แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แม่สอด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แม่สอด แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สุดพายัพที่สาละวิน ๑๐๐๐ ฉบับ ๔๑๒๙ หน้า A4 MO Memoir : Tuesday 9 June 2558

ตอนแรกที่เลือกขับรถตามเส้นทางสายแม่สอด-แม่สะเรียงก็คิดเพียงแค่ว่าอยากจะขอชมภูมิประเทศและการใช้ชีวิตของคนไทยที่อยู่ตามแนวชายแดน ตอนออกเดินทางไปก็ไม่ได้มีการวางแผนค้นหาว่าเส้นทางนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง เรียกว่าไปหาข้อมูลที่นั่นกันเอง
  
ช่วงที่จะออกจากท่าสองยางไปแม่สะเรียงนั้น เห็นมีหมู่บ้านชื่อ "บ้านแม่สามแลบ" อยู่ที่ชายแดนไทย-พม่า ติดแม่น้ำสาละวิน เดินทางไปได้ตามทางหลวงสาย ๑๑๙๔ แต่ที่แปลกใจก็คือถนนนี้มันไปเริ่มจาก อ.แม่สะเรียง แล้วทำไมมันจึงต้องวิ่งย้อนลงใต้มาราว ๆ ๒๐ กิโลเมตร ก่อนจะหักไปทางตะวันตกอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร แต่พอขับรถไปถึงแถวนั้นจึงได้คำตอบว่าเป็นเพราะว่ามันมีลำน้ำยวมขวางกั้นอยู่ระหว่างทางหลวงสาย ๑๑๙๔ และทางหลวงสาย ๑๐๕
  
อันที่จริงถ้าขับรถขึ้นมาจากทาง อ.ท่าสองยาง บริเวณ อ.สบเมย ก็จะมีป้ายบอกทางแยกไปบ้านแม่สามแลบได้โดยไม่ต้องขึ้นไปยัง อ.แม่สะเรียงก่อน และเหนือ อ.สบเมย ขึ้นไปหน่อยบริเวณบ้านผาผ่าก็จะมีทางแยกไปบ้านแม่สามแลบได้เช่นกัน แต่ในเดือนที่แล้วที่ผมเดินทางไปนั้น สะพานข้ามแม่น้ำของถนนเส้นนี้ปิดซ่อมแซม ตอนขับกลับจากบ้านแม่สามแลบจะไปแม่สอดก็เลยต้องย้อนขึ้นไปทางแม่สะเรียงก่อน เรียกว่าต้องขับรถอ้อมร่วม ๔๐ กิโลเมตร
  
วันที่เดินทางไป (พุธ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ถนนสาย ๑๑๙๔ นี้เป็นทางลาดยางขับรถได้สบาย ๆ ประมาณ ๒๐ กิโลเมตรเศษ (คือช่วงจากแม่สะเรียงวิ่งลงใต้) แต่พอเริ่มหักออกไปทางตะวันตกก็จะได้พบกับสภาพการผจญภัยของถนนในอดีต คือมีบางช่วงที่ทำการขยายแล้ว บางช่วงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างขยายเส้นทาง และบางช่วงที่ยังคงสภาพเดิม ๆ และยังพบเห็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ากำลังปักเสาไฟฟ้าข้างทาง เรียกว่าเดิมนั้นหมู่บ้านแถวนี้คงยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง
  
รูปที่ ๑ ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินที่บ้านแม่สามแลบ ปลายทางของทางหลวงสาย ๑๑๙๔
  
รูปที่ ๒ บรรยากาศข้างทางบางช่วงของทางหลวงสาย ๑๑๙๔ รูปนี้เป็นช่วงใกล้ถึงบ้านแม่สามแลบ ถนนเส้นนี้อยู่ระหว่างการขยายเส้นทาง และการปักเสาไฟฟ้า ด้านหนึ่งของถนนเป็นร่องน้ำลึก แต่น้ำแห้งขอด
  
รูปที่ ๓ แม่น้ำสาละวินมองขึ้นไปทางด้านทิศเหนือ ฝั่งซ้ายคือประเทศพม่า หมู่บ้านแม่สามแลบอยู่ข้างล่าง ถ่ายจากจุดชมวิวที่อยู่บนถนนเชื่อมไปยังบ้านห้วยแห้ง.
  
รูปที่ ๔ ถ่ายไว้เป็นที่ระลึกกับป้ายบอกทางไปยังบ้านห้วยแห้ง หมู่บ้านนี้ไม่มีปรากฏในแผนที่ที่ผมมี ถนนเส้นนี้ก็ไม่มีปรากฏ เป็นถนนคอนกรีตที่ทางทหารสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อหมู่บ้านชายแดน
  
รูปที่ ๕ สถาพทางเป็นถนนคอนกรีตอย่างดี แต่ใต้พื้นถนนบางจุดดินทรุดมาก จนพื้นถนนนั้นเหมือนกับลอยอยู่เฉย (ตรงลูกศรสีเหลืองชี้) ผมขับรถไปได้สักสองกิโลก็วนกลับ
  
รูปที่ ๖ เส้นทางเข้าบ้านแม่สามแลบจะแยกจากถนนลงสู่ฝั่งแม่น้ำข้างล่าง แยกลงมาได้ไม่กี่เมตรก็เจอทางแบบนี้ ต้องจอดรถลงมาดูความลึกของน้ำและความแข็งของพื้นดิน ก่อนจะตัดสินใจขับรถลุยผ่านไป
  
รูปที่ ๗ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกหน่อยบริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำที่อยู่เหนือฝั่งแม่น้ำทางไปลงท่าเรือ ภาพนี้ถ่ายมองขึ้นไปทางทิศเหนือ  
   
รูปที่ ๘ ถนนบริเวณทางลงท่าเรือ ถ่ายหน้าบริเวณทางเดินลงไปทางเรือ รูปนี้มองไปทางทิศเหนือ
  
รูปที่ ๙ ถนนเส้นเดียวกันกับรูปที่ ๘ แต่หันมองไปทางทิศใต้แทน (ปากทางเข้าหมู่บ้าน) ป้อมเขียว ๆ ทางด้านขวาคือที่ทำการของทหารพราน ส่วนอาคารทางด้านซ้ายคือที่พักสำหรับผู้ที่จะมาลงเรือ ก่อนจะถึงบริเวณนี้ริมถนนจะมีร้านขายของชำและร้านอาหารตามสั่งของชาวบ้านอยู่
  
รูปที่ ๑๐ ทหารพรานประจำป้อมยาม นำอาวุธปืนมาตรวจสอบความพร้อมใต้ร่มไม้ โดยมีแม่น้ำสาละวินอยู่ข้างล่าง

แผนที่ทางหลวงประเทศไทยฉบับปี ๒๕๓๕ (รูปที่ ๕ ใน Memoir ฉบับที่ ๙๙๓ วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เรื่อง "แม่สอด-แม่สะเรียงเรื่องของเส้นทางสาย ๑๐๕") ระบุไว้ว่าทางหลวงสาย ๑๑๙๔ นี้ ๒๐ กิโลเมตรแรกเป็นถนนลาดยาง ช่วงที่เหลือไปยังบ้านแม่สามแลบนั้นเป็นถนนลูกรัง (จนถึงปัจจุบันบางช่วงก็ยังเป็นเช่นนั้น)
  
ถนนเส้นนี้ดูเหมือนจะมีรถสองแถววิ่งรับส่งคนเข้าออกตลอดเวลา ช่วง ๒๐ กิโลเมตรสุดท้ายเป็นช่วงที่ตัดผ่านภูเขา ด้านหนึ่งของถนนเป็นภูเขาและอีกด้านหนึ่งเป็นเหว ทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูเอาเอง ไม่มีป้ายบอกอะไร เว้นแต่หลักกิโลเมตรที่บอกว่าขับมาแล้วกี่กิโลและอีกกี่กิโลจะถึงปลายทาง ถนนสาย ๑๑๙๔ นี้จะมาสุดทางที่ทางเข้าบ้านแม่สามแลบ โดยสุดเส้นทางนั้นยังคงเป็นทางบนเขา ถ้าจะเข้าบ้านแม่สามแลบต้องแยกซ้ายลงไปยังริมฝั่งแม่น้ำที่อยู่ต่ำไปเบื้องล่าง ส่วนที่ว่าต่ำลงไปแค่ไหนก็ลองดูจากในรูปที่ ๓ ก็แล้วกัน และทางเข้าหมู่บ้านเป็นอย่างไรนั้นก็ดูเอาเองในรูปที่ ๖
  
ตอนแรกก็ขับรถเลยขึ้นไปตามถนนบนเขาก่อน ไปชมวิวทิวทัศน์แม่น้ำสาละวินจากบนเขา ปรากฏว่ามีถนนเพิ่มเติมจากบ้านแม่สามแลบต่อไปยังบ้านห้วยแห้งอีก เป็นถนนที่ทหารสร้างเอาไว้ พื้นถนนเป็นคอนกรีตอย่างดี แต่ใต้พื้นถนนนี่ซิ บางจุดดินทรุดจนมองเห็นว่าถนนมันลอยอยู่บนอากาศเฉย ๆ (รูปที่ ๕) ผมขับไปตามเส้นทางนี้ได้ประมาณ ๒ กิโลเมตรก็ตัดสินใจขับรถกลับ เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าขับเลยไปมากกว่านี้จะมีที่กลับรถหรือไม่ เพราะสภาพสองข้างทางของถนนมันเป็นแบบที่นำมาให้ดูในรูปที่ ๕ หลุดจากไหล่ทางเมื่อใดก็มีหวังหายไปข้างล่างแบบที่ไม่มีใครรู้เรื่องแน่
  
ทันทีที่ขับรถลงจากปากทางเข้าบ้านแม่สามแลบ ก็เจอบททดสอบทันที คือถนนเส้นนี้มันตัดผ่านร่องน้ำ และช่วงที่ต่ำสุดของถนนมันก็โดนน้ำซัดขาด (รูปที่ ๖) ตอนแรกก็ลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะไปต่อดีไหม แต่ไหน ๆ ก็เห็นว่าอุตส่าห์ขับรถมาถึงที่นี้แล้ว ก็เลยขอลงไปตรวจดูความลึกของน้ำและความแข็งของดินซะหน่อย พบว่าพื้นดินตรงนั้นแข็งตัวดี ดูจากรอยรถปิ๊คอัพที่วิ่งผ่านไปมานั้นไม่ทำให้ดินยุบ และระดับน้ำก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากระดับน้ำท่วมขังบนถนนในกรุงเทพหลังฝนตกหนัก ก็เลยตัดสินใจขับรถลุยเข้าไป ซึ่งก็พบว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดพลาด
   
ถนนเข้าหมู่บ้านมันดูเล็ก ๆ แต่ภายในเป็นหมู่บ้านใหญ่ ไม่มีบ้านไหนปลูกต่ำใกล้แม่น้ำ จะปลูกอยู่บนตลิ่งที่สูง นั่นคงเป็นเพราะระดับน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากระหว่างฤดูแล้งกับฤดูฝน หมู่บ้านนี้อยู่ทางด้านใต้ของอุทยานแห่งชาติป่าสาละวน และดูเหมือนว่าจะเป็นจุดที่เป็นท่าเรือใช้ในการเดินทางไปยังหมู่บ้านอื่นที่อยู่ริมแม่น้ำสาละวิน (ที่ถนนเข้าไปไม่ถึง)
  
ผมก็เพิ่งจะรู้ตอนที่ไปถึงที่โน่นว่าที่นั่นก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งหนึ่ง มีนักท่องเที่ยวที่มาใช้ท่าเรือที่นี่เพื่อนั่งเรือไปพักแรมที่หมู่บ้านอื่นที่อยู่ริมแม่น้ำสาละวิน ตอนขากลับออกมาก็เห็นมีรถตู้หลายคันมาจอดรอนักท่องเที่ยวกลับจากไปค้างแรมและยังมีที่วิ่งสวนเข้ามาอีก ส่วนเขาไปค้างแรมกันที่ไหนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน
  
ก่อนออกจากแม่สะเรียง ช่วงเช้าภรรยาก็แวะไปตลาดในตัวอำเภอ ซื้อของกินหลายอย่างมาติดรถไว้ เพราะไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไปถึงริมแม่น้ำแวะพักกินข้าวเที่ยงกันก็บ่ายโมงแล้ว เดินทางไปกันสามคน มีผม ภรรยา และลูกคนเล็ก (ลูกคนโตไปญี่ปุ่น) จอดรถใต้ร่มเงาไม้เหนือบริเวณศาลาพักผ่อนริมน้ำ แล้วก็นั่งกินข้าวกันข้างรถนั่นแหละ รถคันอื่นผ่านไปมาคนในรถเขาก็หันมามอง คงเป็นเพราะสงสัยมั้งว่ามันเข้ามาได้อย่างไร เพราะเป็นรถเก๋งคันเดียวที่นั่น และสภาพเส้นทางนั้นเขาคงคิดว่ามีแต่รถปิ๊คอัพเท่านั้นที่เข้ามาได้ นั่งพักผ่อนอยู่ชั่วโมงนึงก็ขับรถกลับ เพราะวางแผนไว้ว่าคืนนั้นจะกลับไปนอนกันที่แม่สอดก่อนเข้ากรุงเทพ
  
ตามแผนที่ที่เห็นนั้น ลำน้ำเมยที่มาจาก อ.แม่สอด จะไหลขึ้นเหนือมาบรรจบกับแม่น้ำสาละวินที่ อ. สบเมย ดังนั้นพรมแดนไทย-พม่าช่วงนี้จึงมีแม่น้ำเมย-สาละวินเป็นเส้นแบ่งกั้น แต่อาจเป็นเพราะความไม่สงบในฝั่งตรงข้าม ทำให้บริเวณนี้จึงยังเงียบสงบอยู่ เหมาะแก่การไปพักผ่อนหาที่สงบเงียบที่ไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวไปส่งเสียงดังยามค่ำคืน
  
เขียน Memoir มาเดือนหน้าก็จะครบ ๗ ปีแล้ว นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะลากมาได้จนถึงฉบับนี้ที่เป็นฉบับที่ ๑๐๐๐ รวมที่เขียนมาทั้งสิ้น (รวมฉบับนี้ด้วย) ก็ปาเข้าไปตั้ง ๔๑๒๙ หน้ากระดาษ A4 ซึ่งตัวเลขนี้ไม่รวมจำนวนหน้าของเอกสารแนบ ยังสงสัยเหมือนกันว่าตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่จะเขียนไปได้ยาวเท่าใด เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้
  
รูปที่ ๑๑ แผนที่ทหารที่จัดทำโดยใช้ข้อมูลในปีพ.ศ. ๒๕๐๐ ไม่ปรากฏชื่อบ้านแม่สามแลบ แต่ปรากฏชื่อหลายหมู่บ้านบริเวณดังกล่าวและมีการระบุว่ามีท่าเรือข้ามฟาก (Ferry ตรงที่ขีดเส้นเหลือง) อยู่บริเวณนั้น ฝั่งด้านประเทศพม่ายังระบุว่าเป็นรัฐกระเหรี่ยง (KAREN STATE)

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แม่สอด-แม่สะเรียง เรื่องของเส้นทางสาย ๑๐๕ MO Memoir : Sunday 24 May 2558

สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์เดินทางไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ เวลาที่คุณเดินทางคุณเคยตั้งคำถามไหมครับว่า เส้นทางที่คุณใช้เดินทางนั้นเดิมมันเป็นอย่างไร แต่ตรงนี้ผมคิดว่าคงขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่า "ไปเที่ยว" ของแต่ละคน คือมุ่งมันไปที่ "จุดหมายปลายทาง" เพียงอย่างเดียว หรือมีการรวม "เส้นทางการเดินทาง" เข้าไปด้วย
  
เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากจะทำอีกครั้ง คือการได้ขับรถท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะเส้นทางที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ใช้ในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง ครั้งนี้เส้นทางที่เลือกเอาไว้ก็คือเส้นทางจาก อ.แม่สอด จังหวัดตาก ไปตามทางหลวงแผ่นดินสาย ๑๐๕ ไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  
แผนที่ที่ใช้ในการเดินทางครั้งนี้ผมใช้แผนที่สองฉบับ ฉบับแรกเป็นแผนที่ขยายเฉพาะจังหวัดตาก-แม่สอด ส่วนแผนที่ฉบับที่สองเป็นฉบับที่ใหม่กว่าคือแผ่นที่ภาคเหนือ มาตราส่วน ๑:๗๕๐,๐๐๐ ทั้งสองฉบับจัดทำโดยศูนย์แผนที่พรานนกวิทยา ที่ผมเลือกแผนที่ของสำนักพิมพ์นี้ก็เพราะมันเป็นแผนที่ที่แสดงภูมิประเทศประกอบ เพราะจากประสบการณ์นั้นมันสอนให้รู้ว่าเวลาการเดินทางจะใช้เท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศด้วย เส้นทางที่ขึ้น-ลงเขานั้นจะใช้เวลามากกว่าเส้นทางบนพื้นราบอยู่ประมาณ ๓-๔ เท่า (แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางบนเขาและประสบการณ์การขับรถ) และยังช่วยในการวางแผนการเติมน้ำมันก่อนการเดินทางด้วย (ปรกติผมจะประมาณว่ากินน้ำมันมากกว่าขับพื้นราบประมาณเท่าตัวหรือกว่านั้น)
  
จะว่าไปแล้วเส้นทางถนนเลียบชายแดนของบ้านเราก็เพิ่งจะมีการพัฒนากันไม่นานนี้ เรียกว่าเป็นช่วงหลังสงครามการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ยุติลงก็ได้ (หลังปีพ.ศ. ๒๕๓๐) เพราะก่อนหน้านั้นการตัดถนนยังมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมตัวจังหวัดและอำเภอที่สำคัญเข้าด้วยกัน บางเส้นทางที่มีการสู้รบนั้นก็เป็นการตัดถนนเพื่อความมั่นคงหรือส่งกำลังบำรุง (ที่มักเรียกกันว่าถนนสายยุทธศาสตร์) และพอการสู้รบยุติก็มีการปรับปรุงให้เป็นเส้นทางการเดินทางหลัก
  
สำหรับเส้นทางสาย ๑๐๕ ช่วงจาก แม่สอด-แม่สะเรียง นี้ ผมได้นำเอาข้อมูลจากแผนที่ฉบับที่เก่าสุดที่ผมมี คือแผ่นที่ทหารรหัส L509 ที่จัดทำขึ้นโดยใช้ข้อมูลราว ๆ ปีพ.ศ. ๒๕๐๐ (รูปที่ ๑) ตามด้วยแผนที่ที่จัดพิมพ์เผยแพร่ในปีพ.ศ. ๒๕๐๘ (รูปที่ ๒ และ ๓) แผนที่ทางหลวงประเทศไทยที่จัดทำขึ้นประมาณช่วงปีพ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๕ (รูปที่ ๔ และ ๕) และแผนที่ที่จัดทำขึ้นในช่วงประมาณปีพ.ศ. ๒๕๕๐ (รูปที่ ๖) มาให้ดูเปรียบเทียบกัน 
   
รูปที่ ๗-๑๐ เป็นภาพบรรยากาศบางส่วนของเส้นทางสาย ๑๐๕ จากบ้านท่าสองยางไปยัง อ.สบเมย (ถ่ายเอาไว้เมื่อวันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ช่วงเวลาหลังเที่ยง บ้านท่าสองยางกับตัวอำเภอท่าสองยางอยู่คนละที่กันนะครับ บ้านท่าสองยางอยู่เลยตัวอำเภอมาอีกประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ใกลักับเขตแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนตัวอำเภอท่าสองยางนั้นอยู่ที่บ้านแม่ต้านใกล้กับอ.แม่ระมาด) ในวันที่เดินทางนั้นถนนเส้นนี้พอเลยจากบ้านท่าสองยางไปไม่มากนักก็จะพบกับการก่อสร้างเพื่อขยายเส้นทางเป็นช่วง ๆ บางช่วงของเส้นทางยังคงสภาพเดิม ๆ อยู่เช่นที่ถ่ายมาให้ดูในรูปที่ ๗ และ ๘ แต่บริเวณผ่านหมู่บ้านมักจะมีการปรับปรุงสภาพเส้นทางให้บ้างแล้วเช่นที่บ้านแม่อมกิในรูปที่ ๙ แต่ถนนบางช่วง เช่นช่วงก่อนถึงบ้านสบเงาก็ยังคงสภาพแบบเดิม ๆ อยู่ แต่ดีหน่อยตรงนี้เป็นเส้นทางบนพื้นราบ ไม่ใช่เส้นทางบนเขา (ออกจากบ้านท่าสองยางได้ไม่นาน เส้นทางก็จะเริ่มไต่ขึ้นเขา และมาลงเขาก็แถวอุทยานแห่งชาติสบเงา)
  
เส้นทางสายนี้ออกจากแม่สอดแล้วก็มีปั๊มน้ำมันที่ อ.แม่ระมาด ที่ อ.ท่าสองยางนั้นก็มีปั๊มชาวบ้านอยู่ริมถนนก่อนถึงทางเข้าตัวอำเภอ (ถ้าขับขึ้นมาจากแม่ระมาด) มีแก๊สโซฮอล์ 95 และดีเซลให้เติม พอเลยตัวอำเภอไปหน่อยแห่งมีปั๊มน้ำมันบางจากอยูระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าน่าจะเปิดใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พ้นจากนี้ไปแล้วก็ต้องไปเติมที่แม่สะเรียง (ถ้าไม่รังเกียจปั๊มหลอดของชาวบ้าน ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ยังพอหาเติมแก้ขัดได้)
  
ตามเส้นทางนี้มีจุดหนึ่งที่ผมแวะไปก็คือบ้านแม่สามแลบ ที่เป็นพรมแดนไทยด้านแม่น้ำสาละวิน (เรียกว่าไปสุดพายับที่สาละวินก็ได้) ขับรถชมวิวเข้าไปเรื่อง ๆ พักกินข้าวกันสักชั่วโมง แล้วก็ขับกลับ
  
อันที่จริงตอนขากลับก็ขับกลับทางเส้นทางเดิม และได้ถ่ายคลิปวิดิโอ (ใช้กล้องโทรศัพท์มือถือ) ถ่ายเอาไว้ด้วย โดยเลือกถ่ายเอาไว้เฉพาะเส้นทางตอนที่มันโหด ๆ เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก ถ้ามีโอกาสก็อาจจะนำมาเผยแพร่ให้ดูกัน
   

รูปที่ ๑ แผนที่ทหารรหัส L509 จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกองทัพสหรัฐกับกรมแผนที่ทหารของไทย ข้อมูลในแผนที่คาดว่าเป็นในปีค.ศ. ๑๙๕๗ (พ.ศ. ๒๕๐๐) ตามแผนที่นี้ เส้นทางถนนพหลโยธินที่มุ่งหน้าขึ้นเหนือมายังจังหวัดตากนั้น บอกว่าผิวจราจรไม่ได้เป็นแบบพื้นผิวแข็ง (hard surface) เดาว่าคงยังเป็นลูกรังอยู่ และถนนไปยังอ.แม่สอดก็ยังไม่มี
  
รูปที่ ๒ แผนที่จังหวัดตาก จากหนังสือแผนที่ ๗๑ จังหวัดของประเทศไทย โดยเจษฎา โลหะอุ่นจิตร พ.ศ. ๒๕๐๘
   
รูปที่ ๓ แผนที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตัดมาเฉพาะช่วงที่ต่อเนื่องกับจังหวัดตาก นำจากหนังสือแผนที่ ๗๑ จังหวัดของประเทศไทย โดยเจษฎา โลหะอุ่นจิตร พ.ศ. ๒๕๐๘ เช่นกัน ตามแผนที่นี้จะเห็นว่าถนนมายังแม่สะเรียงจากทางเชียงใหม่นั้นยังอยู่ระหว่างการสร้าง และเส้นทางเชื่อมระหว่าง ในแผนที่นี้ที่ระบุว่าเป็นแม่น้ำแม่เมย (Maemeay river) ทางมุมซ้ายบนของภาพ ที่ถูกควรจะเป็นแม่น้ำสาละวิน การใช้ลำน้ำเป็นเส้นทางเดินทางจากแม่สะเรียงมายังท่าแม่สอด ตามแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำเมย (แต่จากสภาพแม่น้ำที่เห็นคิดว่าคงได้เฉพาะบางช่วงฤดูกาลเท่านั้น)
   
รูปที่ ๔ แผนที่ประเทศไทย จัดทำโดยศูนย์แผนที่พรานนกวิทยา ต้นฉบับได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมปี ๒๕๕๔ ฉบับนี้น่าจะเป็นหลังปีพ.ศ. ๒๕๓๐ เพราะมีการวางแนวการก่อสร้างเส้นทางมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงสาย ๗) ในแผนที่แล้ว
   
รูปที่ ๕ แผนที่ส่วนนี้นำมาจากหนังสือแผนที่ทางหลวงฉบับปีพ.ศ. ๒๕๓๕ จัดทำโดยกรมทางหลวง เดาว่าเป็นแผนที่ยุคเดียวกับแผนที่ในรูปที่ ๓ พึงสังเกตว่าเส้นทางจาก (1) อ.แม่สอด ผ่าน (2) อ. แม่ระมาด (3) อ.ท่าสองยาง (4) กิ่งอ.สบเมย ไปยัง (5) อ.แม่สะเรียง นั้นยังมีชื่อเป็นทางหลวงสาย ๑๐๘๕ อยู่ และถนนนั้นเป็นทางลาดยางไปแค่ บ้านท่าสองยาง เลยบ้านท่าสองยางไปยังสบเมยและแม่สะเรียงนั้นยังเป็นทางลูกรัง ส่วน (6) คือบ้านแม่สามแลบ ที่เป็นหมู่บ้านชายแดนของไทยที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน
  
รูปที่ ๖ แผนที่ทางหลวงภาคเหนือ จัดทำโดยศูนย์แผนที่พรานนกวิทยา (ประมาณปีพ.ศ. ๒๕๕๐)