้จึงจะปิดไม่สนิท (รูปที่ ๔ ข้างบนมีการระบุอัตราการรั่วไหลสูงสุดที่ยอมให้เกิดขึ้นได้) ถ้าต้องการใช้ในเส้นท่อที่เวลาปิดต้องปิดให้สนิท ก็จำเป็นต้องติดตั้ง block valve อีกตัวอนุกรมเข้ากับตัว needle valve ในเส้นท่อ

สำหรับวันนี้ก็คงจบเพียงแค่นี้

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ภาพ P&ID จาก AI (คิดสักนิดก่อนกดแชร์ เรื่องที่ ๑๓) MO Memoir : Sunday 18 October 2569

พอมี AI ที่สร้างรูปภาพหรือคลิปวิดิโอได้ด้วยการใช้ชุดคำสั่ง ก็เลยมีการสร้างสารพัดเนื้อหาออกมา จากเดิมที่อาจเป็นเพียงแค่รูปภาพง่าย ๆ ก็กลายเป็น infographic หรือคลิปวิดิทัศน์สั้น ๆ ออกมาเต็มไปหมด เผลอ ๆ บางรายก็ใช้ AI สร้างข้อความประกอบด้วยซ้ำ

แต่ที่สำคัญคือในยุคที่ยอด กดไลค์ กดแชร์ จำนวนครั้งการเข้าถึง หรือการเป็นผู้นำเสนอเป็นรายแรก ส่งผลต่อรายได้ของผู้ทำ infographic หรือคลิปวิดิทัศน์สั้น ๆ เหล่านั้น ก็เลยไม่รู้ว่ามันทำให้การตรวจสอบความถูกต้องของสิ่งที่ AI ทำขึ้นมานั้นมันลดลงไปหรือเปล่า เพราะหลายครั้งแล้วที่มันมีความผิดพลาด ซึ่งถ้าเป็นผู้ที่มีความรู้หรือมีพื้นฐานในเรื่องเหล่านั้นอยู่บ้างแล้ว ก็คงจะมองเห็นความผิดพลาดเหล่านั้นได้ง่าย แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้ หรือผู้ที่ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้วรีบบอกต่อ มันอาจส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้ที่เห็นการส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นได้

เมื่อวันก่อนก็เห็นภาพหนึ่งที่ facebook แชร์มาให้ดู ลองดูเองก่อนนะครับ (รูปที่ ๑ ข้างล่าง)

รูปที่ ๑ รูปที่เป็นต้นเรื่องของวันนี้

รูปนี้มาจากเพจที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์วัดคุมทางไฟฟ้า เนื้อหานั้นเขาจะอธิบายว่า P&ID ที่ย่อมาจาก Piping and Instrumentation Diagram ที่เป็นแบบที่วิศวกรเคมีและวิศวกรเครื่องกลใช้นั้นมันคืออะไร และตอนท้าย ๆ ของเนื้อหาเขาก็บอกว่าให้เซฟเนื้อหานี้ไว้และบอกต่อเพื่อนร่วมงานด้วย

แต่ภาพประกอบที่เขาทำนั้น (น่าจะใช้ AI ทำ) มันมีข้อผิดพลาดมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสัญลักษณ์ที่ใช้ที่ใช้ในแบบ P&ID ที่เขานำมาแสดง หรือแม้แต่รูปที่เขาบอกว่าเป็น Realistic View

รูปที่ ๒ ภาพขยายบริเวณปั๊ม P-201A

รูปที่ ๓ ภาพขยายบริเวณปั๊ม P-201B

คือดูตามรูปแล้วคิดว่าสิ่งที่ควรจะเป็นคือมีปั๊มสองตัวคือ P-201A และ P-201B สูบของเหลวออกจากถัง T-201 โดยตัวหนึ่งจะเป็นตัวทำงานหลัก และอีกตัวหนึ่งเป็นตัวสำรอง ดังนั้นท่อที่ต่อออกมาจาก T-201 ควรต้องแยกเข้า P-201A และ P-201B และท่อที่ออกจากปั๊มทั้งสองตัวจะกลับมารวมกัน แต่จากภาพ P&ID ที่เขานำมาแสดงนั้นกลายเป็นว่าท่อจาก T-201 ต่อเข้าเฉพาะ P-201A และท่อด้านขาออกของ P-201A แยกเป็น 2 เส้นทาง โดยเส้นทางแรกส่งต่อไปยัง P-201B และเส้นทางที่สองที่ส่งออกไปยังหน่วยอื่น

แต่พอเป็นภาพ Realistic View กลับมีเฉพาะท่อที่ต่อไปยัง P-201B เท่านั้น

สัญลักษณ์ของวาล์วที่ใช้ก็มีปัญหา คือวาล์วมันมีหลายรูปแบบแต่โดยหลัก ๆ คือใช้รูปสามเหลี่ยมสองรูปหันยอดแหลมเข้าหากัน จากนั้นก็ค่อยเติมรายละเอียดทับลงไปบนสัญลักษณ์นั้นเพื่อระบุให้ชัดเจนว่าเป็นวาล์วชนิดไหน เลยสงสัยว่ามันเกิดจาก AI ไปเป็นรูปร่างสัญลักษณ์ไม่เหมือนกัน และจับมายำรวมกันหรือไม่

ทีนี้ลองดูรูปวาล์วด้านขาเข้าของปั๊มบ้าง (รูปที่ ๒ และ ๓) ใน P&ID นั้นบ่งบอกว่าน่าจะมีวาล์ว 3 ตัว แต่ภาพ Realisitic View กลับเป็นตัวอะไรก็ไม่รูปรูปตัว Y (เห็นตอนแรกนึกว่าเป็น Strainer หรือตัวกรอง) และหน้าตาปั๊มดูตอนแรกนึกว่าเป็น ball valve ตัวใหญ่ที่มีมอเตอร์วางอยู่ข้าง ๆ ต่ออยู่กับอะไรก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่สัญลักษณ์ของปั๊มที่ใช้ใน P&ID นั้น เขามักจะสื่อถึง centrifugal pump หรือปั๊มหอยโข่ง

มาวันนี้เห็นคลิป reel โผล่มาทางหน้า facebook เป็นเรื่องเกี่ยวกับการระเบิดที่ Flixborough ประเทศอังกฤษเมื่อปีค.ศ. ๑๙๗๔ (พ.ศ. ๒๕๒๑) แม้ว่าในคลิปจะบอกว่าเนื้อหาอิงจากรายงานการสอบสวน แต่คิดว่าคลิป reel นี้คงใช้ AI สร้าง เพราะมันมีจุดที่ (ส่วนตัวเห็นว่าสำคัญ) มันไม่ตรงกับรายงานการสอบสวน (รูปที่ ๔ และ ๕)

รูปที่ ๔ ภาพในคลิปวิดิทัศน์ที่มีการนำเสนอ

รูปที่ ๕ ภาพในคลิปวิดิทัศน์ที่มีการนำเสนอ

เรื่องเหตุการณ์นี้เคยเขียนลง blog ในเรื่อง "Flixborough explosion" เมื่อวันศุกร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งจะว่าไปเหตุการณ์นี้ตอนที่ผมไปเรียนที่อังกฤษเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๒ เขาก็นำมาสอนกันในวิชา Safety รูปที่ ๖ ข้างล่างเป็นรูปที่นำมาจากรายงานการสอบสวน

รูปที่ ๖ ภาพจากรายงานการสอบสวน

คือโรงงานมีถังปฏิกรณ์เรียงต่อกัน 6 ตัว ของเหลวในถังปฏิกรณ์ใบที่ 1 จะไหลล้นไปยังถังปฏิกรณ์ใบที่ 2 ที่อยู่ต่ำกว่าเล็กน้อย จนไปสิ้นสุดที่ถังปฏิกรณ์ใบที่ 6 ท่อเชื่อมระหว่างถังปฏิกรณ์แต่ละใบประกอบด้วยท่อสั้น ๆ ที่เรียกว่า stub pipe ขนาด 28 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกันด้วยข้อต่อยืดหยุ่นหรือ bellow ขนาด 28 นิ้วเช่นกัน โดยท่อทั้ง 3 ท่อนนี้ต่ออยู่ในแนว "เส้นตรงในแนวราบ" (คือหน้าแปลนของตัวถังปฏิกรณ์ที่ตัว stub pipe ต้องต่อเข้าไปนั้นมันอยู่ในระนาบตั้งฉาก ไม่ได้ลาดเอียงแบบรูปที่ ๔ และ ๕) และท่อนี้ก็ไม่ได้มีของเหลวอยู่เต็ม ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่สร้างสมดุลความดันระหว่างถังปฏิกรณ์สองใบที่อยู่เคียงข้างกัน

ตัวอย่างหลังนี้ถ้าผู้ทำเขาปรับภาพให้ถูกต้องตามรายงานการสอบสวน ผมว่าคลิป reel ของเขาก็ดูเพลินดี