วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569

เมื่อผสมกรดไนตริก (HNO3) กับคีโตน MO Memoir : Sunday 19 April 2569

ในตำราเคมีอินทรีย์มักจะบอกว่าสารประกอบคีโตน (ketone) ไม่ถูกออกซิไดซ์เหมือนพวกอัลดีไฮด์ (aldehyde) แตในความเป็นจริงนั้นถ้าตัวออกซิไดซ์แรงพอก็จะสามารถตัดโมเลกุลคีโตนตรงตำแหน่งหมู่คาร์บอนิล (carbonyl) ได้ และตรงตำแหน่งปลายที่ถูกตัดแยกจากกันนั้นจะกลายเป็นหมู่คาร์บอกซิล (carboxyl)

กรดไนตริก (Nitric acid HNO3) เป็นทั้งกรดและสารออกซิไดซ์ตัวหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีความเข้มข้นสูงและมีกรดแก่บางตัวเช่นกรดกำมะถัน (Sulphuric acid H2SO4) ร่วมอยู่ด้วย ปฏิกิริยาที่เกิดนั้นเป็นได้ทั้งปฏิกิริยาการออกซิไดซ์ (oxidation reaction) และปฏิกิริยาเติมหมู่ไนโตร (หมู่ -NO2) ที่เรียกว่าปฏิกิริยา Nitration) โดยปฏิกิริยาทั้งสองต่างก็เป็นปฏิกิริยาคายความร้อนสูง ดังนั้นในการทำงานที่มีของเสียที่มีทั้งสารอินทรีย์และกรดไนตริก จึงต้องระมัดระวังในการทิ้งสารพวกนี้โดยต้องไม่นำมาทิ้งรวมกันในภาชนะบรรจุเดียวกัน แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังมีการระเบิดของภาชนะบรรจุสาร (ที่รอการกำจัด) อันเกิดจากการผสมกรดไนตริกเข้ากับสารอินทรีย์โดยไม่ตั้งใจ ดังเช่น ๒ เรื่องที่นำมาเล่าในวันนี้

เรื่องแรกเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ค.ศ. ๑๙๙๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ที่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง เหตุเกิดจากการที่คนงานนำของเสียที่เป็นสารเคมีที่มีเมทิลเอทิลคีโตน (Methyl ethyl ketone (MEK) H3CC(O)C2H5) เทลงไปในถังเก็บสารเคมีรอการกำจัด แต่เนื่องจากถังบรรจุสารอินทรีย์รอการกำจัดและถังบรรจุกรดรอการกำจัดมีรูปร่างคล้ายคลึงกันทำให้คนงานเทผิด โดยเทเมทิลเอทิลคีโตนลงไปในถังบรรจุกรดที่มีกรดไนตริกอยู่ข้างใน ทำให้เกิดการระเบิดของถังบรรจุดังกล่าวตามมา

รูปที่ ๑ เหตุการณ์ที่เกิดในประเทศญี่ปุ่น นำมาจากเว็บ Failure Knowledge Database ของประเทศญี่ปุ่น ข้อความมีพิมพ์ผิดตรงที่บอกว่า MEK เป็น inorganic solvent ที่ถูกต้องคือมันเป็น organic colvent

เรื่องที่สองเกิดที่ห้องปฏิบัติการเคมีในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง (รูปที่ ๒) เป็นเหตุเกิดเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. ๒๐๒๔ (พ.ศ. ๒๕๖๗) ก็เรียกว่าเมื่อไม่นานมานี้ เหตุเกิดจากการระเบิดของขวดทิ้งสารที่มีกรดไนตริกและอะซีโตน (Acetone H3CC(O)CH3) อยู่รวมกัน สภาพความเสียหายเป็นอย่างไรก็ดูได้ในภาพข้างล่าง

รูปที่ ๒ ความเสียหายของห้องปฏิบัติการที่เกิดจากการระเบิดของขวดทิ้งสารที่มีการผสมกรดไนตริกเข้ากับอะซีโตน

อันที่จริงถ้าลองค้นข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดจากการผสมกรดไนตริกเข้ากับสารอินทรีย์จะพบว่ามีไม่น้อยเลย และเป็นเหตุที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีการเผยแพร่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการย้ำเตือนไม่ให้ผู้อื่นทำผิดพลาดตามอีก บ่อยครั้งที่การระเบิดเกิดจากความร้อนและผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดแก๊สที่ไปเพิ่มความดันในภาชนะบรรจุที่ไม่มีช่องทางให้แก๊สระบายออกไปได้ และเมื่อภาชนะบรรจุนั้นไม่สามารถรับความดันภายในได้ การระเบิดจึงเกิดขึ้นตามมา

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569

เมื่อผู้ส่งออกและภาครัฐมีความเห็นต่างกันเรื่องคุณสมบัติสินค้า DUI MO Memoir : Thursday 9 April 2569

เมื่อต้นสัปดาห์แห่งคนแชร์ข่าวหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของระบบ ตำรวจ, อัยการ และผู้พิพากษา ของประเทศญี่ปุ่น ที่ทำการจับกุมผู้ต้องหาและไม่ให้ประกันตัว โดยอ้างว่าจะไปยุ่งกับหลักฐาน แม้ว่าหนึ่งในผู้ต้องหานั้นจะป่วยหนักจากโรคมะเร็ง จนในที่สุดหนึ่งในผู้ต้องหานั้นก็เสียชีวิตขณะอยู่ภายใต้การควบคุม และอีก ๕ เดือนถัดมา ทางเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมด เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีการกระทำความผิดจริง

คดีดังกล่าวเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นเข้าจับกุมผู้บริหารระดับสูงจำนวน ๓ คนของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าบริษัทนั้นกระทำความผิดด้วยการส่งเครื่องอบแห้งแบบพ่นฝอย หรือ spray dryer ที่เป็นสินค้าสองทาง (Dual Use Item - DUI) ไปยังประเทศจีนโดยไม่ขออนุญาต สาเหตุที่ทางบริษัทนั้นไม่ได้ขออนุญาตเพราะทางบริษัทเองพิจารณาแล้วว่าเครื่องที่ส่งออกไปนั้นมันไม่ใช่สินค้าควบคุม

ซึ่งประเด็นเรื่อง "เมื่อผู้ส่งออกและภาครัฐมีความเห็นต่างกัน และนำมาซึ่งความเสียหาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ" นี้ทางผมเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ในบันทึกข้อความที่ส่งให้กับทางกรมฯ หลังเสร็จสิ้น workshop ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อสิงหาคม ๒๕๖๒ โดยได้เขียนไว้ในเรื่อง "สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items :DUI) ตอนที่ ๘ MOMemoir : Saturday 21 September 2562" และเมื่อเหตุการณ์ทำนองนี้ได้เกิดขึ้นจริง แม้ว่าจะไม่ใช่ในประเทศไทย แต่ก็เห็นควรว่าควรบันทึกไวัสักหน่อย

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ขอสรุปเป็นลำดับเวลาสั้น ๆ ดังนี้

๒๕๖๓ มีนาคม ตำรวจเข้าจับกุมประธานบริษัทและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอีก ๒ คน ข้อหาส่งออกเครื่อง spray dryer ที่ทางการมองว่าเป็นสินค้า DUI ไปยังประเทศจีน โดยไม่ได้ขออนุญาต (คือทางบริษัทเห็นว่ามันไม่ใช่สินค้า DUI) ทั้งสามคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ประกันตัว

๒๕๖๓ พฤศจิกายน ตรวจพบว่าประธานบริษัทป่วยเป็นมะเร็ง มีการร้องขอประกันตัวเพื่อออกมารักษาข้างนอก แต่ถูกปฏิเสธ

๒๕๖๔ กุมภาพันธ์ ประธานบริษัทเสียชีวิต (ในขณะที่ยังถูกควบคุมตัว) ข้อหาถูกถอน เนื่องจากผู้ต้องหาเสียชีวิต

๒๕๖๔ กรกฎาคม อัยการถอนฟ้อง ผู้บริหารอีก ๒ คนที่ถูกจับกุมพร้อมกัน (ที่ถูกควบคุมตัวอยู่) เนื่องจากยอมรับว่า

การส่งออกนั้นมีความเป็นไปได้ว่าไม่ผิดกฎหมาย

มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

๒๕๖๘ มิถุนายน ทางตำรวจตัดสินใจไม่อุทธรณ์คำสั่งศาล ที่ให้ชดเชยความเสียหายแก่ผู้ถูกจับกุมและครอบครัวเป็นเงิน 166 ล้านเยน

๒๕๖๙ เมษายน ๖ ครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการควบคุม ฟ้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ (รวมผู้พิพากษาด้วย) ที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมและไม่ให้ประกันตัวเพื่ออกมารักษาข้างนอก

๔ รูปถัดไปเป็นข่าวที่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ตที่ได้จากลิงก์ที่อยู่ใต้รูป


https://www.asahi.com/ajw/articles/15835687

 


https://www.japantimes.co.jp/news/2025/08/07/japan/crime-legal/japan-police-illegal-investigation/



https://www.japantimes.co.jp/news/2026/04/06/japan/crime-legal/bereaved-family-sues-hostage-justice/

 


https://japantoday.com/category/crime/update1-family-of-falsely-accused-sues-state-over-judges%27-role-in-hostage-justice