หลังจากที่ไม่ได้เดินผ่านมุมนี้มาพักนึง
วันศุกร์ที่แล้วก็ได้เดินผ่านซอกตึกนี้เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน
เลยได้สังเกตเห็นว่ามีการติดตั้งเสาไฟส่องสว่างที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์
(รูปที่
๑ ข้างล่าง)
แต่เห็นแล้วรู้สึกว่ามันยังไง
ๆ อยู่ คือนอกจากตำแหน่งนี้
(รูปที่
๒)
มันไม่เหมาะที่จะติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว
มันยังหันไม่ถูกทิศอีก
รูปที่ ๑
ในทั้งสองรูป ทิศทางมองตรงไปคือทิศเหนือ
ด้านขวาคือทิศตะวันออก
ด้านซ้ายคือทิศตะวันตก
จะเห็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์หันไปทางทิศตะวันออก
โดยเอียงขึ้นเล็กน้อย
เรารู้กันว่าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก
และตกทางทิศตะวันตก
แต่ด้วยความกลมและแกนเอียงของโลก
ทำให้เราไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์อยู่ตรงเหนือศีรษะตอนเที่ยงวันทุกวัน
สำหรับประเทศที่อยู่ในซีกโลกเหนือ
เรามักจะเห็นดวงอาทิตย์โคจรโดยเยื้องไปทางทิศใต้เล็กน้อย
และจะเห็นมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว
ที่บ้านเราเรียกว่าช่วงตะวันอ้อมข้าว
รูปที่ ๒
ดาวสีเหลืองคือตำแหน่งที่ติดตั้งเสาไฟส่องสว่างเซลล์แสงอาทิตย์ในรูปที่
๑ (รูปจาก
google earth)
การติดตั้งแผงเซลล์อาทิตย์เพื่อให้ได้รับพลังงานมากที่สุด
ต้องให้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ตั้งฉากกับดวงอาทิตย์
แต่ด้วยการที่ดวงอาทิตย์ไม่หยุดนิ่ง
จึงต้องมีการติดตั้งระบบติดตามดวงอาทิตย์เพื่อคอยปรับมุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์
แต่นั่นคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
สำหรับการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับใช้งานทั่วไป
จึงมักติดตั้งแบบมุมคงที่
แต่คำถามก็คือควรติดตั้งให้หันัไปในทิศทางไหนด้วยมุมเท่าไร
สำหรับประเทศที่อยู่เส้นศูนย์สูตรนั้น
ทิศทางที่เหมาะสมคือหันไปทางทิศใต้โดยยกแผงทำมุมกับพื้นให้มีค่าประมาณตำแหน่งเส้นรุ้งของตำแหน่งที่ติดตั้ง
เช่นที่กรุงเทพก็จะอยู่ประมาณ
13 องศา
และไม่ควรมีสิ่งกีดขวางทำให้เกิดเงาทาบบนแผงไม่วาจะเป็นเวลาใดของวัน
ทั้งนี้เพื่อให้แผงมีโอกาสได้รับแสงอาทิตย์มากที่สุด
(เว้นแต่ช่วงมีเมฆมาบัง)
ตำแหน่งที่ตั้งเสาไฟส่องสว่างด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ในรูปที่
๑ ด้านทิศตะวันออกมันมีอาคารอยู่
(รูปที่
๒)
ดังนั้นมันจะไม่โดนแสงจนกว่าจะเข้าใกล้ช่วงเที่ยง
และพอพ้นเที่ยงดวงอาทิตย์ก็จะอ้อมไปอยู่ด้านหลังของแผงแล้ว
แต่ในบริเวณใกล้กันนี้
(ตรงบริเวณสนามบาสเก็ตบอล)
ก็ยังมีอีกต้นหนึ่งที่เป็นเสาแบบเดียวกัน
แต่ติดแผงหันไปทางใต้
ถ้าจะเป็นผู้นำเป็นเสาหลักด้านวิชาการ
ก็ควรทำบ้านตัวเองให้ถูกต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นมาศึกษา