วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เรียนแลปเคมี ที่ภาควิชา (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑๒๐) MO Memoir : Thursday 8 December 2559

ปีการศึกษา ๒๕๒๗ ทางคณะเปลี่ยนวิธีการเลือกภาควิชาใหม่ จากเดิมที่ใช้คะแนนสอบเอนทรานซ์ในการเลือกภาค (คือให้เลือกตั้งแต่เข้าเรียนปี ๑) มาเป็นให้เรียนก่อน ๑ ปี พอขึ้นปี ๒ ค่อยเอาเกรดวิชาปี ๑ มาเลือกภาควิชา ผมเองก็ได้เป็นรุ่นแรกที่เลือกภาควิชาด้วยวิธีการใหม่นี้
  
วิศวกรรมเคมีตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักกันครับ (ผมเองตอนเลือกภาคก็ยังไม่ค่อยรู้จักเลยว่าเรียนอะไร) รุ่นผมที่เข้าภาคนี้ ๓๖ คน เป็นคนที่เลือกภาคนี้อันดับ ๑ เพียงครึ่งเดียว ที่เหลือคือไปภาคอื่นไม่ได้ เลยถูกจับยัดมาเรียนภาคนี้ เรียกว่าตอนเข้าภาคนั้น ติดโปรกันเสียครึ่งหนึ่ง และคิดจะย้ายภาคหนีในเทอมถัดไปกันเสียครึ่งภาคซะด้วย แต่ก็ไม่มีใครย้ายออกไปสักคน มีแต่ย้ายเข้ามาสองคน
 
ตอนที่เรียนจบเนี่ย ได้ยินเพื่อนที่เคยคิดจะย้ายออกตอนปี ๒ พูดเปรย ๆ ว่า "โชคที่แล้วที่ตอนนั้นเขา (หัวหน้าภาค) ไม่ให้ย้ายภาคออก" ก็มีอย่างที่ไหนล่ะครับ บริษัทที่กำหนดเกรดขั้นต่ำ ๒.๗ จึงจะสมัครงานได้ แม้ว่าปีนั้นถ้าเป็นสาขาเครื่องกลเขายอมลดให้เหลือ ๒.๕ ส่วนสำหรับวิศวกรรมเคมีหรือครับ เขากำหนดไว้ที่ ๒.๐ (สองจุดศูนย์)


รูปที่ ๑ บริเวณทางเข้าห้องปฏิบัติการเคมีพื้นฐานในปัจจุบัน ประตูทางเข้าห้องปฏิบัติการเคมีอยู่ทางซ้าย (1) ส่วนที่เป็นห้องเครื่องมือวิเคราะห์ในปัจจุบัน (2) เดิมเป็นห้องธุรการภาควิชา ห้องทำงานหัวหน้าภาควิชา และห้องพักรวมของอาจารย์ ตรงที่เป็นหน้าต่างกระจก (3) เดิมเป็นที่ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ธุรการภาควิชา สำหรับให้คนติดต่องาน
 
อันที่จริงตอนขึ้นปี ๒ ก็ยังไม่ได้เรียนวิชาภาคสักเท่าใดนัก เทอมแรกเรียนกันแค่สองวิชาคือ เคมีฟิสิกัล กับเคมีวิเคราะห์ เทอมที่สองก็เรียนวิชาเคมีอินทรีย์ กับหลักการคำนวณเบื้องต้นทางวิศวกรรมเคมี ชั่วโมงบรรยายวิชาอื่นก็เรียนกันที่ห้องเรียนตึก ๓ เป็นหลัก แต่พอเป็นวิชาภาคก็จะมาเรียนกันที่ภาควิชา ห้องเรียนที่ใช้เรียนกันตอนนั้นตอนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการเคมีพื้นฐานไปแล้ว คือพื้นที่ห้องด้านถนนอังรีดูนังต์ คือมีการเปลี่ยนจากห้องเรียนมาเป็นห้องคอมพิวเตอร์ก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นห้องแลปเคมีในที่สุด วิชาเคมีฟิสิกัล เคมีวิเคราะห์ และเคมีอินทรียนั้นมีการทำแลปด้วย พื้นที่ห้องแลปเดิมนั้นคือส่วนที่เป็นพื้นที่ด้านหลังห้องแลปในปัจจุบัน
 
ปีที่ผมเรียนเคมีฟิสิกัลนั้นมีอาจารย์ผู้สอนสองท่าน ท่านแรกคือ อ. เอมอร พิบูลธรรม อ. เอมอร นี้เข้าใจว่าท่านสอนที่ภาคนี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดสาขาวิชา (คือสมัยที่ยังอยู่ร่วมกับภาคอุตสาหการ) อีกท่านหนึ่งคือ อ. ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่เพิ่งจบเอกมาจากญี่ปุ่น แกมาสอนหนังสืออยู่เพียงปีเดียว ก่อนจะออกไปทำงานบริษัท ส่วนวิชาเคมีวิเคราะห์และเคมีอินทรีย์นั้นสอนโดย อ. สุวัฒนา (ท่านถึงแก่กรรมไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ หลังเกษียณอายุราชการไปแล้ว)
 
การเรียนแลปเคมีพื้นฐานตอนนั้นมีครูปฏิบัติการทำหน้าที่กำกับดูแลอยู่ ๓ ท่านด้วยกัน คือ อ. ศิริชัย อ. อรอนงค์ และ อ. ชาติชาย ชีวิตการเรียนปี ๒ โดยเฉพาะในเทอมแรกอาจเรียกว่าจะสนิทกับอาจารย์สอนแลปมากกว่าอาจารย์สอนบรรยายก็ได้ เพราะสัปดาห์หนึ่งต้องเรียนแลปกัน ๖ ชั่วโมง (คือเคมีฟิสิกัล ๓ ชั่วโมง + เคมีวิเคราะห์อีก ๓ ชั่วโมง) โต๊ะแลปเดิมมี ๓ โต๊ะ กลุ่มละ ๓-๔ คน แบ่งกันเรียน ๒ ตอนเรียน พอมาภายหลังจำนวนนิสิตเพิ่มมากขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ ๕๐ คนต่อรุ่นก็เลยต้องเพิ่มเป็น ๓ ตอนเรียน และท้ายสุดก็จำเป็นต้องมีการขยายพื้นที่ห้อง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อตอนที่คณะทำการสร้างอาคาร ๔ และ ๕ เสร็จสิ้น


รูปที่ ๒ เมื่อผ่านประตูทางเข้าด้านหน้าห้องเข้ามา นี่คือภาพที่เห็น ด้านขวาคือโต๊ะเครื่องชั่ง กระดาน และโต๊ะทำงานอาจารย์สอนแลป ทางฝั่งกระจกที่เห็นแดดส่องคือด้านที่เป็นลานจอดรถ เดิมพื้นที่ห้องแลปตรงนี้เป็นห้องเรียนมาก่อน ต่อมาเปลี่ยนเป็นห้องคอมพิวเตอร์ (นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมในห้องนี้ถึงมีตู้ชุมสาย LAN ของอาคารนี้ทั้งอาคารตั้งอยู่) และต่อมาเมื่อย้ายห้องคอมพิวเตอร์ไปยังตึกวิศว ๔ ก็มีการทุบผนังกั้นระหว่างห้องนี้กับห้องแลปเคมีเดิม (ผนังอยู่ตรงช่วงเสาที่เห็นทางซ้ายมือ) เพื่อขยายพื้นที่ห้องแลปเคมีตามจำนวนนิสิตที่เพิ่มขึ้น

รูปที่ ๓ มายืนมองอีกทางฝั่งหนึ่งตรงข้ามกับรูปที่ ๒ ประตูเข้าห้องอยู่ทางซ้ายของรูป รูปนี้เป็นการมองจากด้านทิศเหนือ (คณะวิศวอยู่ข้างหลัง) ไปด้านทิศใต้ (ทางคณะรัฐศาสตร์)


รูปที่ ๔ บริเวณด้านหลังห้อง (มองจากฝั่งลานจอดรถเข้ามา) เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่แลปเคมีพื้นฐานเดิม จากทางด้านซ้ายของรูปไปจนถึงเลยผนังด้านขวาออกไปอีกหน่อย ผนังด้านขวานี้กั้นขึ้นมาใหม่ ด้วยการขยายห้องทางซีกตะวันตกออกมากินพื้นที่ส่วนหนึ่งของห้องแลปเคมีพื้นฐานเดิม และขยายห้องแลปเคมีพื้นฐานไปทางตะวันออกโดยทุบกำแพงไปกินพื้นที่ห้องคอมพิวเตอร์
 
รูปที่ ๕ อีกมุมหนึ่งของบรรยากาศพื้นที่ด้านหลังห้องในปัจจุบัน เป็นมุมมองจากฝั่งตรงข้ามกับรูปที่ ๔ โต๊ะปฏิบัติการของห้องปฏิบัติการเดิมไม่ได้วางอยู่ในแนวนี้ แต่วางขวางแนวที่เห็นอยู่ เรียงกัน ๓ โต๊ะ โดยมีตู้ควันอยู่ทางซ้ายมือ ๓ ตู้ ผนังทางด้านซ้ายที่เห็นในรูปเป็นผนังที่กั้นขึ้นมาใหม่ ห้องปฏิบัติการเคมีเดิมจะกินพื้นที่ไปทางด้านซ้ายมือมากกว่านี้

รูปที่ ๖ มองจากหลังห้อง (ทิศตะวันตก) ไปยังด้านหน้าห้อง (ด้านทิศตะวันออก) ช่วงระหว่างเสาซ้าย-ขวาที่เห็นนั้น เดิมเป็นแนวกำแพงกั้นห้อง ตู้ไม้เก็บเครื่องแก้วที่เห็นเลข ส1 143 ทางซ้ายมือ อายุก็น่าจะอยู่ราว ๕๐ ปีหรือมากกว่า (เผลอ ๆ อาจจะแก่กว่าผมอีก)

รูปที่ ๗ เป็นมุมมองจากฝั่งตรงข้ามของรูปที่ ๖ คือมองจากโต๊ะอาจารย์ผู้สอนออกไป

รูปที่ ๘ ตู้ ๓ ใบนี้ดูเผิน ๆ ก็เป็นตู้ธรรมดา แต่อายุอานามของมันก็ไม่น้อยนะครับ แต่ก่อนตู้ไม้พวกนี้ต้องสั่งทำ และทำจาก "ไม้จริง" ทั้งนั้น (คือไม่ได้ทำจากไม้อัด) สองตู้ขวามือเป็นครุภัณฑ์ของภาควิชามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ รู้ได้จากเลขครุภัณฑ์ที่ขึ้นต้นด้วย ๒๒ ส่วนตู้ด้านซ้ายมือ (และตู้อื่นที่มีสีเดียวกันแต่อาจมีทางแตกต่างไป) เป็นตู้ที่มีอายุมากกว่านั้นอีก เข้าใจว่ามาอยู่ที่ภาควิชาก่อนปีพ.ศ. ๒๕๑๐ ยังใช้เลขครุภัณฑ์ที่ขึ้นต้นด้วย ส1 (ไม่รู้เหมือนกันว่ามีความหมายว่าอะไร)

รูปที่ ๙ ร่องรอยที่ยังคงเหลือให้เห็นถึงความเป็นห้องแลปของอาคารนี้คือท่อที่เดินอยู่บนเพดาน ท่อสีฟ้าคือท่อน้ำประปาที่จ่ายน้ำลงมายังโต๊ทำแลป ท่อสีแดงคือท่อแก๊สหุงต้มสำหรับจุดตะเกียง ท่อสีเหลืองคือท่ออากาศอัดความดัน และท่อหุ้มฉนวนคือท่อไอน้ำ ที่ตั้งของถังแก๊ส ปั๊มลม และหม้อไอน้ำ อยู่ที่ชั้นล่างตรงห้องข้างบันไดทางขึ้นข้างตึก เดิมระบบท่อนี้เดินไปยังชั้น ๔ ที่เป็นห้องวิจัยด้วย (ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ของภาคสิ่งแวดล้อมไปแล้ว) ตั้งแต่ผมมาเรียนจนทำงานมาถึงวันนี้ ก็ไม่เคยเห็นใครเปิดใช้ท่อไอน้ำกับท่อแก๊ส แต่ท่อลมนั้นแต่ก่อนก็มีการใช้งานกันอยู่

รูปที่ ๑๐ พัดลมเพดานที่มาพร้อมกับตึกนี้ ปัจจุบันในส่วนของห้องแลปยังเหลือใช้งานได้ ๑ ตัว (อายุก็เกือบ ๔๐ ปีแล้วนะ) 


รูปที่ ๑๑ มองจากระเบียงฝั่งตรงข้ามทางด้านนอกห้องเข้ามา แต่ก่อนห้องที่เห็นจะเป็นห้องเรียน แล้วก็เป็นห้องคอมพิวเตอร์

นับตั้งแต่ตึกนี้มีการเปิดใช้งาน อาจเรียนได้ว่าพื้นที่นี้เป็นที่แรกที่นิสิตที่เข้ามาเรียนภาควิชาของเราได้เข้ามาสัมผัส จะมีอยู่เพียงรุ่นเดียวที่ไม่ได้ทำแลปที่ห้องนี้ (คิดว่าน่าจะเป็นนิสิตรหัสราว ๔๒) เพราะช่วงที่คณะเปิดใช้งานตึก ๔ นั้นมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ของภาควิชาต่าง ๆ มีการย้ายห้องปฏิบัติการเคมีพื้นฐานไปตั้งไว้บนชั้น ๑๒ ของอาคารวิศว ๔ อยู่ปีหนึ่งเพราะเป็นช่วงที่ทางคณะทำการปรับปรุงพื้นที่และสาธารณูปโภคของอาคารภาควิชาทั้งชั้น (เดินระบบไฟฟ้า ท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง และท่อตู้ดูดควัน ใหม่หมด)
  
ครุภัณฑ์ของห้องปฏิบัติการเคมีพื้นฐานนี้ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่จากโครงการเงินกู้ธนาคารโลก ที่ทางทบวงมหาวิทยาลัยดำเนินการกู้มาเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โครงการนี้เริ่มเมื่อใดผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนที่กลับมาทำงานเมื่อปี ๓๗ นั้นก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะทางเทคนิคของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะทำการเปิดประมูล ครุภัณฑ์ชุดแรกมาถึงราว ๆ ปี ๒๕๔๑ แต่กว่าจะเปิดซองและส่งมอบครุภัณฑ์จนหมดก็ล่วงเข้าราว ๆ ปี ๒๕๔๕ (ส่วนใหญ่ที่สั่งซื้อกันในตอนนั้นก็ได้แก่อุปกรณ์พื้นฐานต่าง ๆ เช่น hot plate magnetic stirrer เครื่องชั่ง เครื่อง UV-Vis pH meter conductivity meter Dissolved meter อุปกรณ์ที่ใช้ในการสอนวิชาเคมีฟิสิกัล เป็นต้น) ครุภัณฑ์ที่ได้มาตอนนั้นปัจจุบันก็หมดสภาพการใช้งานเกือบหมดแล้ว เนื่องจากไม่ได้ใช้เพียงแค่สอนนิสิตปี ๒ แต่ยังมีการยืมใช้นอกช่วงเวลาสอนโดยห้องปฏิบัติการวิจัยต่าง ๆ และบางส่วนก็ไม่มีการใช้งานเนื่องจากทางภาควิชาเปลี่ยนแปลงหลักสูตรโดยยกเลิกการสอนวิชาเคมีฟิสิกัล และลดจำนวนแลปเคมีจากเดิมที่เรียนกัน ๓ วิชา (เคมีฟิสิกับ เคมีวิเคราะห์ และเคมีอินทรีย์) เหลือเพียงวิชาเดียว (คือเคมีสำหรับวิศวกรรมเคมี ซึ่งตอนแรกจะไม่มีเสียด้วยซ้ำ)
  
ก่อนการประชุมภาคเพื่อลงมติว่าจะปิดการสอนวิชาพื้นฐานทางเคมีทั้งสามวิชานั้นหรือไม่ ก็ได้มีการสอบถามความเห็นผมในฐานะที่เป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้สอนวิชาเหล่านั้นอยู่ด้วย (เป็นวิชาที่ไม่มีใครมาแย่งสอน) ผมก็ได้ให้ความเห็นไปว่า "นิสิตในภาควิชานี้ควรจะต้องเรียนรู้วิชาอะไรบ้างนั้น มันต้องเป็นมติของภาค ไม่ใช่อาจารย์เพียงคนใดคนหนึ่งยืนกรานว่าฉันจะสอนวิชานี้ ดังนั้นนิสิตต้องเรียนวิชานี้ อาจารย์แต่ละท่านเองก็มีนิสิตทำวิจัยกันในระดับโท-เอกกันอยู่ แล้ววิชาเหล่านี้จำเป็นหรือไม่ ก็ขอให้แต่ละท่านพิจารณาเอาเองก็แล้วกัน"
  
ตอนเขาลงคะแนนเสียงกันผมไม่อยู่ในที่ประชุม ทราบแต่เพียงว่ามีมติให้ยกเลิกการสอนวิชาเหล่านั้นโดยไม่มีใครคัดค้าน สามวิชานี้มีการสอนครั้งสุดท้ายในปีการศึกษา ๒๕๕๔
  
รูปที่ ๑๒ มาดูบรรยากาศทางเข้าเดิมกันบ้าง (1) ก็คือที่ประตูทางเข้าเดิมของห้องแลปเคมีพื้นฐาน ส่วนข้างขวาคือลิฟต์ที่มีการสร้างเพิ่มเติมเข้ามา (น่าจะอยู่ราว ๑๐ ปีที่ผ่านมา)
  
รูปที่ ๑๓ เดิมนั้น (1) เป็นทางเดินไปยังห้องเครื่องมือของศูนย์เครื่องมือวิเคราะห์ (2) คือห้อง FT-IR และ TGA ของศูนย์เครื่องมือวิเคราะห์ (3) เป็นห้องเก็บสารเคมี (4) เป็นห้องที่เดิมไม่มี กั้นเพิ่มเติมเข้ามา และ (5) คือวงกบของประตูทางเข้าห้องแลปเคมีพื้นฐานเดิม เดิมทีนั้นหน้าห้องของแลปเคมีพื้นฐานก็อยู่ตรงนี้ (มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว) ปัจจุบันพื้นที่ส่วนนี้กลายเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาไปแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น: