รูปที่ ๑ เรื่องราวที่มีการสอบถามกัน
สินค้าที่เขาส่งออกมี แม่เหล็กถาวร (Rare earth magnet คือเป็นแม่เหล็กถาวรที่มีธาตุหายากเป็นองค์ประกอบ) และวัสดุแม่เหล็ก (ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแม่เหล็กไฟฟ้า คือวัสดุนี้ตัวมันเองไม่มีอำนาจแม่เหล็ก แต่พอได้รับพลังงานจากขดลวดไฟฟ้ากระแสตรง ก็จะกลายเป็นแม่เหล็ก)
รูปที่ ๒ รายละเอียดสินค้าในหมวด 0B001.j
ข้อกำหนดคุณลักษณะของสินค้าในหมวด 0 หรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับโรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มักจะมีคำว่า "specially designed or prepared" หรือ "ได้รับการออกแบบหรือเตรียมมาเป็นพิเศษ" (เช่นที่ปรากฏในรูปที่ ๒) ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมีการตีความกันอีกว่า "พิเศษ" นั้นดูจากตรงไหน
อย่างเช่นในกรณีของวาล์วนั้น วาล์วที่เราใช้งานกันทั่วไปก็จะถูกสร้างขึ้นโดยอิงมาตรฐานเช่น API, ASME, ASTM, ISO เป็นหลัก วาล์วพวกนี้ถูกนำไปใช้งานกับสารเคมีต่าง ๆ ทั้งที่ไม่มีความเป็นพิษและมีความเป็นพิษสูง แต่ไม่ใช่กับสารกัมมันตภาพรังสีที่มีครึ่งชีวิตยาวนาน เช่น แก๊ส UF6 ซึ่งวาล์วที่ใช้กับสารกัมมันตภาพรังสีพวกนี้จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานที่เข้มงวดกว่า เพราะสารเคมีอันตรายนั้นถ้ารั่วไหลออกมาเรายังสามารถพอที่จะทำลายมันได้ เช่นด้วยการเผาหรือทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่น แต่ถ้าเป็นสารกัมมันตภาพรังสี (เช่นยูเรเนียม) อันตรายของมันไม่ได้อยู่ตรงที่มันเป็นสารประกอบตัวใด แต่อยู่ตรงที่มันมีอะตอมยูเรเนียมเป็นองค์ประกอบ (อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง "การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทางตัวอย่างที่ ๒๖ วาล์วในCategory 0 MO Memoir: Tuesday 23 June 2569"
ทีนี้มาดูรายละเอียดสินค้าในหมวด 0B001.j.4 หมวด 0B001 เกี่ยวข้องกับตัวโรงงานและอุปกรณ์การผลิต โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กนั้นอยู่ในหัวข้อ j ข้อ 4 ที่เป็น magnet pole piece ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 2 เมตร (ไม่ได้มีการกำหนดความหนาเอาไว้)
magnet pole piece หรือ pole piece นี้ โดยตัวมันเองไม่มีคุณสมบัติในการดูดเหล็ก แต่มันสามารถนำหรือส่งผ่านสนามแม่เหล็กเมื่อการจัดรูปแบบหรือบีบอัดสนามแม่เหล็ก (ดูตัวอย่างในรูปที่ ๓) ดังนั้นหัวข้อนี้จึงไม่ครอบคลุมแม่เหล็กถาวร (ที่โดยตัวมันเองนั้นมีคุณสมบัติในการดูดเหล็ก) และถ้าดูที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต้องใหญ่กว่า 2 เมตรแล้ว มันก็ไม่ควรที่จะมีการนำมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า
รูปที่ ๓ โครงสร้างของลำโพง แม่เหล็ก 2 มีลักษณะเป็นวงแหวน (หรือทรงกระบอกกลวง) ทางด้านหน้าถูกประกบไว้ด้วยแผ่น disk 1 (สมมุติให้ด้านนี้เป็นขั้วเหนือ) อีกด้านหนึ่งของแม่เหล็ก 2 (สมมุติให้ด้านนี้เป็นขั้วใต้) ถูกประกบไว้ด้วยแผ่น disk 3 ที่มีเดือยทรงกระบอก 4 โผล่ยื่นออกมา ตัวเดือยทรงกระบอก 4 นี้คือ pole piece ซึ่งถ้าตัวแผ่น disk 1 และ 3 (ที่มี pole piece รวมอยู่) ทำจากวัสดุที่มีค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็ก (magnetic permeability) สูงแล้วจะทำให้เส้นแรงแม่เหล็กจากขั้วเหนือนั้นไหลวนกลับไปยังขั้วใต้ได้ดีขึ้น (เพราะอากาศหรือสุญญากาศมีค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็กที่ต่ำ) สและเส้นแรงสนามแม่เหล็กจะมีความเข้มสูงทางด้านหน้า)
ทีนี้ลองไปดูที่หัวข้อ 1C003 (รูปที่ ๔) ซึ่งหัวข้อนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กถาวร แต่เกี่ยวข้องกับวัสดุแม่เหล็ก (magnetic metal) ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย a, b หรือ c ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่
ข้อย่อย a มีการกำหนดค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็ก (ค่า magnetic permeability) เริ่มต้นขั้นต่ำเอาไว้ และยังกำหนดค่าความหนาไว้ไม่เกิน 0.05 มิลลิเมตร คุณสมบัติในข้อนี้มีคำว่า "relative" อยู่ คือเป็นค่าที่เทียบกับสุญญากาศโดยค่าของสุญญากาศคือ 1
ในส่วน Technical note ของข้อย่อย a มีการกำหนดเอาไว้ด้วยว่าค่าที่วัดได้ต้องกระทำกับวัสดุที่ผ่านกระบวนการ "fully annealed" คือผ่านการให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิที่สูงพอ แล้วให้เย็นตัวลงอย่างช้า ๆ เพื่อลดความเค้นที่เกิดจากแรงที่กระทำระหว่างการขึ้นรูปและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว วัสดุที่ผ่านกระบวนการ fully annealed จะมีค่าสภาพให้ซึมผ่านได้ทางแม่เหล็กสูงกว่าวัสดุที่ไม่ผ่านกระบวนการ
ข้อย่อย b เกี่ยวกับโลหะผสมที่สามารถเปลี่ยนขนาดหรือรูปร่างได้เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก (magnetostrictive materials) ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย 1. หรือ 2. ข้อใดก็ได้ (ตัวอย่างการใช้งานของวัสดุพวกนี้คือแกนเหล็กที่ใช้กับหม้อแปลงไฟฟ้า การเปลี่ยนกลับไปมาของสนามแม่เหล็กที่เกิดจากไฟฟ้ากระแสสลับทำให้ตัวแกนเหล็กมีการขยายตัวและหดตัว ทำให้หม้อแปลงส่งเสียงหึ่งหรือฮัมต่ำ ๆ เวลาที่หม้อแปลงทำงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องปรกติ)
ข้อย่อย c เกี่ยวข้องกับแถบโลหะผสมที่ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย 1.-3. ทุกข้อ จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ โดยในข้อย่อย 3. นั้น มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อย่อย a. หรือ b. ข้อใดข้อหนึ่งก็พอ
รูปที่ ๔ รายละเอียดสินค้าในหมวด 1C003
ถ้าจะว่ากันตามนี้ โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว สินค้าที่เป็นแม่เหล็กถาวรนั้นไม่เป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ส่วนโลหะที่เป็นวัสดุแม่เหล็กนั้นจะเป็นหรือไม่ก็ต้องไปพิจารณาที่ขนาดและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็ก เช่นแม่ magnet pole piece ที่ทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน จะถูกจัดว่าเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางหรือไม่นั้นก็ต้องไปดูขนาดประกอบด้วย ในขณะที่สินค้าในหมวด 1C003 นั้น ต้องพิจารณาทั้งคุณสมบัติทางแม่เหล็กและขนาดประกอบกัน จึงจะบอกได้ว่าเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางหรือไม่
ความเข้าใจจากที่เคยเข้าร่วมรับการอบรมการพิจารณาสินค้าที่ใช้ได้สองทางนั้น การพิจารณาว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางหรือไม่จะอาศัยข้อกำหนดคุณลักษณะโดยอิงจาก EU List เป็นหลัก คือทางฝ่ายเทคนิคของผู้ประกอบการควรเป็นผู้พิจารณาสินค้านั้นโดยอาศัยข้อกำหนดคุณลักษณะตาม EU List ซึ่งถ้าพบว่าสินค้านั้นมันไม่เป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางแล้ว มันจะส่งออกด้วย HS Code อะไรก็ไม่เป็นปัญหา
การใช้ HS Code นั้นเป็นส่วนของหน่วยงานรัฐที่ใช้สำหรับการตรวจสอบว่าสินค้าที่มีการนำเข้าหรือส่งออกโดยอาศัย HS Code ใด ๆ ก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่สินค้านั้นจะเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองหรือไม่ และเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทางในหมวดใด
ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนว่าของบ้านเราจะทำสลับกันอยู่ คือให้คนที่ส่งออกสินค้าถ้าพบว่าสินค้าที่ส่งออกนั้นอยู่ใน HS Code ที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ก็ให้ไปพิจารณาว่าสินค้าที่ส่งออกนั้นมีข้อกำหนดคุณลักษณะตรงกับหัวข้อใดใน EU List ซึ่งปัญหาที่ได้ยินมาก็น่าจะอยู่ตรงนี้ คือคนทำหน้าที่ส่งออกมักไม่ได้มีพื้นฐานความรู้ทางด้านข้อกำหนดคุณลักษณะสินค้า ส่วนคนที่มีพื้นฐานความรู้ด้านนี้ของบริษัท (เช่นพวกช่างเทคนิคต่าง ๆ) กลับไม่ได้มาทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณาข้อกำหนดคุณลักษณะ








