แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โน๊ตเพลง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โน๊ตเพลง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562

MO Memoir : Sunday 1 December 2562 โน๊ตเพลง "นางฟ้าจำแลง" "อุษาสวาท" และ "หนี้รัก"

เว้นว่าไปเกือบปีครึ่งในการนำเอาโน๊ตเพลงเก่า ๆ ที่มีเก็บไว้มาเขียนใหม่ โดยยังคงใช้โปรแกรม Musescore เหมือนเดิมแต่เป็นเวอร์ชัน 3.2.1 ที่ดูเหมือนจะมีปัญหากับคอมพิวเตอร์ของผมหน่อย คือพอจะเปิดไฟล์แล้วโปรแกรมมันหยุดทำงานเอาดื้อ ๆ เป็นบางครั้ง ไม่เหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ สำหรับโน๊ตเพลงที่เอามาเขียนใหม่คราวนี้ก็มีอยู่ ๓ เพลงด้วยกันคือ นางฟ้าจำแลง อุษาสวาท และหนี้รัก โดยเพลงนางฟ้าจำแลงที่เป็นเพลงจังหวะ Quick Waltzนั้นเปลี่ยนจากบันไดเสียง Ab Major มาเป็น C Major เพลงหนี้รักที่เดิมเป็นบันไดเสียง D Major และใช้โน๊ตเสียงต่ำมากก็ยกขึ้นมาเป็น C Major ส่วนเพลงอุษาสวาทนั้นก็ยังคงบันไดเสียง F Major ตามต้นฉบับเดิม

ส่วนรูปข้างล่างก็ไม่มีอะไร อันบนคือ flute ของ Yamaha ซื้อมาเมื่อกว่า ๖ ปีที่แล้ว ราคาหน่อยสองหมื่นนิด ๆ (รุ่นต่ำสุดของ Yamaha ในขณะนั้น) ส่วนอันล่างเพิ่งได้มาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซื้อออนไลน์ผ่าน Shopee ราคาพันแปดมีทอนยี่ห้อ Slade ของจีนแดง คืออยากรู้ว่ามันจะต่างกัน flute ราคาแพงมากไหมก็เลยลองซื้อมาเทียบกัน ก็พบว่าถ้าซื้อมาหัดเล่นก็ใช้ได้ แต่จะเป่ายากกว่าหน่อย โดยเฉพาะเสียงต่ำจะไม่ค่อยออก สำหรับคนที่อยากจะลองหัดเล่นแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะหัดเล่น flute จริงจังเป็นระยะยาวหรือเปล่า ก็ถือว่าโอเคครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561

โน๊ตเพลง "หน้าที่ทหารเรือ" และ "ทหารพระนเรศวร" MO Memoir : Sunday 3 June 2561



ทิ้งห่างไปเกือบ ๔ เดือน กว่าจะได้เวลาเอากระดาษโน๊ตเพลงเก่า ๆ ที่ได้มาสมัยเรียนป ๔. (ก็เมื่อ ๔๓ ปีที่แล้ว) มาบันทึกเอาไว้ก่อนมันจะเปื่อยไปตามกาลเวลา
 
ถ้าใช้เกณฑ์ปัจจุบันที่คนสมัยนี้จำนวนไม่น้อยยึดติดกัน ที่ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจะสนับสนุนเฉพาะประเทศที่มีรัฐบาลประชาธิปไตย ก็ต้องเรียกว่าผมโชคดีที่ได้เกิดและเติบโตมาในยุคที่ประเทศปกครองด้วยรัฐบาลที่แสนจะเป็นประชาธิปไตย ดังจะเห็นได้จากในช่วงเวลานั้นประเทศเราได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างมากจากสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นการให้ทุนการศึกษา การพัฒนาการศึกษา การสร้างฐานทัพ (ทั้งฐานทัพอากาศและฐานทัพเรือ) การตัดเส้นทางถนน (โดยเฉพาะเส้นทางไปยังภาคอีสานที่กลายเป็นถนนมิตรภาพและถนนยุทธศาสตร์สาย ๓๓๑) รวมทั้งเม็ดเงินจากการจับจ่ายใช้สอยของคนอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิงตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด (โดยเฉพาะบริเวณรอบฐานทัพ)
 
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ว่าทำไมสมัยนั้นจึงมีเพลงปลุกใจและเพลงมาร์ชสำหรับเดินสวนสนามให้ได้เรียนได้ร้องอยู่เป็นประจำ แต่ที่เขาเอามาสอนให้ผมได้เรียนนั้นคงไม่เกี่ยวกับการปลุกใจอะไรหรอกครับ คงเป็นเพราะต้องการให้ได้เรียนได้รู้จักกับเพลงที่มีท่วงจังหวะทำนองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้าหรือเร็ว เพลงสำหรับฟัง สำหรับเดินพาเหรด หรือเพื่อการลีลาศก็เท่านั้นเอง อย่างเช่น ๒ เพลงที่เอาโน๊ตมาฝากกันในวันนี้คือเพลง "หน้าที่ทหารเรือ" และ "ทหารพระนเรศวร"
 
เพลง "หน้าที่ทหารเรือ" นั้นผมเขียนใหม่ตามต้นฉบับที่ผมมี ส่วนเพลง "ทหารพระนเรศวร" นั้นต้นฉบับเป็นบันไดเสียง G Major ทำให้เพลงมีโน๊ตเสียง ที ต่ำปรากฏ ก็เลยทำใหม่อีกอันเป็นบันไดเสียง Bb Major ที่สูงขึ้นมานิดนึง จะได้ลองเป่าฟลุตเล่นดูได้ สำหรับวันนี้ก็คงมีเรื่องมาฝากเพียงแค่นี้ สวัสดีครับ :) :) :)



วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

โน๊ตเพลง "ร่มจามจุรี" และ "เงาไม้" MO Memoir : Monday 12 February 2561

พอเริ่มเขียนเรื่องนี้ก็เลยได้รู้ว่าผ่านไปเกือบ ๑๐ เดือน (ขาดเพียงไม่กี่วัน) ที่ไม่ได้นั่งแกะโน๊ตเพลงเล่น ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาเวลาไปทำอะไรหมดจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนกับงานอดิเรกที่ต้องอาศัยอารมณ์ศิลปิน (ที่คิดว่าน่าจะพอมีอยู่บ้างเพียงน้อยนิด) ในการทำงาน

เพลงแรก "ร่มจามจุรี" เป็นเพลงที่ชอบมากเพลงหนึ่ง จะว่าไปแล้วชอบมากกว่า "ลาแล้วจามจุรี" ด้วย เพียงแต่เพลง "ร่มจามจุรี" นี้เป็นเพลงที่แต่งขึ้นภายหลัง และไม่ได้เป็นเพลงของวงสุนทราภรณ์ ก็เลยทำให้หาฟังยากหน่อย (จะหาฟังได้ก็ในช่วงงานวันรับปริญญา) เพราะเพลงสถาบันต่าง ๆ ที่แต่งโดยวงสุนทราภรณ์นั้นยังพอหาฟังได้ทางรายการวิทยุบางรายการที่นิยมเปิดเพลงเก่า ๆ เพลงนี้นั่งแกะโน๊ตเมื่อเช้าวันวานแล้วมาลองใส่จังหวะดู และเช่นเคย ไม่รับรองความถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์
 
เพลงที่สอง "เงาไม้" นั้นทำโน๊ตเอาไว้เมื่อราว ๆ ๘ เดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้นำเอามาลง blog สักทีเพราะคิดว่าจะรอให้มีโน๊ตเพลงสักสองเพลงก่อน และก็เพิ่งจะครบสองเพลงในวันนี้เอง ดูจากเนื้อเพลงแล้วน่าจะเหมาะกับการพายเรือเล่นตอนกลางคืนในคลองเดือนหงายหรือไม่ก็พระจันทร์เต็มดวง แม้ว่าจะเป็นเพลงเกี่ยวกับความรัก แต่ก็คงไม่เหมาะกับวันวาเลนไทม์ที่จะมาถึงในวันพุธนี้ เพราะวันพุธนี้เป็นวันพระข้ามแรม ไม่มีพระจันทร์ ก็เลยทำให้ไม่มีแสงจันทร์ประกอบบรรยากาศ

และเช่นเคย โน๊ตเพลงทั้งสองเขียนด้วยโปรแกม MuseScore ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวอร์ชัน 2.1.0



วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

โน๊ตเพลง "ฉันยังคอย" และ "ดุจบิดามารดร" MO Memoir : Saturday 4 March 2560

ห่างหายไปจากการทำโน๊ตเพลงเกือบ ๓ เดือน เพิ่งจะได้มีเวลากลับมาทำใหม่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว จะว่าไปแล้วก็เป็นเพลงเก่า ๆ อายุกว่า ๓๐ ปีทั้งสองเพลง
 
เพลงแรกเป็นเพลงของนักร้องชายที่ชื่อ "ปั่น" (ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว) อายุเพลงนี้ก็น่าจะราว ๆ ๓๐ ปีต้น ๆ (ผมเพิ่งจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย) บรรยากาศตามเนื้อเพลงนี้น่าจะเหมาะกับวันพระจันทร์เต็มดวง เพลงนี้เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ลองแกะโน๊ตเอง
 
อีกเพลงหนึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อายุของเพลงก็น่าจะกว่า ๔๐ ปีแล้ว เพลงนี้มีโน๊ตเพลงเก็บเอาไว้ตั้งแต่สมัยเรียนวิชาขับร้องตอนประถมต้น กระดาษโน๊ตเพลงต้นฉบับก็เหลืองกรอบไปตามเวลา สำหรับวันนี้ก็คงจะสั้น ๆ เพียงแค่นี้





วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "แผ่นดินของเรา" และ "แสงเทียน" MO Memoir : Sunday 11 December 2559

เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมามีอาจารย์รุ่นน้องท่านหนึ่งแวะเข้ามาคุยเรื่องเกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์ มีการคุยกันถึงเพลง "แผ่นดินของเรา" วันหยุดเมื่อวานก็เลยลองค้นหาโน๊ตดูว่าเป็นอย่างไร วันนี้ก็เลยขอนำเสนอโน๊ตเพลงพระราชนิพนธ์อีก ๒ เพลงคือ "แผ่นดินของเรา" กับ "แสงเทียน"
 
โน๊ตเพลงต้นฉบับนำมาจาก http://www.supremeartist.org/thai/music/work_music_01.html โดยมีการปรับบันไดเสียงให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพราะโน๊ตเพลงต้นฉบับของเดิมทั้งสองเพลงนั้นมีโน๊ตเสียงต่ำกว่า โด ต่ำ ทำให้เครื่องเป่าที่เล่นเสียงต่ำกว่า โด ต่ำ ไม่ได้เล่นเพลงดังกล่าวไม่ได้ เพลง "แผ่นดินของเรา" โน๊ตต้นฉบับเป็นบันไดเสียง F Major นำมาปรับให้สูงขึ้นเล็กน้อยเป็น Bb Major ส่วนเพลง "แสงเทียน" นั้นโน๊ตต้นฉบับเป็นบันไดเสียง Eb Major นำมาปรับให้สูงขึ้นเล็กน้อยเป็น F Major โปรแกรมที่ใช้ในการเขียนก็ยังคงเป็นโปรแกม MuseScore 2.0.2 เช่นเดิม
 
อย่าแปลกใจนะครับว่าทำไมโน๊ตเพลงถึงมีเครื่องหมายแปลงเสียงกำกับเต็มไปหมด (ที่บางคนเรียกว่าโน๊ตหลุดบันไดเสียง) ก็บทเพลงพระราชนิพนธ์ส่วนใหญ่มีลักษณะเช่นนี้ครับ จะเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ก็ได้ครับ


วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "พรปีใหม่" และ "สายฝน" MO Memoir : Sunday 27 November 2559

เคยอ่านพบบทความที่ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับทำนองเพลง "มหาจุฬาลงกรณ์" ที่เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เอาไว้ว่า เป็นทำนองที่มีลักษณะแตกต่างเป็นพิเศษไปจากเพลงอื่นตรงที่ในเพลง "มหาจุฬาลงกรณ์" นี้ไม่มี "โน๊ตหลุดบันไดเสียง" สักตัว ทั้ง ๆ ที่มักจะพบเห็นโน๊ตหลุดบันไดเสียงนี้เป็นเรื่องปรกติในเพลงพระราชนิพนธ์เพลงอื่น
 
คำว่า "โน๊ตหลุดบันไดเสียง" นี้ผมไม่ได้บัญญัติขึ้นเองหรอกครับ เป็นคำที่ปรากฏอยู่ในบทความนั้น (ต้องขออภัยด้วยที่จำไม่ได้ว่าใครเขียน เห็นแต่ส่งต่อกันมาทาง facebook) ที่เจ้าของบทความนำมาใช้เพื่อให้คนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้ทางดนตรีอะไรดีนักสามารถมองเห็นภาพได้ง่ายและชัดเจน และเมื่อผมลองกลับไปดูโน๊ตเพลงพระราชนิพนธ์เพลงอื่นก็พบว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง
 
ก่อนอื่นก็คงต้องขออธิบาย (ด้วยความรู้ระดับ งู ๆ ปลา ๆ ที่ผมมี) ให้กับผู้ที่ไม่ค่อยจะถูกโรคกับโน๊ตสากลให้พอจะมีความเข้าใจเรื่องบันไดเสียงก่อนบ้าง คือบันไดเสียงเป็นการกำหนดกลุ่มของตัวโน๊ตและระยะห่างระหว่างเสียงของโน๊ตแต่ละตัวในกลุ่มตัวโน๊ตนั้น เช่นบันไดเสียง C Major ประกอบด้วยโน๊ต โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โดยโน๊ต โด กับ เร เร กับ มี ฟา กับ ซอล ซอล กับ ลา และ ลา กับ ที ห่างกัน "หนึ่ง" ช่วงเสียง ส่วน มี กับ ฟา และ ที กับ โด นี้ห่างกัน "ครึ่ง" ช่วงเสียง โน๊ตที่ห่างกันหนึ่งช่วงเสียงนี้เราสามารถแบ่งครึ่งให้มีเสียงที่อยู่ระหว่างกลางได้ เช่นถ้าอยากให้มีเสียงสูงขึ้นอีกครึ่งเสียง ก็จะใช้เครื่องหมาย "ชาร์ป sharp หรือ #" ไว้หน้าโน๊ตตัวนั้น ถ้าอยากให้มีเสียงต่ำลงครึ่งเสียงก็จะใส่เครื่องหมาย "แฟล็ท flat หรือ b" ไว้หน้าโน๊ตตัวนั้น แต่ถ้าอยากจะให้โน๊ตตัวนั้นมีเสียงชาร์ปหรือแฟล็ทตลอดทั้งเพลง ก็จะไปใส่เครื่องหมายดังกล่าวไว้ที่หลังเครื่องหมายกุญแจเสียงเลย เช่นบันไดเสียง G Major (รูปที่ ๑) ที่มีเครื่องหมายชาร์ปกำกับไว้ที่ตำแหน่ง ฟา โน๊ตตัว ฟา ทุกตัวถ้าปรากฏขึ้นลอย ๆ โดยไม่มีเครื่องหมายอื่นกำกับ จะต้องเล่นเป็นเสียง ฟาชาร์ป ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ฟาสูง หรือ ฟาต่ำ และในทำนองเดียวกัน โน๊ตตัว ที ในบันไดเสียง F Major ก็ต้องเล่นเป็นเสียง ทีแฟล็ท ทั้งหมด


รูป ๑ ชื่อบันไดเสียงต่าง ๆ (รูปนี้เซฟเก็บเอาไว้นานแล้ว จำไม่ได้แล้วว่านำมาจากไหน)
 
เครื่องหมายชาร์ปหรือแฟล็ทที่เอาไปใส่ไว้หลังเครื่องหมายกุญแจเสียงนี้เรียกว่าเป็นเครื่องหมายตั้งบันไดเสียง ซึ่งอาจประกอบด้วยกลุ่มของเครื่องหมายชาร์ปหลายตัว (แถวบนในรูปที่ ๑) หรือเครื่องหมายแฟล็ทหลายตัวรวมกัน (แถวล่างในรูปที่ ๑) ส่วนจะมีการใช้ชาร์ปกับแฟล็ทปนกันได้หรือไม่นั้น ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ในกรณีของโน๊ตที่มีการใช้เครื่องหมายตั้งบันไดเสียงกำหนดให้เป็นเสียงชาร์ปหรือแฟล็ท แต่ถ้าเราอยากให้โน๊ตตัวนั้นกลับมาเล่นเป็นเสียงปรกติ ก็จะมีการใช้เครื่องหมาย "เนเชอรัล natural" มาเป็นตัวกำกับ เช่นถ้าเพลงนั้นใช้บันไดเสียง F Major ที่กำหนดให้เสียง ที ทุกตัวต้องเล่นเป็น ทีแฟล็ท (ต่ำกว่าเสียง ที ปรกติครึ่งเสียง) แต่ถ้ามีตำแหน่งไหนต้องการให้เล่นเป็นเสียง ที ปรกติก็จะต้องเอาเครื่องหมายเนเชอรัลไปใส่กำกับไว้หน้าตัวโน๊ตตัวนั้น (ผมหาเครื่องหมาย natural บนแป้นพิมพ์ไม่เจอ)
 
ทีนี้ถ้าลองกลับไปดูโน๊ตเพลง "มหาจุฬาลงกรณ์" ที่ใช้บันไดเสียง F Major หรือเพลง "พรปีใหม่" ที่ใช้บันไดเสียง C Major ในรูปแนบท้าย Memoir ฉบับนี้ จะเห็นว่าไม่มีเครื่องหมายชาร์ปหรือแฟล็ทเพิ่มเติมอีกเลย แม้จะปรับเสียงโน๊ตเพลง "พรปีใหม่" ให้สูงขึ้นหนึ่งเสียงเป็นบันไดเสียง D Major ที่โน๊ต โด และ ฟา ทุกตัวต้องเป็นเสียงชาร์ป ก็จะเห็นว่าไม่มีเครื่องหมายชาร์ปหรือแฟล็ทปรากฏให้เห็นเช่นกัน แต่เพลง "สายฝน" ที่ใช้บันไดเสียง F Major ที่กำหนดให้โน๊ต ที ทุกตัวต้องเล่นเป็น ทีแฟล็ท นั้น ปรากฏว่ามีโน๊ต ที บางตัวมีเครื่องหมายเนเชอรัลกำกับให้เล่นเป็นเสียง ที ปรกติ (จะเรียกว่าเป็นโน๊ตหลุดบันไดเสียงก็ได้) แต่นี่ก็ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเพลงพระราชนิพนธ์เพลงอื่น


รูปที่ ๒ โน๊ตเพลงต้นฉบับที่ได้มาเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว

โน๊ตเพลง "พรปีใหม่" ต้นฉบับที่ผมมีเป็นบันไดเสียง C Major แต่มันมีโน๊ตหนึ่งตัวที่เป็นเสียง ทีต่ำ ที่ฟลุตมันเล่นไม่ได้ ผมก็เลยปรับเสียงโน๊ตแต่ละตัวให้สูงขึ้นหนึ่งช่วงเสียงด้วยการปรับเป็นบันไดเสียง D Major ทั้งสองเพลงจะว่าไปแล้วก็รูสึกว่าเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่เล่นได้ง่ายเมื่อเทียบกับเพลงพระราชนิพนธ์เพลงอื่น เช้าวันอาทิตย์นี้ก็คิดเสียว่าพักผ่อนกันด้วยเสียงเพลงก่อนการสอบไล่ปลายภาคต้นที่จะเริ่มในเช้าวันพรุงนี้ก็แล้วกัน




วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "สายลม" และ "ไกลกังวล" MO Memoir : Saturday 19 November 2559

พอรื้อเอาโน๊ตเพลงเก่า ๆ ที่มีเก็บไว้ตั้งแต่สมัยประถมศึกษามาดูใหม่ ทำให้รู้ว่าคุณครูที่สอนดนตรีเอาบทเพลงพระราชนิพนธ์หลายบทเพลงมาเป็นบทเรียนอยู่เหมือนกัน โน๊ตเพลงที่เอามาเขียนใหม่ครั้งนี้ก็เช่นกัน เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์อีกสองเพลงที่เนื้อร้องมีความหมายช่างตรงข้ามกัน เพลง "สายลม" เป็นเพลงทำนองช้า ๆ ที่ให้ความรู้สึกแสนเศร้า ก็น่าจะชดเชยได้ด้วยเพลง "ไกลกังวล" เพลงจังหวะเร็ว ๆ ที่ให้ความรู้สึกสนุกสนานรื่นเริง
  
โน๊ตต้นฉบับเดิมที่ใช้บันไดเสียง C Major นั้นเสียงต่ำสุดนั้นต่ำกว่าเสียง "โด" ต่ำ ก็เลยเอามาปรับเสียหน่อยโดยเพิ่มระดับให้เสียงสูงขึ้นเป็น F Major ในที่นี้ก็เลยเอาโน๊ตมาลงทั้งสองรูปแบบ เล่นได้แบบไหนก็เลือกเอาเองแล้วกันครับ

 





วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "ลมหนาว" และ "ชะตาชีวิต" MO Memoir : Sunday 13 November 2559

เข้าหน้าหนาวแล้วก็ถือโอกาสนำเอาโน๊ตเพลงเก่า ๆ ที่ได้มาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษามาพิมพ์ใหม่ในรูปของไฟล์คอมพิวเตอร์ เพราะของเดิมเก็บที่เอาไว้เกือบ ๔๐ ปี กระดาษโรเนียวก็เหลืองกรอบไปตามเวลา 
   
โน๊ตเพลงที่นำมาเผยแพร่ในวันนี้เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งสองเพลงคือ "ลมหนาว" และ "ชะตาชีวิต" เพลงลมหนาวน่าจะเป็นเพลงที่เล่นได้ง่ายหน่อย ไม่เหมือนเพลงชะตาชีวิตที่เต็มไปด้วยตัวเขบ็ตหนึ่งชั้นและสองชั้นเต็มไปหมด ทั้งสองเพลงมีเนื้อหาที่ตรงข้ามกันอยู่ ในขณะที่เพลงลมหนาวบรรยายถึงบรรยากาศความรักความสุข เพลงชะตาชีวิตกลับบรรยาถึงความโดดเดี่ยวเดียวดาย ความผิดหวัง โปรแกรมที่ใช้เขียนโน๊ตก็ยังคงเป็น MuseScore 2.0.2 เช่นเดิมครับ




วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "ลาแล้วจามจุรี" MO Memoir : Wednesday 19 October 2559

ฉบับนี้นำเสนอเพลงสำหรับงานรับปริญญาที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้ เป็นเพลงที่ไม่มีการสอนกันในห้องเชียร์
 
เพลงนี้หาโน๊ตไม่ได้สักที ในที่สุดก็เลยต้องตัดสินใจแกะโน๊ตเอง ถูกผิดอย่างไรก็ลองเล่นดูกันเองก็แล้วกันนะครับ

 

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "สายลมเหนือ" และ "เดียวดายกลางสายลม" MO Memoir : Sunday 12 June 2559

เห็นข่าวเมื่อไม่นานนี้เกี่ยวกับวงดนตรีของไทยที่นำทำนองเพลงต่างประเทศมาใส่เนื้อไทย แล้วไม่ให้เครดิตเจ้าของเพลงเดิม แต่จะว่าไปเรื่องเพลงไทยที่ใช้ทำนองเพลงต่างประเทศมาใส่เนื้อใหม่ก็มีมานานแล้ว แต่ว่าบางเพลงก็เป็นเพลงที่เก่าจนอาจถือได้ว่าหมดการคุ้มครองไปแล้วก็ได้
 
มีอยู่เพลงหนึ่งผมชอบทำนองในบางช่วงของเพลงมาก แต่หาไม่ได้สักทีว่ามันชื่อเพลงอะไร (ถ้า google มันหาข้อมูลเพลงด้วยการร้องทำนองให้มันฟังแล้วมันค้นหาเพลงได้ก็คงจะดีมาก) บังเอิญช่วงเดือนที่แล้วช่วงบ่ายระหว่างขับรถได้ยินเพลงนี้จากรายการวิทยุของสถานีวิทยุจุฬา (101. MHz) เปิดเพลงดังกล่าวที่มีผู้นำมาใส่เนื้อร้องเพลงไทย ชื่อของเพลงไทยเพลงนั้นคือ "สายลมเหนือ" ที่นำเอาทำนองมาจากเพลง "Daisy Bell" ที่เป็นเพลงเก่าเพลงหนึ่ง (อายุเพลงนี้น่าจะกว่าร้อยปีแล้ว) แต่พอเอามาใส่เนื้อเพลงไทยก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือเอาท่อนกลางของเพลงเดิมมาเป็นท่อนเริ่มต้น และเอาท่อนเริ่มต้นของเพลงเดิมไปไว้ตอนกลางเพลง ก็นับว่าแปลกดี เพราะปรกติที่เจอเขามักจะไม่มีการสลับท่อนต่าง ๆ ของบทเพลงเดิม โน๊ตต้นฉบับที่นำมาใส่เนื้อไทยนั้นเป็นบันไดเสียง G Major ผมเอามาเขียนใหม่ด้วยโปรแกรม Musescore 2.0.2 เช่นเดิมโดยทำโน๊ตบันได้เสียง G Major และ A Major (ยกเสียงให้สูงขึ้นเล็กน้อยหนึ่งขั้น)
 
อีกเพลงหนึ่งก็เป็นเพลงที่ตามหาโน๊ตมานานแล้วเช่นกัน เพิ่งจะพบว่ามีผู้ใจดีทำให้ (ต้องขอขอบพระคุณผู้ที่ทำการแกะโน๊ตเพลงดังกล่าวและนำเผยแพร่เป็นอย่างยิ่ง) เพลงนั้นคือเพลง "เดียวดายกลางสายลม" โน๊ตต้นฉบับที่เป็นโน๊ตตัวเลขนำมาจาก https://mascreen.wordpress.com/2016/02/26/เดียวดายกลางสายลม-นรีก/ โดยผมทดลองนำมาใส่เป็นโน๊ตสากลโดยเปิดฟังเพลงจาก Youtube และใส่จังหวะเข้าไป ที่ขาดก็มีช่วง intro และเว้นวรรคระหว่างเนื้อเพลง ต้นฉบับเป็นบันไดเสียง G Major โดยเอามาเขียนใหม่ด้วยโปรแกรม Musescore 2.0.2 เช่นเดิม และยังทำโน๊ตบันได้เสียง A Major ไว้ด้วย ส่วนใครจะชอบเสียงสูงหรือต่ำก็เลือกกันเอาเองก็แล้วกัน

สองเพลงนี้เนื้อหาของบทเพลงต่างเกี่ยวข้องกับสายลมและดวงจันทร์ แต่บรรยากาศของเพลงมันไปคนละทางกันเลย ในขณะที่เพลงหนึ่งแสนจะหวานซึ้ง อีกเพลงหนึ่งกลับแสนเศร้า (บางคนถึงกับบอกว่ามันชวนให้อยากตาย) ตรงนี้ผมต้องขอชมคนร้องคือ คุณนรีกระจ่าง คันธมาส ที่ใส่อารมณ์ให้กับบทเพลงได้ดีมาก

เช้าวันอาทิตย์ วันหยุด คืนนี้ก็วันพระขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๗ มีดวงจันทร์ให้เห็นครึ่งดวง ก็พักผ่อนกันด้วยเรื่องเบา ๆ ก็แล้วกันนะครับ สวัสดีครับ









วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "วิหคเหินลม" และ "พรานทะเล" MO Memoir : Sunday 17 April 2559

ช่วงนี้อากาศร้อน ไม่ได้ออกไปไหน ได้แต่นั่งชมนกชมไม้ จิบกาแฟไปพลาง ๆ อยู่ที่ชิงช้าหน้าระเบียงบ้านที่ตั้งไว้ริมแนวรั้วไม้ดอก (แต่ก่อนนั่งก็ต้องตรวจสอบสถานที่ก่อน และคอยชำเลืองดูรอบ ๆ เป็นระยะ ด้วยว่าอาจมีแขกไม่พึงประสงค์สีตัวสีเขียวสดใสแต่หางสีน้ำตาลแอบมาใช้เป็นที่งีบหลับ)
 
โน๊ตเพลงในวันนี้เป็นของวงสุนทราภรณ์ทั้งสองเพลง เพลงแรก "วิหคเหินลม" เป็นเพลงจังหวะเร็ว ส่วนเพลงที่สอง "พรานทะเล" เป็นเพลงจังหวะช้าหน่อย เท่าที่สังเกตดูเห็นว่าเนื้อเพลงส่วนใหญ่นั้น (ไม่นับรวมเพลงเฉพาะกิจ เช่นเพลงสถาบัน) มักจะเป็นเรื่องราวของความรักของหญิง-ชาย มีเนื้อเพลงไม่มากนักที่เนื้อเพลิงจะออกไปแนวอื่น เช่น ชื่นชมธรรมชาติ การเดินทาง ให้กำลังใจ ฯลฯ สองเพลงที่เลือกมาในวันนี้ก็อยู่ในกลุ่มหลังนี้
  

โน๊ตเพลง "วิหคเหินลม" นำจังหวะมาจาก http://wichai.net และโน๊ตเพลง "พรานทะเล" นำจังหวะมาจาก blog "โน๊ตไทยไวโอลิน" (http://thaiviolinsheetmusic.blogspot.com/) ส่วนตัวโน๊ตอิงจากหนังสือ โน๊ตคีย์บอร์ดฉบับที่ ๔ รวมเพลงลูกกรุง-ลูกทุ่งร่วมสมัย ของสำนักพิมพ์วรรณสาส์น (VS) โดยนำมาปรับให้ง่ายขึ้นเอาไว้หัดเล่น
 
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลหยุดยาวช่วงเดือนเมษายน อดทนอีกสองสัปดาห์ก็จะมีอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ช่วงนั้นผมก็คงจะถือโอกาสหายตัวไปจากกรุงเทพบ้าง



วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "มหาจุฬาลงกรณ์" "ยูงทอง" และ "ลาภูพิงค์" MO Memoir : Saturday 16 April 2559

เพิ่งจะมีช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เพิ่งจะมีเวลาเก็บกวาดงานต่าง ๆ ไปบ้าง (แต่ก็ยังเก็บไม่หมด) ช่วงหยุดยาวก็ไม่ได้ไปไหน เฝ้าบ้านอยู่ทุกวัน ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อย ๆ
 
โน๊ตเพลงที่นำมาในคราวนี้เป็นเพลงประจำสถาบันทั้ง ๓ เพลง สองเพลงแรกเรียกว่าเป็นเพลงใช้ในงานทั่วไป ส่วนเพลงที่สามที่เป็นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้นเนื้อเพลงก็สื่อให้เห็นถึงการลาจากจากสถาบันการศึกษา
 
โน๊ตเพลง "มหาจุฬาลงกรณ์" และ "ยูงทอง" ต้นฉบับนำมาจาก www.kingsiam.com แต่ภาพต้นฉบับนั้นเป็นภาพที่เล็กไปหน่อย พอพิมพ์ขยายมาเป็นขนาด A-4 แล้วภาพไม่ค่อยชัด ก็เลยนำมาเขียนใหม่
ส่วนโน๊ตเพลง "ลาภูพิงค์" นั้นโหลดเก็บไว้ร่วม ๒ ปีแล้ว จำไม่ได้ว่านำต้นฉบับมาจากไหน (ต้องขออภัยจริง) ภาพต้นฉบับไม่ค่อยชัดเจนเท่าใด พิมพ์ออกมาเป็นขนาด A-4 แล้วยังอ่านยาก ก็เลยนำมาเขียนใหม่เช่นกัน โน๊ตต้นฉบับเป็นบันไดเสียง F Major มีลูกเล่นเยอะ เลยนำมาปรับเล็กน้อยให้ง่ายขึ้น (ตัดลูกเล่นต่าง ๆ ออกไป) และเปลี่ยนบันไดเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยเป็น G Major
 
หวังว่าพอถึงวันจันทร์ทางกลุ่มเราคงจะได้กลับมาเริ่มทำงานกันอย่างเต็มที่ซะที แม้ว่าช่วงต้นสัปดาห์จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เดี๋ยวค่อยมาแก้ไขกันในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ก็แล้วกัน



วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

โน๊ตเพลง "คนดีไม่มีวันตาย" "หนึ่งในร้อย (A Major) และ "น้ำตาแสงใต้ (A Major)" MO Memoir : Monday 22 February 2559

ช่วงนี้เพลงที่เขาเปิดทางวิทยุหลังเพลงชาติตอน ๖ โมงเย็นที่ร้องโดย ธีร์ ไชยเดช ฟังแล้วได้อารมณ์ดี ทำให้อยากหาโน๊ตเพลงมาเล่นเองบ้าง ที่เจอทางอินเทอร์เน็ตเป็นโน๊ตเปียนโนในบันไดเสียง C Major มีเพียงแค่ท่อนแรกท่อนเดียว ก็เลยนำมาแกะต่อ (ท่อนหลัง ๆ มันก็ทำนองคล้าย ๆ กัน มียกเว้นอยู่ท่อนเดียวที่ไม่เหมือนใคร) โดยใช้โปรแกรม MuseScore version 2.0.2 และปรับบันไดเสียงเป็น A Major และ G Major แทน 
  
โน๊ตเพลงอีกสองเพลงที่แนบมาด้วยคือ "หนึ่งในร้อย" และ "น้ำตาแสงใต้" ในบันไดเสียง A Major อันที่จริงโน๊ตเพลงสองเพลงนี้เคยนำมาลงไว้ก่อนแล้วแต่เป็นบันไดเสียง C Major (ดู Memoir ฉบับวันศุกร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗)
 
วันนี้เป็นวันมาฆบูชา ได้หยุดงานเพิ่มอีก ๑ วัน ก็เลยขอเอาเรื่องเบา ๆ มาลงก็แล้วกัน




วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558

โน๊ตเพลง "ธรณีกรรแสง" และ "Blowin' in the wind" MO Memoir : Saturday 26 December 255

คราวนี้เลือกเพลงได้ไม่เข้ากับเทศกาลเลย ถ้าเป็นสัก ๑๐ วันที่แล้วก็ว่าไปอย่าง

ช่วงเดือนที่ผ่านมาก็จัดว่าวุ่นวายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการออกข้อสอบ คุมสอบ ตรวจข้อสอบ ตัดเกรด ส่งรายงานความก้าวหน้า ประเมิน ฯลฯ หลายสิ่งที่อยากทำก็เลยต้องเก็บเอาไว้ก่อน เพิ่งจะมีโอกาสบ้างก็ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ได้ทดลองเอาเพลงไทยเดิมมาใส่โน๊ตสากลเล่น แต่ทำไมไปเลือกเพลงโศกก็ไม่รู้เหมือนกัน
 
อีกเพลง (Blowin' in the wind) ก็เป็นเพลงเก่าอายุกว่า ๕๐ ปีแล้ว น่าจะจัดได้ว่าเป็นเพลงคลาสสิกเพลงหนึ่ง เพราะปัจจุบันก็ยังคงพอได้ยินคนเปิดฟังกันอยู่ โน๊ตต้นฉบับไปซุกอยู่ในกองเอกสารเก่าในบ้านก็เลยถือโอกาสเอามาเขียนใหม่ก่อนที่กระดาษมันจะโทรมลงไปกว่านี้ ตัวเนื้อร้องเขาใส่กำกับโน๊ตเพลงเอาไว้เพียงเที่ยวเดียว อีกสองเที่ยวเขาไม่ได้ใส่เข้าไปให้ด้วย ก็เลยลองใส่เองดู แต่มันก็รู้สึกว่ามีขัด ๆ อยู่บางจุด ยังไงใครจะเอาไปใช้ก็แก็ไขกันเองก็แล้วกันนะครับ



วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โน๊ตเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และ "ยามเย็น" MO Memoir 2558 Oct 21 Wed

ทิ้งไปเกือบเดือนกว่าจะมีเวลาเอาโน๊ตเพลงเก่า ๆ ที่ได้มาสมัยเรียน ป.๕ หรือเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วมาเขียนบันทึกไว้ใหม่ คราวนี้ก็ยังคงเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เช่นเดียวกันกับคราวที่แล้ว เพียงแต่ว่าใช้โปรแกรม Musescore เวอร์ชันใหม่ 2.0.2 มาเขียนโน๊ต โดยคราวนี้ได้เลือกเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และ "ยามเย็น" มาเขียนบันทึกใหม่


เกี่ยวกับเพลง "ความฝันอันสูงสุด" นั้น เว็บ https://th.wikipedia.org/wiki/ความฝันอันสูงสุด ให้รายละเอียดเอาไว้ว่า (ข้อมูล ณ วันพุธที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘)
  
เพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 43 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.. 2514
   
เมื่อ พ.ศ. 2512 ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้รับพระราชเสาวนีย์จาก สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เขียนบทกลอนแสดงความนิยมส่งเสริมคนดีให้มีกำลังใจทำงานเพื่ออุดมคติเพื่อประเทศชาติ ออกมาเป็นกลอน 5 บท
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถโปรดให้พิมพ์บทกลอนนี้ลงในกระดาษการ์ดแผ่นเล็ก ๆ พระราชทานแก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และผู้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เตือนสติมิให้ท้อถอยในการทำความดี ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใส่ทำนองเพลงในคำกลอน "ความฝันอันสูงสุด" ใน พ.ศ. 2514 ขับร้องโดย ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค
  
ในขณะที่เพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น เว็บ https://th.wikipedia.org/wiki/ยามเย็น (ข้อมูล ณ วันพุธที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘) ให้รายละเอียดเอาไว้ว่าเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่นำออกบรรเลงสู่ประชาชนเมื่อวันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ (ก่อนขึ้นครองราชย์) ดังนั้นถ้านับอายุเพลงนี้จนถึงปัจจุบันก็ปาเข้าไป ๖๙ ปีแล้ว
   
ท้ายสุดนี้ Memoir ฉบับนี้ก็คงต้องขอจบเอาแบบดื้อ ๆ ด้วยเนื้อเพลง "ความฝันอันสูงสุด" ก็แล้วกันครับ

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง

จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป

นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรม์อันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน

โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย