วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๒๕ รถไฟเล็กลากไม้สายตะวันออก (ศรีราชา) ภาค ๒ MO Memoir : Monday 8 October 2555

"บ่ายเกือบสามโมง ที่เราโดดลงจากรถเมล์ประจำทางระหว่างกรุงเทพฯศรีราชา มันเป็นการนับครั้งไม่ถ้วนที่คณะเรามาตากอากาศศรีราชาอย่างพร่ำเพรื่อ เราทั้งหลายรับกระเป๋าเดินทางลงจากรถแล้ว เตะแข้งเตะขาพอหายเมื่อย แล้วก็หอบหิ้วกระเป๋าเดินเข้าทางเก่าที่เดินมาแล้วเสมอ คือทางเข้าในบริเวณโรงงานป่าไม้ศรีราชา และสิ่งประจำอีกอย่างคือ ตะโกนทักขึ้นไปบนที่ทำการของบริษัท บรรดาสหายทั้งหลายที่อยู่บนนั้นก็ตะโกนเอะอะลงมาตามเคย ยกมือไหว้กันคนละทีสองที โวยวายกันตามระเบียบ แล้วก็ชักยืดเข้าภายในเขตบ้านพักหลังที่ทำการ ด้วยจำนวนนักตากอากาศพร่ำเพรื่อเกือบ ๒๐ คน
.....
การตากอากาศของเราไม่มีการเล่นน้ำทะเล เพราะรู้ว่าเล่นไม่ได้ ฉลามชุม จึงโอละพ่อเป็นชมป่าแทนชมทะเล อาศัยรถยนต์รางของผู้จัดการบริษัทเข้าไปตรวจงานในป่ายุบต้นทางของการตัดโค่นไม้ มีระยะทางไกลต้องค้างปลายทางหนึ่งคืน แล้วก็ล่องกลับมาที่เดิม"

เนื้อหาข้างบนคัดมาจากนิยายเรื่อง "แขกเมื่อค่อนคืน" เขียนโดย เหม เวชกร ผมเอามาจากหนังสือชุด "ภูตผีปิศาจไทย ตอน ใครอยู่ในอากาศ" ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่ ๕ ในชุดครบรอบ ๑๐๐ ปี เหม เวชกร (ทั้งชุดมี ๕ เล่ม) จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิริยะ ปีพ.ศ. ๒๕๔๗ เรื่อง "แขกเมื่อค่อนคืน" นี้ทางสำนักพิมพ์วิริยะระบุไว้ปกหน้าว่าเป็นต้นฉบับที่เพิ่งค้นพบใหม่ และตอนท้ายของเรื่องก็ระบุด้วยว่าเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกใน แถบทอง ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑ ปักษ์หลัง ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑

จากนิยายดังกล่าวทำให้เรารู้ว่าในอดีตนั้นทะเลแถวศรีราชามีปลาฉลามชุม ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ (ส่วนที่พัทยากับบางแสนที่อยู่ใกล้ ๆ กันไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง) และมี "รถยนต์ราง" ของบริษัททำไม้วิ่งเข้าไปในป่า

รูปที่ ๑ เล่มซ้ายคือหนังสือรวมเรื่องผีของ เหม เวชกร (เล่มที่ ๕) ส่วนสองเล่มขวาเป็นหนังสือที่ชาวต่างชาติเขียนไว้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดินรถไฟในประเทศไทย โดยเล่มสีน้ำเงินนั้นครอบคลุมไปถึงในเขตประเทศลาวและกัมพูชา สองเล่มหลังนี้ได้มาจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ ที่ศาลาพระเกี้ยว (เล่มละพันกว่าบาท)

"รถยนต์ราง" ที่กล่าวในนิยายดังกล่าวก็คือ "รถไฟเล็กลากไม้" ของบริษัทศรีมหาราชา ซึ่งได้รับสัมปทานทำป่าไม้ในภาคตะวันออก โดยนำไม้ในป่ามายังโรงเลื่อยที่ อ. ศรีราชา และมีการส่งลงเรือโดยนำไม้ไปลงเรือที่ท่าเรือเกาะลอย ซึ่งเรื่องนี้เคยเอามาเล่าไว้ครั้งหนึ่งใน Memoir ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒๓๖ วันศุกร์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เรื่อง "ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑๒ รถไฟเล็กลากไม้สายตะวันออก (ศรีราชา)"

เมื่อเดือนสิงหาคมไปได้หนังสือเกี่ยวกับประวัติการเดินรถไฟในประเทศไทยมา ๒ เล่ม ทั้งสองเล่มเขียนโดยชาวต่างชาติ เล่มแรกคือ "The Railway Atlas of Thailand, Laos and Cambodia" เขียนโดย B.R. Whyte (ปีค.ศ. 2010) ส่วนเล่มที่สองคือ "The Railways of Thailand" เขียนโดย R. Ramaer (ปีค.ศ. 2009) จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ White Lotus หนังสือสองเล่มดังกล่าวผมไปเห็นวางขายในหมวดเอเซียศึกษาซึ่งเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ ลองพลิกดูเห็นว่ามีเรื่องราวที่น่าสนใจก็เลยซื้อมาเก็บเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับทางรถไฟของบ้านเราที่เคยมีในอดีต แต่ในปัจจุบันหลายสายอาจจะไม่เหลือร่องรอยอะไรเอาไว้แล้ว อาจเหลือเพียงเอกสารที่เคยกล่าวถึงในอดีตที่อาจไปซุกอยู่ ณ ซอกตู้แห่งใดแห่งหนึ่งที่รอคนไปขุดคุ้ยเอาออกมา

รูปหนึ่งที่น่าสนใจมากในหนังสือดังกล่าวคือรูปรถไฟเล็กลากไม้ศรีราชาขณะปฏิบัติงานที่เอามาแสดงให้ดูในรูปที่ ๒ ที่น่าเสียดายก็คือไม่มีข้อมูลที่จะระบุได้ว่ารูปดังกล่าวถ่ายโดยใคร เมื่อไร และสถานที่แห่งใด ในภาพจะเห็นหัวรถจักรกำลังลากไม้ท่อนที่ตัดเอาไว้แล้วทางรางด้านขวา ส่วนรางทางด้านซ้ายก็เป็นไม้ท่อนที่วางบนตัวรถพร้อมรอการลากจูง

รูปที่ ๒ รถไฟเล็กลากไม้ศรีราชาขณะปฏิบัติหน้าที่ จากหนังสือ The Railway Atlas of Thailand, Laos and Cambodia โดย B.R. Whyte สำนักพิมพ์ Whits Lotus ปีค.ศ. 2010

อีกรูปคือรูปแผนที่เส้นทางรถไฟ (รูปที่ ๓) รูปนี้แสดงเส้นทางรถไฟเฉพาะด้าน อ. ศรีราชา ทำให้ไม่รู้ว่าปลายทางด้านตะวันตกนั้นไปสิ้นสุดที่ใด แต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีการแยกเส้นทางไปสองทาง เส้นทางที่ขึ้นเหนือนั้นดูเหมือนว่าจะโฉบไปทางด้านทิศตะวันออกของอ่างเก็บน้ำบางพระในปัจจุบัน และในตำแหน่งที่เป็นอ่างเก็บน้ำบางพระในปัจจุบันนั้น สมัยก่อนจะเป็นบ่อน้ำร้อนและบ่อน้ำเย็น ซึ่งในขณะนี้ทั้งสองบ่อจมอยู่ใต้น้ำของอ่างเก็บน้ำบางพระแล้ว (ในกรอบสี่เหลี่ยมเหลือง)

รูปที่ ๓ แผนที่เส้นทางรถไฟเล็กลากไม้สายตะวันออก จากหนังสือ จากหนังสือ The Railway Atlas of Thailand, Laos and Cambodia โดย B.R. Whyte สำนักพิมพ์ Whits Lotus ปีค.ศ. 2010 ในแผนที่ดังกล่าวยังปรากฏบ่อน้ำร้อนและบ่อน้ำเย็น ซึ่งปัจจุบันจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำบางพระ คำบรรยายภาพบอกว่าแผนที่นี้เป็นสมัยปีค.ศ. 1929-30 (พ.ศ. 2472-2473) พิมพ์ค.ศ. 1941 (พ.ศ. 2484)

ในแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑ ตอนที่ ๗๑ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ (รูปที่ ๔) ยังปรากฏเส้นทางรถไฟดังกล่าวจากศรีราชา ไปยังบ้านหนองอีบู่ และบ้านหนองค้อ แต่ทางรถไฟที่แยกจากบ้านหนองอีบู่ไปยังบ้านวังหินนั้นหายไปแล้ว แสดงว่าเส้นทางสายนี้ถูกรื้อถอนไปก่อนสิ้นปีพ.ศ. ๒๔๙๗

รูปที่ ๔ แผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๙๗ จะเห็นว่าเส้นทางรถไฟที่แยกจากบ้านหนองอีบู่ไปทางบ้านวังหินและบ่อน้ำร้อน (ที่ตั้งอ่างเก็บน้ำบางพระในปัจจุบัน) ได้หายไปแล้ว

เส้นทางรถไฟลากไม้สายดังกล่าวที่หลงเหลืออยู่ ในภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็นเส้นทางรถไฟสำหรับขนอ้อยจากไร่เข้าสู่โรงงานน้ำตาล ความทรงจำที่ภรรยาผมเคยเห็นก็คือรถไฟสายดังกล่าวเป็นรถไฟบรรทุกอ้อย (ภรรยาผมเกิดไม่ทันสมัยที่เขายังทำป่าไม้กันอยู่) ในแผนที่แนบท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งสุขาภิบาลหัวกุญแจ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ในปีพ.ศ. ๒๕๐๖ ก็แสดงให้เห็นเส้นทางรถไฟของบริษัทน้ำตาลชลบุรี (รูปที่ ๕) ซึ่งในปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวก็ได้กลายเป็นถนนไปแล้ว (ดูแผนที่ปัจจุบันในรูปที่ ๖) เส้นทางสายนี้น่าจะเป็นเส้นทางที่ภรรยาของผมเล่าให้ฟังว่าเคยเห็นเมื่อตอนยังเป็นเด็กอยู่ และน่าจะถูกรื้อถอนไปหลังปีพ.ศ. ๒๕๑๓

รูปที่ ๕ แผนที่แสดงเขตสุขาภิบาลหัวกุญแจ จากประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งสุขาภิบาลหัวกุญแจ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๐๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๐ ตอนที่ ๒๖ วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๐๖ ยังปรากฏแนวเส้นทางรถไฟบริษัทน้ำตาลชลบุรี

เส้นทางรถไฟที่ไปยังบ้านหัวกุญแจนี้เป็นเส้นทางที่แยกออกมาจากตลาดหนองค้อ (น่าจะเป็นบริเวณบ้านหนองค้อที่กลายเป็นอ่างเก็บน้ำในปัจจุบัน) พิจารณาจากแผนที่ในรูปที่ ๗ ดูแล้วเข้าใจว่าเส้นทางที่แยกจากบ้านหนองอีบู่เป็นเส้นที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเขาเขียว (เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาเขียว) ซึ่งไม่ปรากฏในแผนที่ในรูปที่ ๗ แล้ว ส่วนเส้นทางที่แยกจากตลาดหนองค้อนั้นเป็นเส้นทางที่อยู่ทางด้านตะวันออกของเขาเขียว เส้นทางไปบ้านหัวกุญแจนี้ในแผนที่แสดงให้เห็นว่าผ่านบริเวณวัดโค้งดารา (บ้านโค้งดาราในปัจจุบัน) แล้วโฉบขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (น่าจะเป็นแนวถนน ชบ ๑๐๘๐ ในปัจจุบัน)

รูปที่ ๖ แผนที่บริเวณบ้านหัวกุญแจในปัจจุบัน เส้นทางรถไฟเดิมกลายเป็นถนนทางรถไฟเก่า

บ้านโค้งดารานี้ผมมีโอกาสแวะไปหลายครั้ง ปัจจุบันที่นั่นมีคนจากกรุงเทพและหลายจังหวัดแวะเวียนไป ที่เขาไปกันคือไปสถานปฏิบัติธรรมชื่อ "สวนสันติธรรม" ผมเองก็เคยแวะไปที่นั่น แต่ไม่ได้แวะไปฟังธรรมหรอก ไปดูคนที่เขาไปฟังธรรมมากกว่า (ไปดูพฤติกรรมประหลาด ๆ หลายอย่าง เรื่องหนึ่งเคยเล่าเอาไว้ใน Memoir ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๙๕ วันศุกร์ที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ เรื่อง "ไปวัดแล้วได้อะไร") แต่เหตุผลหลักคือแม่ค้าขายกล้วยทอดที่อยู่ที่ปากทางแยกจากบ้านโค้งดาราไปสวนสันติธรรมนั้น (ถ้าขับรถเข้าไปจะอยู่ทางขวามือ) ทอดกล้วยได้อร่อย ชอบกันทั้งครอบครัว ผ่านไปแถวนั้นทีไรต้องแวะซื้อกินกันก่อนแล้วค่อยขับรถกลับ 
 
แนวทางรถไฟที่ปรากฏในแผนที่ในรูปที่ ๗ นั้นน่าจะผ่านไปทางด้านหน้าที่ตั้งสวนสันติธรรมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นถนนที่ตัดผ่านด้านหลังเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาเขียวออกไป และเป็นบริเวณที่อยู่ระหว่างเนินเขาสองลูก ซึ่งเหมาะต่อการตัดเส้นทางมากกว่า ถนนเส้นนี้ปรกติผมก็ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงในการขับรถจากบางพระไปบ้านบึง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง ขับมาตั้งแต่ยังเป็นถนนลูกรัง/หินคลุกตัดผ่านไร่มัน จนตอนนี้มีการทำเป็นทางลาดยางเกือบทั้งเส้น เว้นแต่เฉพาะช่วงที่ตัดผ่านเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาเขียว ซึ่งยังคงเป็นถนนลูกรังผสมหินคลุกอยู่

รูปที่ ๗ ในหน้าสุดท้ายนำมาจาก ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตสุขาภิบาลอ่าวอุดม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประกาศ ณ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๗ ตอนที่ ๑๐๐ วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๒ นั่นแสดงว่าในปีพ.ศ. ๒๕๑๓ นั้นทางรถไฟสายดังกล่าวยังมีอยู่ และยังทอดยาวไปถึงเขตรอยต่อกับจังหวัดระยองด้วย แผนที่นี้ผมนำมาจากไฟล์ต้นฉบับที่เป็น .pdf รูปต้นฉบับตัวจริงใหญ่กว่าหน้ากระดาษ A4 และชัดเจนกว่า ถ้าอยากเห็นภาพที่ชัดกว่านี้ก็ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บของราชกิจจานุเบกษา แล้วเปิดขยายดูบนคอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็ลองอ่านไฟล์ที่ส่งให้นี้บนคอมพิวเตอร์แล้วก็ขยายภาพดูเอาเอง

ในประเทศไทยนั้น ทางรถไฟและลำคลองที่เคยมีชื่อปรากฏในอดีต ค่อย ๆ ทยอยหายไป ถูกแทนที่ด้วยถนนและท่อระบายน้ำ แต่ก็ยังดีที่หลายแห่งยังมีการอนุรักษ์ชื่อเดิมเอาไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังรู้ว่าก่อนที่จะมาเป็นถนนในปัจจุบันนั้น เส้นทางดังกล่าวเคยเป็นอะไรมาก่อน ในกรุงเทพนั้นชื่อถนนชื่อสี่แยกยังคงมีอยู่ (เช่น "ถนนทางรถไฟสายปากน้ำ" ที่ทางรถไฟหายไปแล้ว "แยกสะพานเหลือง" ที่ตอนนี้ไม่มีสะพานหลงเหลือให้ดู) แต่ในต่างจังหวัดนั้นมักจะตั้งชื่อถนนโดยใช้รหัสตัวเลขแทน (ถ้าเป็นของจังหวัดก็จะมีรหัสจังหวัดนำหน้า) ซึ่งจะทำให้ความทรงจำของสิ่งเดิมที่เคยมีอยู่ตรงที่เหล่านั้นหายไป


วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การทำวิทยานิพนธ์ภาคปฏิบัติ ตอนที่ ๔๐ การบรรจุ inert material ใน fixed-bed MO Memoir : Saturday 6 October 2555

ไหน ๆ Memoir ฉบับที่แล้วก็ได้พูดถึงการทดลองของสาวน้อยผู้แสนเรียบร้อยที่มีการบรรจุ SiC เข้าไปใน catalyst bed วันนี้ก็เลยขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับการบรรจุ inert material ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยาใน fixed-bed ก็แล้วกัน

fixed-bed micro-reactor ที่เราใช้ทดสอบตัวเร่งปฏิกิริยาในขณะนี้นั้นถ้าไม่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless steel SS304) ก็จะทำจากแก้ว quartz (อุณหภูมิสูงมาก) ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอก (เราเคยมี reactor ที่ทำจากแก้ว pyrex ซึ่งใช้ได้ที่อุณหภูมิไม่สูงมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะถูกเก็บเอาไปหมดแล้ว เพราะเคยมีคนหยิบผิดเอาไปใช้ที่อุณหภูมิสูง ทำให้ reactor พัง)

ในการติดตั้ง fixed-bed ของเรานั้น เราจะเริ่มจากการอัด quartz wool เข้าไปยังตำแหน่งที่จะวางเบดตัวเร่งปฏิกิริยาก่อน จากนั้นจึงบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาลงไป แล้วปิดข้างบนด้วย quartz wool อีกที (รูปแบบ (๑) ในรูปที่ ๑) เวลาที่นำ reactor ไปติดตั้งใน furnace นั้นเบดตัวเร่งปฏิกิริยาจะได้รับการรองรับเอาไว้ด้วย thermowell ที่สอดขึ้นมาจากทางด้านล่าง ในกรณีที่ใช้ท่อโลหะนั้น เรามีทั้งแบบที่ไม่มี union ตรงส่วนกลางและแบบที่มี union ตรงส่วนกลางเพื่อใช้ในช่วยในการบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาให้ตรงตำแหน่ง (เรื่องนี้เคยบรรยายเอาไว้แล้วใน Memoir ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๓๐๖ วันเสาร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เรื่อง "ทำไมถึงมี union")


รูปที่ ๑ ตัวอย่างรูปแบบการบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาและ inert material ใน fixed-bed ที่แลปของเราเคยทำกัน (แต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีการบรรจุมีเพียงแค่รูปแบบที่แสดงเท่านั้นนะ) : รูปแบบที่ (๑) ใช้ glass wool รองด้านล่างเบดและปิดด้านบนเบด ; รูปแบบที่ (๒) ใช้ inert packing บรรจุไว้ข้างใต้และข้างบนเบดตัวเร่งปฏิกิริยา ; รูปแบบที่ (๓) ในกรณีที่เบดตัวเร่งปฏิกิริยาค่อนข้างบางก็จะบรรจุ inert packing เอาไว้เหนือเบดค่อนข้างหนาสักหน่อย เพื่อช่วยในการปรับ profile การไหลของแก๊สและนำความร้อนจากผนังเข้าสู่แก๊สที่ไหลอยู่กลาง reactor ; รูปแบบที่ (๔) ในกรณีที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาไม่มากก็อาจใช้วิธีการผสมเข้ากับ inert material ก่อนที่จะบรรจุเข้าไปในเบด

แต่ก็มีอยู่บ้างเหมือนกันที่เราไม่ได้ใช้เพียงแค่ glass wool รอง/ปิดทับเบดตัวเร่งปฏิกิริยา แต่มีการบรรจุ inert packing ตัวอื่นร่วมเข้าไปด้วย ทั้งนี้เนื่องจากสาเหตุหลายสาเหตุเช่น

- ตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นผงละเอียดมาก ถ้าใช้แต่ glass wool รองก็อาจเล็ดลอดผ่านไปได้ ในกรณีนี้เราก็มักจะบรรจุ inert packing ที่มีขนาดอนุภาคใหญ่กว่าลงไปก่อน แล้วจึงค่อยบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาลงไป (รูปแบบที่ (๒) ในรูปที่ ๑)

- เบดตัวเร่งปฏิกิริยาค่อนข้างบาง และ/หรือแก๊สมีอัตราการไหลสูง ทำให้อุณหภูมิของแก๊สที่ไหลเข้าเบดตัวเร่งปฏิกิริยาที่ตำแหน่งห่างจากผนัง reactor ต่างกันไม่เท่ากัน โดยแก๊สที่อยู่ใกล้ผนัง reactor จะร้อนมากกว่าแก๊สที่อยู่ตรงกลาง ในกรณีเช่นนี้เราจะบรรจุ inert packing ไว้ทางด้านบนของเบดเพื่อให้ช่วยปรับ profile ความเร็วการไหล (ให้สม่ำเสมอตลอดพื้นที่หน้าตัด reactor) และยังช่วยให้ profile อุณหภูมิของแก๊สตลอดพื้นที่หน้าตัด reactor สม่ำเสมอด้วย เพราะ inert packing จะช่วยนำความร้อนจากบริเวณผนังมาส่งให้แก๊สที่ไหลอยู่ตรงกลางท่อ และยังช่วยให้แก๊สที่ไหลอยู่ตรงกลางท่อมีการไหลเวียนไปรับความร้อนบริเวณผนังด้วย (รูปแบบที่ (๓) ในรูปที่ ๑)

- เบดตัวเร่งปฏิกิริยาค่อนข้างบาง ทำให้ยากที่จะบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาได้สม่ำเสมอตลอดพื้นที่หน้าตัด และอาจมีปัญหาเรื่อง profile ความเร็วในการไหลและอุณหภูมิตลอดพื้นที่หน้าตัดเช่นเดียวกันกับกรณีข้างบน แต่ในกรณีนี้อาจทำการแก้ปัญหาด้วยการผสมตัวเร่งปฏิกิริยาเข้ากับ inert material ที่มีขนาดอนุภาคพอ ๆ กันก่อน เพื่อเพิ่มปริมาตรให้มากขึ้น จะได้ง่ายต่อการบรรจุ (รูปแบบที่ (๔) ในรูปที่ ๑)

รูปที่ ๒ (ซ้าย) Glass wool (ขวา) Silicon carbide ที่มีการนำใช้รองด้านล่างและปิดด้านบนของ catalyst bed

ส่วนจะเลือกใช้วัสดุอะไรมาเป็น inert packing นั้นขึ้นอยู่กับระบบที่เราทำการทดลอง ถ้าทำการทดลองที่อุณหภูมิสูงก็ต้องมั่นใจว่า inert packing ของเรานั้นทนอุณหภูมิสูงได้ด้วย ไม่ใช่ไปหลอมรวมเข้ากับตัวเร่งปฏิกิริยา และไม่ควรที่จะเร่งปฏิกิริยาหรือดูดซับสารตั้งต้นและ/หรือผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นด้วย

วัสดุตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีคือซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon carbide - SiC) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีพื้นที่ผิวต่ำ นำความร้อนได้ดี และมีความเฉื่อยต่อปฏิกิริยาเคมีสูง พวก α-Al2O3 แม้ว่าจะมีพื้นที่ผิวต่ำ ทนอุณหภูมิสูง แต่ความเป็นกรดพื้นผิวก็ยังพอจะทำให้เกิดปฏิกิริยาบางชนิดได้และยังดูดซับแก๊สที่เป็นเบสได้ในระดับหนึ่งด้วย อีกตัวหนึ่งที่เฉื่อยก็คือ SiO2 แต่ตัวนี้จะนำความร้อนสู้ SiC ไม่ได้

ถ้าใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีน้ำหนักเท่ากัน และเอาเรื่อง WHSV มาจับแล้ว ในทางทฤษฎีแล้วการบรรจุในรูปแบบที่ (๓) และรูปแบบที่ (๔) นั้นควรจะให้ผลที่เหมือนกันเพราะมีค่า WHSV เท่ากัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วผลที่ได้อาจมีโอกาสที่แตกต่างกันได้ ปัจจัยหนึ่งที่เคยพบคือโปรไฟล์อุณหภูมิของ tube furnace ที่ใช้ให้ความร้อนแก่เบดตัวเร่งปฏิกิริยา ว่ามีช่วงที่อุณหภูมิคงที่ (ตำแหน่งที่มีอุณหภูมิสูงสุด) กว้างเท่าใดเมื่อเทียบกับความสูงของเบดที่มีตัวเร่งปฏิกิริยา 
 
ถ้าหากช่วงดังกล่าวมีบริเวณที่ค่อนข้างแคบ และเราบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาให้กระจายตัวออกไป(รูปแบบที่ ๔ ในรูปที่ ๑) ตัวเร่งปฏิกิริยาที่อยู่ในเบดนั้นจะทำงานที่อุณหภูมิการทำปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน แต่ถ้าเราบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาให้อยู่รวมกันในบริเวณแคบ ๆ (รูปแบบที่ ๓ ในรูปที่ ๑) เราจะมั่นใจได้ดีกว่าว่าตัวเร่งปฏิกิริยาของเราจะทำงานที่อุณหภูมิการทำปฏิกิริยาเดียวกัน (ดูรูปที่ ๓ ข้างล่างประกอบ)


รูปที่ ๓ ในกรณีที่ tube furnace ที่ใช้มีบริเวณที่อุณหภูมิสูงสุดและคงที่ค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับความสูงของเบด การบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาให้กระจายออกไปเป็นบริเวณกว้าง (รูปแบบที่ (๔)) อาจเกิดปัญหาว่าตัวเร่งปฏิกิริยาไม่ได้ทำงานที่อุณหภูมิเดียวกันได้ ในกรณีเช่นนี้การบรรจุโดยให้ตัวเร่งปฏิกิริยาอยู่รวมกัน (รูปแบบที่ (๓)) จะดีกว่า

เรื่องผลของอุณหภูมิใน tube furnace และการบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาใน fixed-bed นั้นเคยเล่าเอาไว้เมื่อ ๓ ปีที่แล้วในบันทึก ๓ ฉบับก่อนหน้านี้ ถ้ายังไม่เคยอ่านก็ลองไปอ่านทบทวนดูด้วย

ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๗๓ วันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เรื่อง "GHSV หรือ WHSV" บันทึกฉบับนี้เป็นการทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานการทำปฏิกิริยาใน fixed-bed reactor

ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๗๕ วันอาทิตย์ที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เรื่อง "การปรับ WHSV" บันทึกฉบับนี้อธิบายเกี่ยวกับผลของน้ำหนักตัวเร่งปฏิกิริยาที่บรรจุและอัตราการไหลของแก๊สที่ไหลผ่านว่าที่ค่า WHSV เท่ากันจะให้ผลเหมือนกันหรือต่างกัน

ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๘๐ วันเสาร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เรื่อง "ปฏิกิริยาเอกพันธ์และวิวิธพันธ์ในเบดนิ่ง" บันทึกฉบับนี้เกี่ยวกับโปรไฟล์อุณหภูมิใน tube furnace ผลของตำแหน่งการวางเบดตัวเร่งปฏิกิริยาใน tube furnace และผลของปฏิกิริยาเอกพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่สารตั้งต้นจะเข้าถึงเบดตัวเร่งปฏิกิริยา