วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ที่ระลึกนิสิตวิศวกรรมเคมีรหัส ๖๕ ขอลาก่อน ไม่ไปลับ จะกลับเยือน MO Memoir : Friday 8 May 2569

อยากให้ผมกล่าวอะไรในงานปัจฉิมนิเทศพวกคุณในบ่ายวันนี้เหรอ จะดีเหรอ ผมคิดว่าพวกคุณคงไม่อยากให้ผมพูดอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวให้พวกคุณฟัง ก็เห็นตอนที่ผมต้องสอนวิชาคณิตศาสตร์พวกคุณ ผมสอนห้องเปล่าเป็นประจำ

********************

สอนห้องเปล่าเนี่ย ถ้าถามว่าโมโหไหม โกรธไหม คำตอบก็คือไม่ทั้งคู่ คือสอนห้องที่มีนิสิตเรียนหรือนิสิตไม่เข้าเรียนเลย ก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม ได้ภาระงานเท่าเดิม แถมไม่เหนื่อยอีกต่างหาก

คือในการสอนวิชาบรรยายที่เป็นวิชาพื้นฐาน ผมดูรามคำแหงเป็นตัวอย่างนะ ถ้าเอกสารการสอนมีครบแจกให้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียน บอกชัดเจนว่าเนื้อหาที่สอนมีอะไรและจะสอบเรื่องใดบ้าง ถ้าผู้เรียนสามารถอ่านเองและทำความเข้าใจเองได้ สามารถสอบผ่านได้ ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อจบออกไป หลากหลายเรื่องราวก็ต้องไปศึกษาด้วยตนเอง

จะมีก็แต่วิชาไฟฟ้าที่พวกคุณจำใจต้องมาเข้าเรียน เพราะเปิดสอนเป็นปีแรก วางเนื้อหาที่จะสอนเป็นครั้งแรก มันก็เลยค่อย ๆ ปรับแก้กันไประหว่างการสอน แต่ก็เห็นทำข้อสอบกันได้นี่

********************

ว่าแต่ทำไมพวกคุณถึงไม่อยากจะเข้าเรียนในวิชาที่ผมสอนล่ะ คำตอบก็คือ

"เป็นเพราะผมกำหนดให้ต้องใส่ชุดนิสิตที่ถูกระเบียบเข้าเรียนใช่ไหม" ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ขัดใจพวกคุณเป็นอย่างมาก

********************

คงเป็นเพราะได้สอนแลป เลยได้มีโอกาสพบปะกับพวกคุณทุกคน เพราะต้องมาลงมือทำการทดลองด้วยตนเอง แถมยังโดนบังคับให้ใส่ชุดนิสิต (โดยมีเสื้อแลปสวมทับ) มาเรียนอีก ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่พวกคุณทุกคนดูดีที่สุดแล้ว
 
๒ ปีที่แล้วในวิชา Chem Prod อาจารย์หัวหน้าวิชาเขาขอให้ผมเอาเนื้อหาบางส่วนของผมมาสอนในสัปดาห์แรกก่อน เพื่อที่จะเป็นการปูพื้นให้นิสิตสามารถทำความเข้าใจในสิ่งที่วิทยากรจะมาบรรยายในสัปดาห์ถัดไปได้ง่ายขึ้น ก่อนสิ้นสุดการเรียนในวันนั้น ผมก็บอกนิสิตไปว่า "สัปดาห์หน้าวิทยากรที่เป็นคนจากข้างนอกจะมาบรรยายให้ฟัง ดังนั้นควรแต่งตัวเพื่อให้เกียรติเขาหน่อย"

แล้วก็มีนิสิตคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า "แต่งตัวอย่างนี้ไม่ให้เกียรติอย่างไร"

ผมก็ได้แต่คิดในใจว่า "อืม ... ก็แล้วแต่อยากจะทำก็แล้วกัน"

********************


อย่าว่าแต่นิสิตเลย อาจารย์บางรายก็เป็น ปีที่แล้วไปร่วมถ่ายรูปหมู่บัณฑิตใหม่ เห็นอาจารย์คณะอื่นใส่ครุย ไม่ว่าจะเป็นครุยของมหาวิทยาลัย (ที่เป็นผ้ามุ้งมองเห็นชุดที่ใส่อยู่ข้างใต้) หรือเป็นชุดครุยของสถาบันที่จบมา (ที่เป็นเสื้อคลุมเต็มตัวยาวลงไปจนถึงเกือบข้อเท้า เครื่องแต่งกายใต้ชุดครุยเขาก็แต่งกันอย่างเรียบร้อย จะมีแปลกก็ของวิศวะนี่แหละ

เขาคงไม่คิดว่าเวลาถ่ายรูปหมู่เขาจะให้อาจารย์นั่งแถวหน้าสุด ดังนั้นแม้ว่าจะใส่ครุยแบบคลุมมิดทั้งตัว มันก็จะยังเห็นส่วนที่อยู่เหนือข้อเท้าเล็กน้อยลงมาจนถึงรองเท้าที่สวมใส่ พอเล่นใส่กางเกงขาสั้นลากรองเท้าแตะ เดือดร้อนช่างภาพก็ต้องมาแก้ไขกันหน้างาน ว่าจะจัดการอย่างไรจึงจะไม่เห็นเท้าที่ใส่รองเท้าแตะโผล่มาในรูป

********************

ในสังคม มีหลายเรื่องที่มันไม่มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องรู้กัน อย่างเช่นต้นปีที่แล้วที่ได้ติดรถไปเยี่ยมชมโรงงานแห่งหนึ่งกับกลุ่มนิสิต ผมก็ได้มีการย้ำเตือนผู้ควบคุมการเดินทางไปว่าที่เขาบอกว่าให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเสื้อแบบไหนก็ได้ กางเกงแบบไหนก็ได้ รองเท้าแบบไหนก็ได้ แต่มันมีข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องเข้าโรงงานอยู่ ที่ได้บอกเขาไปว่าให้ไปย้ำเตือนกับกลุ่มนิสิตที่จะไปเยี่ยมชมโรงงานดังกล่าว

เช้าวันเดินทาง พอมาถึงรถ เห็นชุดที่นิสิตแต่ละคนแต่งมา คิดไหนใจแล้วว่าวันนี้คงสนุกแน่ แต่ก็ดีเหมือนกัน แล้วมันก็โดนจริง ๆ พอเข้าห้องรับรองของโรงงาน วิศวกรที่มาต้อนรับก็ถามเป็นประโยคแรกเลยว่า "ที่มานี่เป็นกลุ่มไหน"

ระหว่างรับประทานอาหารร่วมกับเขา ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ผมก็บอกเขาไปว่าถ้าได้มาเยี่ยมชมที่คณะก็จะเข้าใจได้เอง เพราะตอนนี้ขาดแค่ใส่กางเกงขาสั้นมาสอนหนังสือ

********************

ว่าแต่ได้ยินว่างานเลี้ยงเย็นนี้ มีการกำหนดธีมด้วยหรือว่าให้แต่งกายอย่างไร ถ้าไม่แต่งตามธีมที่กำหนดเนี่ย จะกินข้าวเย็นไม่ได้เหรอ ใส่เสื้อชอปได้ไหม น่าจะได้นะ เพราะมันเป็นเสื้อวิเศษนี่ แค่สวมทับ มันก็ควรเข้าได้ทุกงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรียนบรรยาย เรียนปฏิบัติการ ปฐมนิเทศ แข่งพิชชิ่ง หรือแม้แต่พิธีไหว้ครู

ขาดแต่ว่ายังไม่เห็นมีใครมาเรียกร้องให้ใส่เข้ารับปริญญา :) :) :)

********************

ปี ๒๕๒๙ (ก็เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว) ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสร้างสะพานของค่ายยุววิศวกรบพิธ ๑๔ หลังจากที่ได้ไปร่วมงานเปิดสะพาน ก็ไม่ได้กลับไปที่นั่นอีกเลย ยุคสมัยนั้นมีรถสองแถวเพียงคันเดียววิ่งเข้า-ออกหมู่บ้านแค่วันละเที่ยว คือออกจากหมู่บ้านตอนเช้า และกลับตอนบ่าย ถนนเป็นทางลูกรัง บางช่วงต้องใช้การพันโซ่ล้อเพื่อให้รถผ่านไปได้ ยังเป็นพื้นที่สีชมพู (คือเป็นเขตแทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์)

แต่ตอนนี้สามารถดูภาพ street view ของสะพานนั้นได้จาก google map และดูเหมือนว่าป้ายสะพานจะมีการย้ายตำแหน่งจากตำแหน่งเดิมตอนสร้างเสร็จ

ปีนี้กำลังจะเกษียณอายุราชการ เวลาเที่ยวก็น่าจะเยอะขึ้น ก็เลยตั้งใจว่าจะกลับไปเยือนสะพานแห่งนั้นอีกสักครั้ง กะว่าจะขับรถกินลมไปเรี่อย ๆ ค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่น ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย หลังจากผ่านไป ๔๐ ปี ที่เคยไปถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นไว้ที่หน้าป้ายนั้น

********************

พฤษภาคม ๒๕๒๙ บ้านห้วยเนียม อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

 

ลูกคนเล็กของผมก็จบปีนี้นะ รับปริญญาพร้อมพวกคุณนั่นแหละ แถมผมก็เกษียณปีนี้ด้วย ดังนั้นบันทึกที่ระลึกให้กับนิสิตปริญญาตรีของภาควิชาที่สำเร็จการศึกษาฉบับนี้ ก็อาจเป็นฉบับสุดท้ายแล้วนะ

แต่มันเป็นปีของการสิ้นสุดการทำงานที่แปลกอยู่เหมือนกัน เมื่อต้องไปร่วมงานศพของนิสิตที่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้ายังสอนหนังสือกันอยู่เลย

********************

เมื่อบ่ายวันนี้พวกคุณก็น่าจะได้คำอวยพรไปเยอะแล้วนะจากอาจารย์ท่านอื่น สำหรับผมเอาเป็นว่าจากนี้ต่อไปขอให้พวกคุณสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสุขสงบก็แล้วกัน ส่วนรูปภาพต่าง ๆ ที่อยู่ในบันทึกนี้ ก็เป็นการทำตามสัญญาที่ให้ไว้ตอนที่พวกคุณเข้าภาควิชา ว่าจะส่งคืนให้ในวันสุดท้ายของการเรียน

ว่าแต่ยังจำตัวเองในรูปแบบที่ดีที่สุด (อย่างน้อยก็ในสายตาของผม) ได้ไหมครับ

โชคดีทุกคนนะ สวัสดี


รศ.ดร.ธราธร มงคลศรี

ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ตรงกับวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย (ตรงกับวันโกน)

Link สำหรับดาวน์โหลดบทความและไฟล์รูปภาพ (.pdf)

https://drive.google.com/file/d/1jPVwTLAQ84NIKbq4Eelz-nmwzEljXpG3/view?usp=sharing

Link สำหรับดาวน์โหลดวิดิทัศน์ (.mp4)

https://drive.google.com/file/d/1k0wPs4G-PQjG-O5JoFszhh6uGX7nNHM_/view?usp=sharing