วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ท่ามหาราช วังท่าพระ สนามหลวง (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑๓๒) MO Memoir : Monday 23 October 2560

ท่ามหาราช

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

 ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ภาพเขียนประดับริมกำแพง มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

ท้องสนามหลวง

วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560

คู่มือที่ดี ไม่ควรมีข้อขัดแย้งในตัวเอง MO Memoir : Wednesday 18 October 2560

เมื่อไม่นานนี้เริ่มมีการนำเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator หรือย่อว่า AED) เข้ามาติดตั้งในมหาวิทยาลัย พร้อมกันมีการเปิดให้การอบรมแก่ผู้ที่สนใจ (และไม่ติดขัดหน้าที่การงานอะไร) วิธีการปฏิบัติพื้นฐานในการช่วยชีวิตและใช้อุปกรณ์ AED ดังกล่าว


รูปที่ ๑ หน้าปกเอกสารคู่มือการช่วยชีวิตพื้นฐานที่แจกจ่ายให้มหาวิทยาลัย

หัวใจมีกล้ามเนื้อชนิดพิเศษที่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมากระตุ้นให้หัวใจบีบตัวอย่างเป็นจังหวะ ถ้าจังหวะการปล่อยกระแสไฟฟ้านี้ผิดปรกติ ก็จะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะตามไปด้วย และสามารถนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ผู้ที่เกิดอาการภาวะหัวใจเฉียบพลัน ถ้าได้รับการแก้ไขให้คลื่นไฟฟ้าที่กระตุ้นการทำงานของหัวใจนั้นกลับมาเป็นปรกติได้ทันท่วงที ผู้ป่วยก็จะรอดชีวิตได้
 
ตัวเครื่องที่เอามาติดตั้งนั้นแท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้เหมือนกัน (เพราะมันอยู่ในตู้) แต่ตามคู่มือมันบอกว่ามันประกอบด้วยตัวเครื่องและแผ่นนำไฟฟ้าสองแผ่น เครื่องนี้ไม่ใช่เครื่องทำให้หัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วกลับมาเต้นใหม่ แต่เป็นเครื่องที่ทำให้การเต้นหัวใจที่กำลังผิดจังหวะและกำลังนำไปสู่การหยุดเต้นนั้น กลับมาเต้นตามปรกติ
 
การทำงานของเครื่องนั้น หลังจากที่ติดแผ่นนำไฟฟ้าเข้ากับผู้ป่วยแล้ว ตัวเครื่องจะทำการวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วย (เครื่องบางรุ่นอาจจะเริ่มทำการวิเคราะห์เองอัตโนมัติเมือทำการติดแผ่นนำไฟฟ้า ในขณะที่บางรุ่นต้องกดปุ่มให้เริ่มการวิเคราะห์) ถ้าเครื่องตรวจพบว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องได้รับการช็อกด้วยไฟฟ้า เครื่องก็ให้สัญญาณออกมาว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าพบว่าจำเป็นต้องได้รับการช็อกด้วยไฟฟ้า เครื่องก็จะให้สัญญาณเตือนออกมาเพื่อให้ผู้ช่วยเหลือเตรียมการช็อกด้วยไฟฟ้าในขั้นตอนถัดไป
 
รูปที่ ๒ และ ๓ ที่อยู่ถัดไป ผมสแกนมาจากหน้า ๒๖ และ ๒๗ ของเอกสารคู่มือที่เขาแจกจ่ายในคณะ ลองอ่านดูเองเองก่อนไหมครับ


รูปที่ ๒ หน้า ๒๖ ของเอกสารคู่มือที่นำมาแสดงในรูปที่ ๑

รูปที่ ๓ หน้า ๒๗ ของเอกสารคู่มือที่นำมาแสดงในรูปที่ ๑ อ่านเสร็จแล้วสังเกตเห็นอะไรไหมครับ ตรงข้อความ ๓ บรรทัดล่างในหน้า ๒๖ ของเอกสารที่กล่าวถึงตำแหน่งติดตั้งแผ่นนำไฟฟ้า และตำแหน่งติดตั้งแผ่นนำไฟฟ้าบนตัวหุ่นในรูปที่แสดง

ตามคู่มือนั้นบอกว่าแผ่นนำไฟฟ้ามีสองแผ่น แผ่นแรกติดไว้ใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา แผ่นที่สองติดไว้ "ใต้ราวนมซ้ายด้านข้างลำตัว" แต่สำหรับการใช้งานจริงนั้นคงไม่มีใครมาอ่านคู่มือการใช้งาน แต่การดูรูปภาพมันรวดเร็วกว่า ดังนั้นทางผู้ผลิตเครื่องมือจึงทำภาพสัญญลักษณ์เอาไว้บนแผ่นนำไฟฟ้าเลยว่า แผ่นไหนควรติดไว้ที่ตำแหน่งไหนบนร่างกาย ลองดูภาพขยายในรูปข้างล่างดูก็ได้ครับ จะเห็นว่าแผ่นที่วงสีแดงนั้นมีเครื่องหมายบอกเอาไว้ว่าให้ติดที่ใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา ส่วนแผ่นที่วงสีเขียวนั้นให้ติดไว้ทางด้านซ้ายข้างลำตัว ตรงบริเวณระดับหัวนมหรือต่ำลงมาเล็กน้อย (คือบริเวณใต้ราวนมด้านซ้ายข้างลำตัว


รูปที่ ๔ ภาพขยายของรูปที่ ๒ (รูปที่ ๑๑ ของเอกสาร) ตัวแผ่นแปะมีภาพบอกไว้ชัดเจน (และใช้สีที่ต่างกันด้วย) ว่าแผ่นไหนควรติดตรงส่วนไหนของลำตัว

แต่พอแสดงการติดตั้งบนตัวหุ่นนั้น (รูปถัดไป) กลับเป็นอย่างดังที่เห็นในรูปนั่นแหละครับ ลองพิจารณาดูเองเองก็แล้วกัน

รูปที่ ๕ ภาพขยายของรูปที่ ๓ (รูปที่ ๑๒ ของเอกสาร) ลูกศรสีเหลืองคือแนวทางการไหลของกระแสไฟฟ้า

ผมไม่ใช่บุคคลากรทางการแพทย์ ก็เลยไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่าการปฏิบัติไม่ตรงตามที่ตัวอุปกรณ์กำหนดนั้น จะส่งผลต่อการทำงานของตัวอุปกรณ์และการรักษาผู้ป่วยหรือไม่ จากการค้นดูทางอินเทอร์เน็ตก็พบว่าประเด็นเรื่องการติดตั้งแผ่นนำไฟฟ้าสลับกัน และการวางตำแหน่งแผ่นนำไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสมนั้น จะส่งผลต่อการช่วยชีวิตอย่างไรหรือไม่ ก็มีคนถามอยู่เยอะเหมือนกัน (เว็บต่างประเทศที่เป็นภาษาอังกฤษ)
 
ตรงนี้ก็มีผู้ให้คำตอบว่า การวางแผ่นนำไฟฟ้าสลับตำแหน่งกันนั้น ส่งผลต่อพีคสัญญาณที่วัดได้ (คือกราฟจะกลับหัว) แต่ตัวเครื่องวิเคราะห์จะรับรู้ได้เองและปรับแก้ไขให้ (แต่ก็ไม่รู้ว่าทำได้ทุกรุ่นหรือไม่) ที่สำคัญกว่าคือตำแหน่งที่วางแผ่นนำไฟฟ้า ที่เพื่อจะให้การรักษาได้ผลดี เส้นทางเดินของกระแสไฟฟ้าจากแผ่นนำไฟฟ้าแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งนั้นควรต้องเดินทาง "ผ่าน" หัวใจ (ก็เราต้องการให้กระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ และลองดูแนวทางเส้นสีเหลืองในรูปข้างบนดูว่ามันผ่านหรือไม่) 
  
คำตอบที่ค้นเจอตามย่อหน้าข้างบนนี้จะถูกต้องแค่ไหนผมคงบอกไม่ได้ แต่สิ่งที่อยากชี้ให้เห็นก็คือการจัดทำเอกสารคู่มือเพื่อการปฏิบัติงานต่าง ๆ นั้น ที่สำคัญคือต้องไม่มีข้อมูลที่ขัดแย้งในตนเอง หรือทำให้ผู้ที่มาอ่านนั้นเกิดความสับสนและแปลความหมายผิดไปได้ ถ้าคู่มือนั้นได้มีการกระจายออกไปยังระดับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วและพบว่ามีความผิดพลาดที่สำคัญ ก็ควรที่จะต้องเรียกคืนส่วนที่ยังไม่กระจายออกไปยังบุคคลต่าง ๆ และฉบับที่ทำออกมาใหม่นั้นก็ควรมีการระบุด้วยว่ามีการแก้ไขจากของเดิมในประเด็นตรงไหนบ้าง (เช่น ยกเลิกข้อความบางส่วนหรือทั้งฉบับ และให้ใช้ข้อความไหนแทน เป็นต้น) เพื่อที่ว่าคนที่มาอ่านภายหลังจะได้รู้ว่าทำไปฉบับที่ทำออกมาที่หลังจึงมีข้อความที่แตกต่างไปจากฉบับที่ออกมาก่อนหน้า