แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ่าวไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ่าวไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

เมื่อน่านน้ำไทยถูกโปรยทุ่นระเบิด (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑๑๑) MO Memoir : Wednesday 14 September 2559

บรรยากาศในห้องสมุดก็เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา จากสถานที่ที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนค้นหาหนังสือแล้วมานั่งอ่านก็กลายเป็นการอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ บรรยากาศการเข้าไปค้นหาหนังสือตามซอกชั้นวางต่าง ๆ แล้วก็นั่งอ่านหรือยืนอ่านตรงชั้นวางหนังสือนั้นหดหายไป (แต่ก็ยังคงเห็นอยู่ในร้านขายหนังสือหลายแห่ง) การค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือเพื่อมาประกอบการทำรายงานหรือศึกษาเพิ่มเติมก็น้อยลงไป กลายเป็นการค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
 
แต่ที่สำคัญคือข้อมูลเก่า ๆ นั้นจำนวนไม่น้อยยังอยู่บนหนังสือ ไม่ได้อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต และเป็นเรื่องปรกติที่มักจะพบว่าข้อมูลที่พบบนอินเทอร์เน็ตนั้นจะไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนหรือแหล่งที่มาของข้อมูล ทำให้ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าที่บอกต่อ ๆ กันมาที่บอกไม่ได้ว่าต้นเรื่องมาจากไหน และข้อความที่ปรากฏอยู่นั้นก็พร้อมที่จะถูกเปลี่ยนแปลงหรือหายไปจากหน้าเว็บไซต์เมื่อใดก็ได้
 
ช่วงปลายเดือนที่แล้วมีโอกาสแวะเข้าไปห้องสมุดเพื่อเดินดูว่ามีหนังสือเก่าใดที่มีเรื่องน่าสนใจบ้าง วิธีการคัดเลือกก็ไม่ยากใช้วิธีดูที่กระดาษพิมพ์ ถ้าเห็นเป็นกระดาษสีเหลืองเก่า ๆ ที่แสดงว่าเป็นหนังสือเก่า ก็จะลองดึงออกมาดูว่าข้างในมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร อย่างเล่มที่นำมาเล่าในที่นี้คือเรื่อง "สิ่งแรกในเมืองไทย" เขียนโดยคุณ สงวน อั้นคง หนังสือนี้ชุดนี้ในการจัดพิมพ์ครั้งแรกในปีพ.ศ. ๒๕๐๒ โดยสำนักพิมพ์แพร่พิทยามีทั้งหมด ๓ เล่ม เล่มที่นำมาแนะนำให้รู้จักในวันนี้เป็นฉบับพิมพ์แก้ไขเพิ่มเติมของเล่ม ๑ พ.ศ. ๒๕๑๔ และเรื่องที่เลือกมาก็คือเรื่อง "ทุ่นระเบิด"
 
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในประเทศไทยบ้าง ดูเหมือนจะยังไม่มีหนังสือที่เป็นการรวบรวมเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศเอาไว้ ที่พอเห็นบ้างก็เป็นเฉพาะเหตุการณ์ เช่นการทิ้งระเบิดในกรุงเทพ การเข้ากำกับดูแลกิจการรถไฟของกองทัพญี่ปุ่น เป็นต้น เคยคิดเล่น ๆ อยู่เหมือนกันว่าถ้าเกษียณราชการเมื่อใดอาจจะใช้เวลาหลังเกษียณมารวบรวมข้อมูลเหล่านี้อยู่เหมือนกัน ดังนั้นตอนนี้พอเจอเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องก็เลยต้องขอนำมาบันทึกเอาไว้สักหน่อย จะได้เป็นการเตือนความทรงจำว่า มีบันทึกใด อยู่ที่ไหนบ้าง
 
บทความเรื่อง "ทุ่นระเบิด" ในหนังสือเล่มนี้แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการแนะนำให้รู้จักกับทุ่นระเบิดที่ใช้ทำลายเรือ แต่ก็ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการวางทุ่นระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร การกวาดทุ่นระเบิด และความเสียหายที่เกิดขึ้น เอาไว้ด้วย แต่ก็พบว่ามีข้อมูลบางจุดที่ขัดแย้งกับข้อมูลที่มีปรากฏทางอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน จุดหนึ่งที่พบก็คือเหตุการณ์การวางทุ่นระเบิดครั้งแรกในอ่าวไทยในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ที่ในหนังสือดังกล่าวระบุว่าเป็นการโปรยจากเครื่องบิน (หน้า ๒๕๔ ในหนังสือ) ในขณะที่ข้อมูลที่ค้นพบทางอินเทอร์เน็ตนั้นระบุว่าเป็นการวางโดยใช้เรือดำน้ำ ดังนั้นข้อมูลตรงนี้คงต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องกันอีกที
 
การโปรยทุ่นระเบิดในอ่าวไทยนั้นดูเหมือนว่าจะมีอยู่ ๒ ช่วง ช่วงแรกเป็นช่วงตอนต้นสงครามที่ฝ่ายสัมพันธมิตรยังไม่ถูกทัพญี่ปุ่นตีถอยร่นออกไป ช่วงที่สองเป็นช่วงในตอนท้ายสงครามที่มีการนำเอาเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะบินไกลมาใช้งาน และเป็นช่วงที่กองทัพสัมพันธมิตรเตรียมการตีโต้กลับกองทัพญี่ปุ่นในพม่า ซึ่ง ณ ขณะนั้นทัพอากาศของกองทัพสัมพันธมิตรยังต้องใช้ฐานปฏิบัติการในอินเดีย บินอ้อมลงใต้ออกทะเลอันดามันเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบเห็น ก่อนข้ามตัดภาคใต้เข้ามาทางอ่าวไทย

เหตุการณ์ในช่วงนั้นมีอะไรบ้าง เชิญอ่านได้จากเนื้อหาที่แนบมาฝากเอาเองก็แล้วกันครับ






วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

ณ ที่แห่งนี้ ที่กลางทะเล ชื่อว่าอ่าวไทย MO Memoir : Wednesday 7 January 2558

นิตยสารฉบับนี้มีคนเขาเอามาแจกในตลาดนัดวันศุกร์ของมหาวิทยาลัยเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ผมก็เลยรับเอามาอ่านดู มันเป็นนิตยสารฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๕๗ เปิดดูเนื้อหาภายในก็เห็นว่าน่าสนใจดี คือแม้ว่าจะเป็นเนื้อหาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้อ่านที่ชัดเจน แต่สำหรับคนทั่วไปก็สามารถอ่านได้ มันทำให้เราได้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกมุมหนึ่งของสังคม ที่เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีอยู่ เพียงแต่ว่าภาพที่เราคิดนั้นมันตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่
  
เรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมคงใช้กฎหมายมาบังคับใช้ไม่ได้ กฎหมายมันเป็นได้แค่เครื่องมือสำหรับการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนโดยมีหลักฐานที่ชัดเจนรองรับ แต่สำหรับการเลือกปฏิบัติหรือการมีอคตินั้นโดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยากที่จะหาหลักฐานรองรับ ที่เห็นได้ชัดก็คือมีหน่วยงานจำนวนไม่น้อย (โดยเฉพาะของคนไทย) ที่ปฏิเสธที่จะรับใครสักคนเข้าทำงาน ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ว่าเขาด้อยความสามารถ แต่ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ชอบแนวทางการใช้ชีวิตของผู้สมัครรายนั้น แม้ว่าแนวทางการใช้ชีวิตนอกเวลางานของผู้สมัครรายนั้น (แม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมายหรือก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ใคร ๆ ในสังคมก็ตาม) ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของหน่วยงาน
  
เรื่องการแยกระหว่างความรู้ความสามารถในการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวนั้น โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าบริษัทต่างชาติโดยเฉพาะบริษัทของฝรั่ง (ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาหรือยุโรป) นั้น จะแยกออกจากกันได้ชัดเจนกว่าบริษัทของไทย เท่าที่ทราบนั้นเขามักจะพิจารณาว่าผู้สมัครนั้นมีความรู้ความสามารถที่จะทำงานที่เขามอบหมายได้หรือไม่ ส่วนนอกเวลานั้นเขาจะไปทำอะไรที่ไหน (ตราบใดที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย) ก็ไม่ได้เข้าไปล่วงล้ำอะไร อาจเรียกได้ว่ามีการเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลมากกว่าบริษัทของคนไทยเสียอีก

บทสัมภาษณ์ที่ผมนำมาจากนิตยสารฉบับที่ได้รับมานั้น เป็นบทสัมภาษณ์ของบุคคลที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานยังสถานที่ที่ใครหลายต่อหลายคนจำนวนไม่น้อยใฝ่ฝันที่จะได้ไปทำงานที่นั่น ผมเห็นว่ามันเป็นการเล่าประสบการณ์การทำงานที่น่าสนใจ ก็เลยนำมาลงไว้ใน blog นี้เพื่อที่ให้ได้อ่านกัน ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ลองอ่านกันเองก็แล้วกัน และนิตยสารนี้คือนิตยสารอะไร ก็ดูหน้าปกในรูปสุดท้ายเอาเองก็แล้วกัน :)