วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หม่อน เหมี่ยว และแด้ MO Memoir : Saturday 21 December 2556

ก็ต้องขอบอกตามตรงแหละครับว่าเรื่องที่ผมไม่ถนัดที่จะเขียนมากเรื่องหนึ่งเพราะไม่ค่อยมีความรู้ที่จะเขียนก็คือเรื่องของ "ต้นไม้" ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ของผมก็ประเภทเพียงแค่บอกได้ว่าต้นกล้วยไม่เหมือนกับต้นมะพร้าว หรือมะม่วงไม่เหมือนกับผักตบชวา ยกตัวอย่างแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ชัดเจนไปหรือเปล่า :)


รูปที่ ๑ การ์ดอวยพรปีใหม่ที่มีแฟนคลับเอามาเหน็บไว้หน้าห้องทำงานเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับ

เพื่อตอบแทนการ์ดอวยพรใบแรกของปีที่ได้มา ฉบับนี้ก็เลยขอเป็นเรื่องต้นไม้ ก็เป็นต้นไม้ที่ปลูกอยู่ที่บ้านอีก ๒ ชนิดคือต้นหม่อนกับชมพู่มะเหมี่ยว
 
ที่เขียนเรื่องต้นไม้ก็เพราะอยากจะบันทึกเรื่องราวที่รู้จักต้นไม้นั้นในมุมต่าง ๆ และก็เป็นการสะสมรูปเอาไว้ให้ลูกทำการบ้าน และเผื่อแผ่สำหรับเด็กในเมืองที่ไม่ค่อยมีโอกาสจะได้เห็นของจริง จะได้มีรูปเอาไว้ทำรายงานส่งคุณครู รูปที่เอาลง blog ก็เลยเลือกอันที่เป็นรูปขนาดใหญ่หน่อย เด็ก ๆ จะได้มีรูปขนาดใหญ่ไว้ทำรายงาน
   
แต่ก่อนเวลาได้ยินชื่อ "หม่อน" ก็จะนึกถึง "ไหม" คู่กันไปด้วย เพราะเรียนมาตั้งแต่เด็ก ๆ คือใช้ใบหม่อนเลี้ยงดักแด้ตัวไหม ต่อมาช่วงหลัง ๆ จึงมีคนแย่งอาหารหนอนกินด้วยการนำเอาใบหม่อนมาทำเป็นชาใบหม่อนทำตลาดขายกันแพร่หลาย แต่สิ่งที่หาได้ยากกว่าคือ "ผลหม่อน"
  
ต้องยอมรับว่าหม่อนเป็นพืชโตเร็วชนิดหนึ่ง เรียกว่าไม่น้อยหน้ากระถิน เพียงแต่มันไม่ค่อยจะแตกกิ่งก้านสักเท่าไรนักเว้นแต่จะไปตัดกิ่งมัน กิ่งใหม่ที่งอกออกมาก็จะเน้นยืดยาวไปเรื่อย ๆ พอมันสูงขึ้นไปเลยระเบียงบ้านชั้นสองก็ต้องตัดสักที ที่ตัดก็เพราะเกรงว่าจะมีงูใช้เป็นทางลัดปีนเข้าบ้านชั้นบน


 
รูปที่ ๒ ต้นหม่อนที่ปลูกเอาไว้ที่บ้าน เอามาลงหลังน้ำท่วมปี ๒๕๕๔ ซื้อมาต้นเล็ก ๆ ต้นละ ๑๐ บาท ปรากฏว่าโตเร็วดี ต้องคอยตัดออกเป็นระยะ แต่ตัดแต่ละครั้งก็ดีเหมือนกัน เพราะมันชอบจะออกลูกเวลาที่แตกกิ่งใหม่ทุกที แถมกิ่งที่ตัดออกก็ริดใบทิ้งแล้วนำไปปักหรือไปแช่น้ำเอาไว้ มันก็งอกเป็นต้นใหม่ได้อีก
  
เวลาที่มันงอกโตขึ้นไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่ค่อยจะออกผล แต่พอตัดกิ่งให้มันงอกใหม่เท่านั้นแหละ ออกผลมาให้เห็นทันที ผลหม่อนเป็นผลเล็ก ๆ ขนาดประมาณ ๑-๒ เซนติเมตร แรก ๆ จะเป็นสีเขียว จากนั้นจะกลายเป็นสีแดงสวยดี แล้วก็ออกคล้ำไปทางดำ ๆ ตอนนี้ก็เก็บกินได้แล้ว เช้าวันนี้ลูกสาวคนเล็กก็บอกให้แม่เก็บให้หน่อย ผลหม่อนที่งอกอยู่ที่ต้นที่ปลูกไว้ก็มีลักษณะดังรูปที่แสดง คือผิวเหมือนกับเป็นปุ่ม ๆ และมีขนงอกออกมา พอกัดเข้าไปก็รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำของน้ำข้างใน รสชาติออกเปรี้ยวปนหวาน ไม้ผลรอบบ้านหลายชนิดมักโดน กระรอก กระแต กระถิก (ดูไม่ออกว่าเป็นตัวไหนกันแน่ แต่คงไม่พ้นพวกนี้) มาแอบกินตอนมันกำลังจะสุกอยู่เรื่อย เว้นแต่ลูกหม่อนนี่แหละ ไม่เห็นมันมากินซักที ตอนตัดกิ่งครั้งสุดท้ายได้ใบหม่อนมากาละมังนึง คุณแม่ของผมก็เอาไปตากแห้ง จากนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาไปชงเป็นน้ำชาหรือแจกจ่ายเพื่อนบ้านไปหมด
  
กิ่งหม่อนที่ตัดออกมานั้นพอริดใบออกแล้วก็นำไปปักในดินที่ชุ่ม มันก็งอกขึ้นเป็นต้นใหม่ได้ ครั้งล่าสุดทดลองเอากิ่งที่ตัดออกมาเอาส่วนโคนไปแช่ในน้ำ ปรากฏว่ามันก็แตกกิ่งแถมออกลูกเช่นกันทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ลงดินและไม่เห็นมีรากงอกออกมา แต่ตอนนี้เอาไปปักดินเรียบร้อยแล้ว ด้วยการที่มันขยายพันธ์ง่าย จากที่ซื้อมาต้นเดียวราคา ๑๐ บาท ตอนนี้ก็เลยมีอยู่รอบบ้านหลายต้น

ชมพู่มะเหมี่ยวก็เป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกเอาไว้ที่บ้าน จากเดิมที่มี ๓ ต้นตอนนี้ก็เหลืออยู่เพียง ๒ ต้น ในมะเหมี่ยวมันใบใหญ่ดี แถมไม่ค่อยร่วงเหมือนมะม่วง (ที่ต้องกวาดกันเป็นประจำ) ต้นเก่าสุดของบ้านอายุกว่า ๓๐ ปีแล้ว คือปลูกเอาไว้ตั้งแต่ตอนย้ายเข้ามาอยู่ ผ่านน้ำท่วมกรุงเทพมาหลายครั้ง ตอนนี้มันก็ยังออกผลให้กินอยู่เสมอ แม้ว่าจะไม่ทุกปีก็ตาม 
   
มะเหมี่ยวเวลาแตกยอดอ่อนยอดอ่อนจะมีสีออกแดง ไม่เหมือนต้นไม้ส่วนใหญ่ที่ยอดออกที่แตกออกมานั้นมักจะมีสีเขียว เวลาที่มะเหมี่ยวแตกยอดอ่อนทั้งต้นก็จะเห็นต้นเป็นสีแดงปนเขียว ก็ดูสวยไปอีกแบบหนึ่ง เกสรของดอกมะเหมี่ยวนั้นก็สามารถนำไปทำอาหารรับประทานได้

ฉบับนี้ปิดท้ายด้วยผีเสื้อที่กำลังออกมาจากดักแด้ ตัวนี้มันแปลกตรงที่ต้นไม้มีเยอะแยะดันไม่ไปเกาะ กลับคืบคลานผ่านพื้นคอนกรีตเข้ามาเกาะอยู่บนเสาปูนของหลังคาโรงรถ ตอนที่เห็นครั้งแรกมันก็เป็นตัวหนอน จากนั้นก็กลายเป็นดักแด้ จนกระทั่งเช้ามืดวันอังคารที่ผ่านมา ออกมาเปิดบ้านตอนตี ๕ เศษ ก็เห็นมันกำลังเป็นผีเสื้อออกมาจากดักแด้ ก็เลยไปหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก ส่วนอีกสองรูปนั้นเป็นดักแด้ที่มันเหลือทิ้งเอาไว้ ยังคิดคาไว้ที่เสา จะลองปล่อยไว้อย่างนั้นเพื่อดูว่ามันจะอยู่ไปได้อีกนานเท่าใด



รูปที่ ๓ ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่ปลูกไว้หน้าบ้านเก่า ต้นนี้อยู่มานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว รอดผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังออกลูกให้กินเป็นประจำ ใบอ่อนมะเหมี่ยวที่แตกยอดออกมาใหม่จะออกไปทางโทนสีแดง เวลาที่มันแตกเยอะ ๆ ก็ดูสวยดี ส่วนลูกมะเหมี่ยวก็งอกออกมาตรงตำแหน่งกิ่งที่ถ่ายรูปมาให้ดู มันขึ้นเป็นกระจุกอยู่ติด ๆ กัน แต่สุดท้ายแต่ละกระจุกก็เหลือเป็นลูกโตไม่กี่ลูกทุกที





รูปที่ ๔ ดักแก้ที่มาเกาะอยู่เสาโรงจอดรถที่บ้าน เพิ่มจะเป็นตัวผีเสื้อบินออกไปเมื่อเช้ามืดวันอังคารที่ ๑๗ ธันวาคมที่ผ่านมาบังเอิญไปเห็นตอนกำลังเป็นตัวผีเสื้อออกจากดักแด้พอดี

เคยมีพนักงานกลุ่มหนึ่งจากบริษัทที่รับจ้างทำ CSR ให้กับบริษัทอื่นมาปรึกษาเรื่องการทำ CSR จากขยะชนิดหนี่ง คำว่า "CSR" นี้ย่อมาจาก "Corporate Social Responsibility" ซึ่งมีผู้ให้คำจำกัดความว่า ความรับผิดชอบต่อ "สังคม" และสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่งคือการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก "จริยธรรม" และการจัดการที่ดี หลังจากปรึกษากับผมเสร็จ (ซึ่งก็ดูเหมือนว่าความเห็นของผมไปทำให้สิ่งที่เขาคิดเอาไว้นั้นท่าทางจะไม่มีหวัง) เขาก็ถามผมว่าโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า CSR ที่องค์กรต่าง ๆ ควรทำมากที่สุดคืออะไร

ผมก็ตอบเขากลับไปว่า "ก็ให้พนักงานเลิกงานให้ตรงเวลา ไม่ต้องให้มีงานกลับไปทำที่บ้านหรือในวันหยุด ให้เขามีเวลาไปมีครอบครัวหรือใช้ชีวิตกับครอบครัว ไม่ใช่ต้องให้เขามาทำงานตลอดเวลาเพื่อให้บริษัทมีชื่อว่าได้ช่วยเหลือ "สังคม" แต่กลับไม่คำนึงถึงพนักงานของตัวเองว่ามีเวลาเป็นของตนเองในการไปเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่นนอกบริษัทหรือไม่"

ไม่มีความคิดเห็น: