แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทางเดิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทางเดิน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

แก้ที่ซอร์ฟแวร์ หรือแก้ที่ฮาร์ดแวร์ (๒) MO Memoir : Sunday 14 April 2562

คุณภาพของคนในสังคมว่าเห็นแก่ตัวกันแค่ไหนคงดูได้จากการกระทำ ข้อแก้ตัวที่ว่า "ก็ไม่มีข้อห้ามว่าห้ามทำ" มักจะถูกนำใช้โดยบุคคลที่เอาประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ว่า "ไม่มีบทอนุญาตให้ทำได้" หรือบ่อยครั้งในปัจจุบันที่เรามักเห็นคนกระทำความผิดหรือประพฤติตนไม่เหมาะสม โดยถือเอาว่าอยากจะทำอะไรก็ทำเลย ถ้าไม่ถูกจับลงโทษ (แม้ว่าจะมีคนโวยวายก็ตาม) ก็ไม่ต้องไปสนใจว่าสิ่งที่ทำนั้นมันถูกกฎหมายหรือไม่ พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จึงนำมาซึ่งการออกแบบฮาร์ดแวร์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะการใช้ซอร์ฟแวร์ (เช่นคำเตือนหรือข้อห้ามต่าง ๆ) นั้นมันใช้ไม่ได้ผล
 
ทางเท้าจัดเป็นเส้นทางสัญจรของผู้เดินเท้าและผู้ใช้รถ wheel chair แต่เพื่อที่จะทำให้ผู้ใช้รถ wheel chair ใช้ทางเท้าได้สะดวก ก็เลยต้องมีการทำทางลาดขึ้น-ลงระหว่างทางเท้ากับพื้นถนน แต่กลับกลายเป็นว่าทางลาดนี้กลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ขับรถขึ้นมาบนทางเท้าได้ง่ายขึ้น

รูปที่ ๑ มองจากด้านทิศใต้ไปยังด้านทิศเหนือ รัศมีความโค้งนั้นพอให้รถ wheel chair ผ่านได้ แต่มอเตอร์ไซค์ผ่านไม่ได้

อย่างเช่นบริเวณลานหน้าหอสมุดของมหาวิทยาลัย ที่เป็นลานอเนกประสงค์ เป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจในยามเย็นและบางครั้งก็มีการจัดแสดงดนตรี แต่ลานนี้มักจะมีรถมอเตอร์ไซค์ใช้เป็นทางลัดเป็นประจำ ส่งผลให้ทางมหาวิทยาลัยต้องหาทางป้องกันไม่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่าน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ผู้ที่นั่งรถ wheel chair สามารถผ่านไปได้ สิ่งที่ได้ก็คือที่ถ่ายรูปมาให้ดูในรูปที่ ๑ และ ๒ สิ่งสำคัญในการออกแบบคือรัศมีความโค้งของช่องเปิดต้องกว้างเพียงพอที่จะให้รถ wheel chair ผ่านไปได้ แต่ต้องไม่กว้างจนทำให้รถมอเตอร์ไซค์นั้นตีวงเลี้ยวผ่านไปได้

รูปที่ ๒ มองจากทางด้านทิศเหนือไปยังทิศใต้

อันที่จริงการออกแบบรั้วเพื่อป้องกันไม่ให้รถจักรยานสองล้อ (คิดว่าคงไม่ใช่มอเตอร์ไซค์แน่ เพราะเป็นที่ประเทศญี่ปุ่น) ขึ้นมาใช้ทางเท้าได้ โดยที่ยังคงให้รถ wheel chair ผ่านได้ก็เคยเล่าเอาไว้ครั้งหนึ่ง ใน Memoir ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑๑๗๑ วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เรื่อง "เก็บตกท่องเที่ยวญี่ปุ่น" (แต่เอาเข้าจริงก็ได้มีโอกาสเห็นคนญี่ปุ่นเขายกรถจักรยานข้ามเสาเลย เพราะจักรยานมันเบา) ซึ่งตอนนั้นก็เคยคิดเหมือนกันว่าเมื่อไรบ้านเราจะมีการนำมาใช้บ้างเสียที และในที่สุดก็ได้เห็นแล้ว และหวังว่าคงจะมีการติดตั้งเช่นนี้เพิ่มขึ้นอีก เพราะการแก้นิสัยของคนนั้นมันใช้เวลาหรือไม่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม ก็คงต้องแก้กันด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์นี่แหละ

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เพื่อความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้ทางเท้า MO Memoir : Wednesday 14 May 2557

อาคารที่เขากำลังปรับปรุงมันก็ไม่ได้อยู่ติดทางเท้า แต่ทางผู้รับเหมาเขาต้องการพื้นที่เพื่อการทำงาน เขาก็เลยมีการกั้นรั้ว ด้านหนึ่งเขากั้นรั้วออกมาจนสุดขอบสนามหญ้าถึงขอบทางเท้า แต่อีกด้านหนึ่งนั้นเขากั้นออกมาจนถึงขอบถนน
  
ทีนี้ถนนตรงนี้มันก็เล็ก แค่พอรถวิ่งสวนทางกันได้ และทางเท้าฝั่งนี้ก็เป็นเส้นทางหลักเส้นทางหนึ่งที่คนจำนวนไม่น้อยใช้เป็นเส้นทางเดินจากประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย พอเดินมาจนถึงตรงหัวมุมนี้ ก็ต้องเดินข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่ง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ มันมองไม่เห็นรถที่วิ่งมาจากทางขวามือ


อันที่จริงผมว่าการกั้นรั้วมุมนี้เขาไม่จำเป็นต้องกั้นออกมาจนถึงขอบหัวมุมถนนดังรูป น่าจะมีการปาดหลบมุมหน่อย เพื่อให้คนเดินเท้าสามารถมองเห็นว่ามีรถวิ่งมาทางด้านขวามือหรือไม่ และยังทำให้ผู้ขับรถสามารถมองเห็นด้วยว่าจะมีคนโผล่ออกมาจากทางด้านซ้ายมือหรือไม่ หรือไม่ก็ลดความสูงของรั้วให้เตี้ยลงให้คนเดินเท้าสามารถมองข้ามไปได้

เห็นช่วงนี้เขากำลังมีการก่อสร้างซ่อมแซมอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ล่าสุดดูเหมือนจะเป็นพื้นถนนและท่อระบายน้ำของถนนรอบ ๆ ด้านหน้ามหาวิทยาลัย เช้านี้เดินผ่านเห็นเขาเริ่มเอารถมาทุบพื้นถนนออกแล้ว ก็เลยหยุดถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย (รูปในหน้าถัดไป) ว่าในยุคสมัยหนึ่งถนนหนทางในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร ส่วนเมื่อทำการปรับปรุงเสร็จแล้วจะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไรนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน คงต้องคอยดูกันต่อไป




หายหน้าไปหลายวันก็ได้ไปเห็นการเปลี่ยนแปลงและประสบการณ์อะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง เอาไว้จะค่อย ๆ นำมาเขียนเล่าสู่กันฟัง วันนี้เริ่มด้วยเรื่องเบา ๆ ก่อน เพื่อให้รู้ว่ากลับมาแล้ว

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

นึกหาเหตุผลไม่ออกจริง ๆ MO Memoir 2557 Mar 7 Fri

สิทธิของผู้พิการก็เป็นสิทธิหนึ่งที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๐) ที่รัฐจะต้องดูแลและพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้
 
ในสถาบันของเราก็ได้ทำการปรับปรุงทางเดินและตัวอาคาร โดยในส่วนของทางเดินเท้านั้นก็ได้มีการปูกระเบื้องพื้นทางเดินสำหรับคนตาบอด และทำทางลาดสำหรับผู้ที่ต้องนั่งรถเข็น (แต่เห็นมอเตอร์ไซค์ใช้เป็นทางสำหรับขึ้นมาขับขี่และจอดรถบนทางเดินเท้าซะมากกว่า) ส่วนตัวอาคารเองบางอาคาร (เช่นโรงอาหารบางโรง) ก็มีการทำทางลาดสำหรับให้ผู้พิการที่ต้องนั่งรถเข็นเข้าสู่โรงอาหารได้ (ส่วนไปนั่งที่โต๊ะไหนได้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)
 
รูปที่ ๑ พื้นกระเบื้องสำหรับคนตาบอด (แผ่นสีเหลือง) ที่เป็นสันนูนในแนวยาวบอกว่าทางเดินยังตรงไปข้างหน้า ส่วนที่เป็นปุ่มกลม ๆ นั้นเป็นตัวบอกว่ากำลังจะสิ้นสุดทางเดินหรือถึงบริเวณทางแยก

เมื่อเดือนที่ผ่านมา เห็นทางสถาบันเขามีการกั้นเชือกเส้นทางเดินที่ผมเดินอยู่ประจำระหว่างอาคารจอดรถกับตึกที่ทำงาน (ห่างกันประมาณ ๑๐๐๐ เมตร) พร้อมกับคนงานและถุงปูนซิเมนต์ ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาจะทำอะไรกับทางเดิน เพราะมันก็ยังอยู่ในสภาพที่ดี ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร แต่พอคนงานย้ายตำแหน่งทำงาน ก็เลยรู้ว่าเป็นการ "เปลี่ยน" พื้นผิวฝาบ่อพักท่อระบายน้ำ จากรูปแบบเดิม (รูปที่ ๒) ที่ทำกลมกลืนไปกับเส้นทางเดินสำหรับคนตาบอด มาเป็นรูปแบบใหม่ (รูปที่ ๓) ที่เป็นผิวคอนกรีตเรียบ ๆ ธรรมดาแต่มีรูระบาย ทำให้เส้นทางเดินสำหรับคนตาบอดนั้นขาดเป็นช่วง ๆ
 
จะว่าทำเพื่อให้น้ำบนทางเท้าไหลลงท่อได้สะดวกก็ไม่น่าจะใช่ เพราะมันแก้ได้ด้วยวิธีการอื่นก็ได้ จะว่าเป็นเพราะของเดิมมันพังก็ไม่ใช่ (ก็ผมเดินผ่านอยู่เป็นประจำ ก็เห็นว่ามันยังเรียบร้อยดี)

รูปที่ ๒ ฝาท่อระบายน้ำบนทางเดินเดิม

รูปที่ ๓ ฝาท่อระบายน้ำที่มีการทำขึ้นมาใหม่

รู้แต่เพียงว่าการทำเช่นนี้ต้องมีค่าใช้จ่าย ส่วนทำไปทำไมและเพื่ออะไรนั้น ต้องของบอกตามตรงว่า นึกหาเหตุผลไม่ออกจริง ๆ