เมื่อช่วงที่ผ่านมามีคำถามหนึ่งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากผู้ที่ไม่ใช่วิศวกรเคมี ผมเห็นว่าคำตอบของคำถามนี้ค่อนข้างจะยาวและน่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นวิศวกรเคมีหรือผู้ที่ไม่ใช่วิศวกรเคมี เลยขอนำคำตอบนั้นมาขยายความและนำมาให้พวกคุณรับทราบกัน
น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานกลางกำหนดแบบที่เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานกลางของโลกก็ได้ เพราะส่วนใหญ่ประเทศผู้ผลิตรถก็ไม่ได้มีบ่อน้ำมัน ประเทศผู้มีบ่อน้ำมันก็ไม่ได้ผลิตรถ ดังนั้นเพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถส่งรถยนต์ไปขายที่ไหนในโลกก็ได้ และให้น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นสามารถใช้กับรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้ ก็ต้องทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงในภูมิภาคของโลกที่มีอากาศเหมือนกันควรต้องมีคุณสมบัติมาตรฐาน (เช่นเลขออกเทน) ที่เหมือนกัน และรถยนต์ก็ต้องออกแบบเครื่องยนต์ให้สามารถใช้น้ำมันที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานกลางได้
ดังนั้นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายในประเทศ (ไม่ว่าจะออกมาจากโรงกลั่นใดก็ตาม) จะต้องมีลักษณะและคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานกลาง สำหรับประเทศไทยนั้นหน่วยงานที่เป็นผู้ประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพของเชื้อเพลิงได้แก่กรมธุรกิจพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ดังนั้นไม่ว่าแต่ละโรงกลั่นจะซื้อน้ำมันจากแหล่งใดมากลั่น แต่ละโรงกลั่นจะต้องผลิตน้ำมันให้เป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่กล่าวมาข้างต้นกำหนด
ในที่นี้ผมเลยพยายามรวบรวมมาตรฐานต่าง ๆ เท่าที่ค้นเจอในส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ที่เป็นของเหลว) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว เพื่อที่จะได้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในท้องตลาดนั้นมีอะไรบ้าง และจะยกบางข้อในประกาศนั้นขึ้นมาเพื่อให้เห็นตัวอย่างการเขียนกฎ ระเบียบ
๑. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของเบนซิน พ.ศ. ๒๕๕๒
ประกาศนี้กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินออกเทน ๙๑ และออกเทน ๙๕ (น้ำมันที่ส่งออกจากโรงกลั่นและมาขายอยู่ตามปั๊มน้ำมันทั่วไป)
สำหรับน้ำมันออกเทน ๙๑ นั้น มีการกำหนดปริมาณสารเติมแต่งที่เป็น MTBE (methyl tertiary butyl ether) อยู่ในช่วงร้อยละ ๐-๑๑.๐ โดยปริมาตร (แสดงว่าไม่ต้องมีก็ได้)
แต่สำหรับน้ำมันออกเทน ๙๕ นั้น มีการกำหนดปริมาณสารเติมแต่งที่เป็น MTBE อยู่ในช่วงร้อยละ ๕.๕- ๑๑.๐ โดยปริมาตร (แสดงว่าจำเป็นต้องมี MTBE)
สำหรับน้ำมันที่มีสารออกซิเจนเนต (คือ MTBE ในที่นี้) เป็นส่วนผสม ประกาศนี้ยอมให้มีน้ำปนอยู่ในน้ำมันได้ไม่เกินร้อยละ ๐.๗ โดยน้ำหนัก (แสดงว่าน้ำมันออกเทน ๙๑ ที่ไม่มี MTBE จะต้องไม่มีน้ำปนอยู่)
และถึงแม้ว่าน้ำมันเบนซินที่ขายในบ้านเรานั้นจัดเป็นน้ำมันไร้สารตะกั่ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปริมาณตะกั่วในน้ำมันจะเป็นศูนย์ ประกาศนี้ยอมให้มีประมาณตะกั่วไม่สูงกว่า ๐.๐๑๓ กรัมต่อลิตร (ก่อน ๑ มกราคม ๒๕๕๕) และหลังวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ จะต้องไม่สูงกว่า ๐.๐๐๕ กรัมต่อลิตร
๒. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของน้ำมันเบนซินพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑
ประกาศนี้กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินสำหรับใช้ผสมเอทานอลแปลงสภาพเพื่อผลิตเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันนี้ไม่ใช่น้ำมันที่ขายตามปั๊ม แต่ขายให้คนอื่นเอาไปผสมกับเอทานอลในข้อ (๓) เพื่อผลิตเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในข้อ (๔) โดยแบ่งออกเป็น
น้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ ๑ (เลขออกเทนไม่ต่ำกว่า ๘๗)
น้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ ๒ (เลขออกเทนไม่ต่ำกว่า ๘๙)
๓. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของเอทานอลแปลงสภาพ พ.ศ. ๒๕๔๘
ประกาศนี้กำหนดลักษณะและคุณภาพของเอทานอลที่จะนำไปผสมกับน้ำมันในข้อ (๒) เพื่อผลิตเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งประกาศนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับโรงกลั่นน้ำมัน แต่ควรจะเกี่ยวข้องกับผู้ผลิตเอทานอลที่โรงกลั่นน้ำมั้นจะนำมาใช้ผลิตแก๊สโซฮอล์
๔. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑
กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ได้จากการนำน้ำมันในข้อ (๒) และเอทานอลแปลงสภาพในข้อ (๓) มาผสมกัน เพื่อผลิตเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ขายตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ โดยแยกออกเป็น ๓ กลุ่มคือ
กลุ่มที่ ๑ ได้แก่พวกที่มีเอทานอลผสมอยู่ร้อยละ ๑๐ โดยปริมาตร หรือที่เรียกว่า อี ๑๐ ซึ่งมี
น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๑๐ ออกเทน ๙๑ (เอทานอล 10%)
น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๑๐ ออกเทน ๙๕ ชนิดที่ ๑ (เอทานอล 10% อะโรแมติก 35%)
น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๑๐ ออกเทน ๙๕ ชนิดที่ ๒ (เอทานอล 10% อะโรแมติก 38%)
กลุ่มที่ ๒ ได้แก่พวกที่มีเอทานอลผสมอยู่ร้อยละ ๒๐ โดยปริมาตร หรือที่เรียกว่า อี ๒๐ ซึ่งมี
น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๒๐ ออกเทน ๙๕ (เอทานอล 20%)
กลุ่มที่ ๓ ได้แก่พวกที่มีเอทานอลผสมอยู่ร้อยละ ๘๕ โดยปริมาตร หรือที่เรียกว่า อี ๘๕ ซึ่งมี
น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี ๘๕ ออกเทน ๙๕ (เอทานอล 85%)
๕. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของน้ำมันดีเซล พ.ศ. ๒๕๕๓
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (ธรรมดา) หรือ High Speed Diesel (HSD) เป็นน้ำมันที่ใช้เติมรถยนต์รถบรรทุกทั่วไป (น้ำมันที่ขายตามปั๊มทั่วไป) น้ำมันตัวนี้จะมีสีเหลือง
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (บี ๕) คือน้ำมันผสมไบโอดีเซล 5% (เป็นน้ำมันที่ขายตามปั๊มทั่วไป จะผสมสีแดง)
น้ำมันดีเซลหมุนช้า หรือน้ำมันขี้โล้ ใช้กับเครืองยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ (เช่นเครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่)
นอกจากนี้ยังมีน้ำมันดีเซลหมุนเร็วตามโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องราชอาณาจักร (ผสมสีเขียว) และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วตามโครงการช่วยเหลือน้ำมันให้ชาวประมง (ผสมสีม่วง) ซึ่งน้ำมันสองประเภทหลังนี้อาจมีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศ (สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (ธรรมดา) ข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้อก็ได้
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (ธรรมดา) ยังกำหนดให้มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมันในปริมาณระหว่างร้อยละ ๑.๕-๒.๐ โดยปริมาตรด้วย (จัดเป็นพวกบี ๒)
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (ธรรมดา) และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (บี ๕) ปัจจุบันกำหนดให้มีค่าซีเทนไม่ต่ำกว่า ๔๗ แต่ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไปจะกำหนดให้มีค่าซีเทนไม่ต่ำกว่า ๕๐
๖. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. ๒๕๔๙
ไม่ได้กำหนดปริมาณของเอสเทอร์หรือน้ำมันพืชที่ผสมอยู่ เป็นน้ำมันที่สนับสนุนให้ชาวบ้านทำขายกันเอง (เช่นโดยการเอาน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันดีเซลผสมกับน้ำมันพืชโดยตรง)
นิยามของ "เครื่องยนต์การเกษตร" ตามประกาศหมายถึง เครื่องยนต์สูบเดียว ๔ จังหวะ สูบนอน ระบายความร้อนด้วยน้ำ (ดังนั้นไม่ควรเอาน้ำมันนี้มาใส่รถยนต์)
๗. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมัน พ.ศ. ๒๕๕๒ (บี ๑๐๐)
น้ำมันไบโอดีเซลบี ๑๐๐ ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลหมุนเร็ว
และเป็นไบโอดีเซลที่นำไปผสมกับน้ำมันดีเซลเพื่อผลิตเป็น บี ๒ และ บี ๕
น้ำมันตัวนี้กำหนดให้มีค่าซีเทนไม่ต่ำกว่า ๕๑
๘. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของน้ำมันก๊าด พ.ศ. ๒๕๔๗
เป็นน้ำมันก๊าดใช้ในอุตสาหกรรม
ประกาศนี้ไม่ครอบคลุมน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ไอพ่น (ซึ่งเป็นน้ำมันในช่วงน้ำมันก๊าด)
๙. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันของน้ำมันเตา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗
แบ่งน้ำมันเตาออกเป็น ๕ ประเภทไล่จากน้ำมันเบา (ความหนาแน่นต่ำสุดและความหนืดต่ำสุด) ไปหาน้ำมันหนัก (ความหนาแน่นสูงและความหนืดสูง) ดังนี้
น้ำมันเตาชนิดที่ ๑
น้ำมันเตาชนิดที่ ๒
น้ำมันเตาชนิดที่ ๓
น้ำมันเตาชนิดที่ ๔
น้ำมันเตาชนิดที่ ๕
ที่แปลกกว่าประกาศของน้ำมันตัวอื่นคือ ประกาศของน้ำมันเตานั้นมีการกำหนดปริมาณความร้อน (แคลอรี่/กรัม) ของน้ำมันเอาไว้ด้วย (ประกาศอื่นไม่มี)
๑๐. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลหมุนเร็ว พ.ศ. ๒๕๔๙ (บี ๑๐๐)
ประกาศนี้เป็นประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยต่างจากข้อ (๗) ตรงที่ว่ามีการระบุไบโอดีเซลว่าเป็น "เมทิล" เอสเทอร์ของกรดไขมันและ "เอทิล" เอสเทอร์ของกรดไขมัน (ประกาศไบโอดีเซลในข้อ ๗ เป็น "เมทิล" เอสเทอร์เท่านั้น) ที่แปลกคือดูเหมือนว่าจะประกาศที่คล้ายกับข้อ (๗) แต่ไม่ได้มีการยกเลิกประกาศข้อ (๗)
๑๑. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น พ.ศ. ๒๕๔๗
เป็นน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน ซึ่งสามารถนำไปผสมสารเติมแต่งต่าง ๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติสูงกว่ามาตรฐานได้
๑๒. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. ๒๕๔๗
ประกาศนี้ใช้กับก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquified Petroleum Gas - LPG) ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงเท่านั้น ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ประกาศนี้ไม่ได้กำหนดว่าก๊าซปิโตรเลียมเหลว ควรประกอบด้วยโพรเพนและบิวเทนในสัดส่วนเท่าใด แต่ใช้วิธีกำหนดความดันไอ ณ อุณหภูมิ ๓๗.๘ องศาเซลเซียสไม่ให้เกิน ๑๓๘๐ กิโลปาสคาล
ประกาศเหล่านี้มีการเพิ่มเติม แก้ไข หรือยกเลิก เป็นระยะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น