วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

การทำวิทยานิพนธ์ภาคปฏิบัติตอนที่ ๓๒ อย่าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล (เรื่องที่ ๒) MO Memoir : Monday 5 September 2554


จะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ก่อนก็ไม่ได้ จะได้ฉลองครบรอบปี

ถ้าสงสัยว่าครบรอบปีเรื่องอะไร ก็ขอให้ไปอ่าน Memoir ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒๐๑ วันศุกร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓ เรื่อง "Pyrophoric substance (อีกครั้ง)" เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ก็เกิดขึ้นในห้องเดียวกัน เพียงแต่ว่าคอมพิวเตอร์ที่บันทึกข้อมูลจากกล้องวงจรปิดมันถูกปิดเอาไว้ คราวนี้ก็เลยไม่มีคลิปมาให้ดูกัน
ผมมาทราบเรื่องเอาตอนเกือบบ่าย ๒ แล้ว ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนประมาณ ๙ โมงเช้า ตอนนั้นคนที่ใช้เครื่องดังกล่าวก็ไม่อยู่ ห้องแลปนั้นก็ไม่มีใครอยู่ มีแต่คุณเลขานุการแสนสวยของแลปเราและนิสิตอีก ๒ คนทำงานอยู่ในห้องอื่น กลิ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่วเป็นตัวแจ้งเหตุว่าเกิดเหตุขึ้น



รูปที่ ๑ ความเสียหายของสายไฟที่เขาบอกว่าแก้วหลอมเหลวหยดใส่ ทำให้ฉนวนพลาสติกที่หุ้มอยู่หลอมละลายลุกไหม้

ตอนแรกมีแต่คนบอกว่าไฟไหม้ พอถามว่าไหม้อะไร เขาก็บอกมาว่าเตา calcine ซึ่งผมก็ถามกลับไปว่าแล้วอะไรที่เป็นเชื้อเพลิงของการเผาไหม้ ผมก็ถามกลับไปว่ามันไหม้ได้ยัง (เพราะปรกติสายไฟที่ต่อเข้าเตาเผาก็มักไม่ใช้ฉนวนที่เป็นพอลิเมอร์ และแม้แต่สายไฟที่ใช้ฉนวนที่เป็นพอลิเมอร์ก็ไม่สามารถลุกไหม้ได้เองถ้าไม่มีการให้ความร้อนจากแหล่งภายนอก และการที่สายไฟจะไหม้ได้เองนั้นก็ควรที่จะเกิดจากการที่มีกระแสไหลเข้าเกินความสามารถของสายไฟที่จะรับได้) ซึ่งก็ไม่มีใครตอบได้ ต้องรอให้คนทำการทดลองที่เกิดปัญหามาอธิบาย
ข้อมูลที่ได้รับคือเขาต้องการเผาสารสักอย่างหนึ่งในเตาไฟฟ้าเตานี้ (เตาวางในแนวดิ่งอยู่บนพื้น มีสายไฟต่อเข้าเตาอยู่ทางด้านล่าง) หลังจากที่ใส่สารเข้าไปในเตาและเปิดให้ระบบควบคุมทำงาน ก็ไม่ได้อยู่ดูแล สิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องคือเขาไม่ได้ใส่เทอร์โมคับเปิลเข้าไปวัดอุณหภูมิภายในเตา เครื่องควบคุมอุณหภูมิเลยอ่านค่าเป็นอุณหภูมิห้องตลอดเวลา ก็เลยจ่ายความกระแสไฟฟ้าเข้าตัวเตาเต็มที่ตลอดเวลา ผลก็คือหลอดแก้วที่ใส่อยู่ในเตาเกิดการหลอมละลายหยดลงมาบนสายไฟฟ้าที่วางอยู่ข้างใต้ (โชคดีที่สารในหลอดแก้วนั้นไม่ใช้เชื้อเพลิง) ฉนวนหุ้มสายไฟที่เป็นพอลิเมอร์ก็เลยหลอมไหม้เกิดเป็นควันดำ
โชคดีที่สายไฟที่ไหม้เป็นสายแบบเส้นเดี่ยว ไม่ใช่เส้นคู่ ไม่เช่นนั้นคงตามด้วยการสัมผัสกันของลวดทองแดงและกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้คงมีเหตุไม่เล็กตามมาอีก
ตอนที่เขาพาผมไปดูที่เกิดเหตุนั้น ผมไม่เห็นตรงนั้นมีอะไรวางอยู่ ก็เลยถามว่าเตาเผาไปไหนแล้ว เขาก็บอกว่าส่งให้ช่างไปซ่อมแล้ว เพราะเขาต้องรีบจบ (?? ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วไม่หาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และควรทำการป้องกันอย่างไร ผมว่ามีหวังคงได้ "ตาย" ก่อน "เรียนจบ") ผมก็ถามว่าแล้วได้ถ่ายรูปความเสียหายเอาไว้หรือเปล่า คำตอบก็คือไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ ก็เลยถามต่อว่าส่งไปให้ช่างที่ไหนซ่อม บังเอิญเขาส่งไปให้ช่างที่อยู่ที่ตึกข้าง ๆ กันเป็นคนซ่อม ผมก็เลยตามไปดูความเสียหายและถ่ายรูปดังที่แสดงในรูปที่ ๑
ในความเห็นของผมเท่าที่ดูด้วยสายตานั้น ผมคิดว่าระบบสายไฟภายในเตาคงไม่มีอะไรเสียหาย (แต่ก็ต้องตรวจด้วยว่าขดลวดความร้อนไม่ขาด) คราบดำด้านนอกเป็นเพียงคราบเขม่าควัน สายไฟเส้นที่เสียหายนั้นเป็นเส้นที่คิดว่าต่อจากแหล่งจ่ายไฟมายังตัวเตา ดังนั้นน่าจะทำการซ่อมแซมเองได้โดยไปหาสายไฟเส้นใหม่มาเปลี่ยนก็แค่นั้นเอง แต่นี่ไม่รู้ว่าเขาคิดว่าการเสียเวลาซ่อมนั้นทำให้เสียเวลาทำแลป และจะทำให้จบช้าหรือเปล่า ก็เลยใช้วิธีจ้างคนอื่นซ่อม (เพราะเงินค่าซ่อมก็ไม่ใช่เงินของฉัน) ฉันจะได้มีเวลาไปทำงานอย่างอื่นแทน
ใน Memoir ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒๔๗ วันเสาร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๔ เรื่อง "การทำวิทยานิพนธ์ภาคปฏิบัติ ตอนที่ ๑๑ อย่าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล" ผมได้เขียนเอาไว้ว่า

"เวลาที่ทำงานกับอุปกรณ์ใดก็ตาม ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะมีระบบควบคุมอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม หรือเมื่อระบบเข้าสู่ steady state แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานจะสามารถปล่อยมันทิ้งไว้โดยไม่ต้องดูแล สามารถกลับมาอีกครั้งก็เมื่อครบกำหนดเวลา ที่ถูกต้องคือต้องกลับมาตรวจสอบการทำงานเป็นระยะว่าในระหว่างนั้นมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่นไฟฟ้าดับ น้ำไม่ไหล อุปกรณ์ทำงานต่อเนื่องเกินกำลังจนร้อนจัด ชิ้นส่วนเกิดความเสียหายเนื่องจากการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน การประกอบชิ้นส่วนที่ไม่ถูกต้อง ฯลฯ"

เหตุการณ์วันนี้ก็เกิดขึ้นในทำนองเดียวกับครั้งอื่น ๆ ก่อนหน้า คือผู้ทำการทดลองคิดว่ามีระบบอัตโนมัติควบคุม พอเปิดให้มันทำงานก็ไปไหนต่อไหนได้เลย ไม่ต้องมาอยู่คอยดูแล

ดีนะที่เรื่องที่เกิดในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับกลุ่มของเรา

ศุกร์ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑ ไฟไหม้ Glove box
จันทร์ ๖ กันยายน ๒๕๕๓ ไฟไหม้เฮกเซนในบีกเกอร์
จันทร์ ๕ กันยายน ๒๕๕๔ ไฟไหม้สายไฟเตา calcine

ท่าทางเดือนกันยายนจะเป็นเดือนอาถรรพ์ของห้องนี้ ทีนี้พวกคุณคงเห็นแล้วทำไมถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ แล้วผมเองยังไม่อยากเข้าไปในห้องนั้นเลย