แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิ้งระเบิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิ้งระเบิด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

MO Memoir รวมบทความชุดที่ ๘ รถไฟ ปู๊น ปู๊น MO Memoir : Friday 24 June 2559

"รถไฟ" เป็นเรื่องราวที่ผมชอบมากที่สุดบนหน้า blog ของผมครับ 
  
ในขณะที่คนส่วนหนึ่งมองหาการมาถึงของเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่มองหาความสงบเงียบและความงามของบรรยากาศสองข้างทางรถไฟเมื่อมองจากหน้าต่างรถไฟที่วิ่งไปเรื่อย ๆ ตรงนี้ก็คงขึ้นอยู่กับว่าคนเหล่านั้นเดินทางโดยรถไฟเพื่อวัตถุประสงค์ใด และให้คำจำกัดความของ "การท่องเที่ยว" ไว้อย่างใด
 
คนที่เดินทางโดยมีธุระติดต่อเป็นเป้าหมายหลัก ความรวดเร็วในการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ คนที่ท่องเที่ยวโดยสนแต่ปลายทางเป็นจุดหมายหลัก ความรวดเร็วในการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน แต่สำหรับผู้ที่เห็นว่าการท่องเที่ยวคือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตลอดเส้นทางเดินทางนั้น การได้มีเวลาสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ระหว่างเส้นทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ
 
เรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับรถไฟที่เขียนลง blog ลงไปนั้น ไม่ได้คิดจะเจาะลึกลงไปในแต่ละเรื่องหรอกครับ เป็นเพียงแค่บันทึกความจำว่าเคยเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟ (ที่ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงกัน) ที่ไหนบ้าง แต่ก็ไม่แน่นะครับ เกษียณอายุเมื่อใดอาจเอาเรื่องที่บันทึกไว้มาเป็นต้นเรื่องให้ค้นคว้าลงไปอย่างละเอียดอีกที ก็คนเราก็ต้องมีงานอดิเรกกันบ้างใช่ไหมครับ ไม่ใช่ว่าคุยได้แต่เรื่องเดียวคือเรื่องงาน

ดาวน์โหลดไฟล์ pdf กดที่นี่



วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การทิ้งระเบิดประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑๐๓) MO Memoir : Tuesday 14 June 2559

อาจถือได้ว่าการรบที่เมือง Kohima และ Imphal ที่เป็นเมืองชายแดนรอยต่อระหว่างอินเดียที่อังกฤษยังคงปกครองและพม่าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุน ที่เริ่มต้นการรบในช่วงต้นปีค.ศ. ๑๙๔๔ ไปจนถึงกลางปีเดียวกันที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น เป็นจุดเริ่มต้นของการล่าถอยครั้งใหญ่ของกองทัพญี่ปุ่นในพม่าที่เคยควบคุมไปจนประชิดชายแดนอินเดียด้านตะวันตกและชายแดนจีนด้านทิศเหนือ การล่าถอยครั้งนั้นไม่เพียงแต่ทำให้อังกฤษสามารถส่งกำลังทางบกเข้ามายึดดินแดนประเทศพม่าคืนจากกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น แต่ยังทำให้สามารถย้ายฐานปฏิบัติการของกองทัพอากาศเข้ามาใกล้ภูมิภาคอินโดจีนมากขึ้น ทำให้สามารถย่นระยะการบินโจมตีที่แต่เดิมที่ต้องใช้วิธีการบินจากอินเดียออกสู่ทะเลเพื่อตัดเข้าสู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย มาเป็นการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนตอนเหนือและตอนกลางของประเทศไทยได้มากขึ้น
 
รูปที่นำมาแสดงเป็นรูปที่เก็บเอาไว้นานหลายปีแล้ว นำมาจาก fold3.com และ www.iwm.org.uk
 
ภาพการโจมตีที่เส้นทางรถไฟที่กบินทร์บุรี (จ. ปราจีนบุรี) น่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ ส่วนภาพการโจมตีที่สนามบินลำปางดูเหมือนจะเป็นช่วงเดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๔ ส่วนภาพการโจมตีที่สถานีรถไฟโคราชและเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพ-เชียงใหม่ไม่มีข้อมูลระบุว่าเป็นช่วงเวลาไหน แต่เดาว่าน่าจะเป็นช่วงกลางปีค.ศ. ๑๙๔๔ ไปจนถึงช่วงสงครามสิ้นสุด
 
ญี่ปุ่นนั้นยกกองทัพเข้ามาตั้งมั่นอยู่ในอินโดจีนฝรั่งเศส (French Indochina) หลังจากการเจรจาหยุดยิงระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในกรณีพิพาทอินโดจีน โดยทางฝ่ายไทยได้ดินแดนบางส่วนกลับคืนมา ส่วนฝรั่งเศสนั้นอยู่ในช่วงที่เพิ่งจะแพ้สงครามกับเยอรมันในยุโรป ก็เลยยอมให้ญี่ปุ่นมาตั้งฐานทัพ ทำนองว่ากันฝ่ายไทยไม่ให้บุกเข้าไป และคงกันไม่ให้ดินแดนดังกล่าวประกาศตัวเป็นเอกราช ก็เลยฝากญี่ปุ่นให้ช่วยดูแลเอาไว้ก่อน
 
วัตถุประสงค์หลักของการโจมตีประเทศไทยในครั้งนั้นคือการตัดการส่งกำลังบำรุงให้กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นในพม่าที่มีทั้งจากอินโดจีนฝรั่งเศส และมาขึ้นบนที่ไทย ก่อนส่งต่อทางรถไฟไปยังประเทศพม่า และใช้การทิ้งระเบิดเป็นเครื่องมือกดดันให้รัฐบาลไทยในขณะนั้นถอนตัวจากการเป็นพันธมิตรร่วมกับญี่ปุ่น
 
แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เมื่อสงครามสิ้นสุด กองทัพอังกฤษทำเพียงแค่ปลดอาวุธกองทัพญี่ปุ่นในดินแดนที่อังกฤษเคยปกครองเป็นเมืองขึ้น ส่วนดินแดนส่วนที่เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ อังกฤษกลับยังคงให้กองทัพญี่ปุ่นช่วยดูแลรักษาความสงบ เพื่อรอเจ้าของอาณานิคมเดิมกลับมาปกครอง ป้องกันไม่ให้ประชาชนเจ้าของประเทศเดิมได้รับเอกราช 
  
ประเด็นนี้แหละครับที่ทำให้สหรัฐอเมริกาไม่ทุ่มกำลังช่วยอังกฤษเต็มที่ในการรบกับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น เพราะสิ่งที่ญี่ปุ่นทำอยู่ในขณะนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสิ่งที่อังกฤษทำอยู่ก่อนหน้านั้น สหรัฐอเมริกาเองไม่เห็นเหตุผลที่ทำไมต้องให้คนของเขามาตายเพื่อให้อังกฤษได้เมืองขึ้นของตนเองกลับมา เขาช่วยเพียงแค่สนับสนุนให้ทางอังกฤษและจีนสามารถรบยันกองทัพญี่ปุ่นได้ เพื่อให้ทางญี่ปุ่นต้องคงกำลังทหารบกจำนวนมากไว้ในแนวรบด้านนี้ ส่วนตัวเองก็ไปเปิดศึกทางด้านมหาสมุทรแทน
 
Memoir ฉบับนี้ก็ถือว่าดูภาพเก่า ๆ กันเล่น ๆ ก็แล้วกันครับ

รูปที่ ๑ ภาพความเสียหายจากการทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟกรุงเทพ-อรัญประเทศ ที่กบินทร์บุรี เพื่อตัดการส่งกำลังบำรุงของกองทัพญี่ปุ่นจาก French-Indochina รูปนี้นำมาจาก fold3.com โดยที่ตัวรูปถ่ายระบุว่าเป็น Krabinburi (กบินทร์บุรี) แต่ที่ตัวเว็บเองนั้นกลับบอกว่าเป็น Kraburi (กระบุรี) ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟอีกสายที่กองทัพญี่ปุ่นสร้างขึ้นจากชุมพรไประนอง ตรงนี้คงเป็นเพราะความเข้าใจผิดของคนทำเว็บที่ไม่ชินกับชื่อภาษาไทย พอเห็นชื่อคล้าย ๆ กันเลยคิดว่าเป็นสถานที่เดียวกัน


รูปที่ ๒ คำบรรยายรูปที่อยู่ทางด้านหลังของรูปที่ ๑ (รูปจาก fold3.com)


รูปที่ ๓ ภาพถ่ายทางอากาศของสนามบินลำปาง ในสีขาวคือเป้าหมายที่กำหนดให้แต่ละฝูงบินเข้าโจมตี มีทั้งสิ่งปลูกสร้าง ลานจอดเครื่องบิน และรันเวย์ ลูกศรที่ชี้ลงทางด้านล่างของรูปบอกตำแหน่งทิศเหนือของภาพ (ภาพจาก fold3.com)


รูปที่ ๔ ภาพการทิ้งระเบิด พึงสังเกตตำแหน่งที่ระเบิดตกกับตำแหน่งที่มีการวงไว้ในรูปที่ ๓ (รูปจาก fold3.com)


รูปที่ ๕ การทิ้งระเบิดสถานีรถไฟโคราช แหล่งที่มาของรูปให้คำบรรยายรูปไว้ดังนี้
Vertical aerial photograph taken during a daylight attack on the railway yards at Korat, Thailand, by Consolidated Liberators of No. 231 Group, showing sticks of bombs exploding among railway installations and buildings.
รูปที่ ๖ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟกรุงเทพ-เชียงใหม่ แหล่งที่มาของรูปให้คำบรรยายรูปไว้ดังนี้
A bomb explodes on the Bangkok-Chiengmai railway line in Thailand, during a low-level attack by Consolidated Liberators of No. 159 Squadron RAF. Photograph taken from the port side gun hatch of one of the attacking aircraft.

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เป้าหมายคือโรงไฟฟ้าวัดเลียบ ไม่ใช่สะพานพุทธ (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๘๘) MO Memoir : Sunday 15 February 2558

ปีนี้จะเป็นปีครบรอบ ๗๐ ปีของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ และครบรอบ ๔๐ ปีของการสิ้นสุดสงครามเวียดนาม บังเอิญว่ามีเอกสารเก่าที่ค้นเจอเมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้วเกี่ยวกับการโจมตีทิ้งระเบิดเป้าหมายในกรุงเทพ ก็เลยถือโอกาสคัดมาบางส่วนมาเล่าสู่กันฟัง
  
เอกสารแรกชื่อ Air Objective Folder Thailand จัดทำขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีค.ศ. 1943 (พ.ศ. ๒๔๘๖) เป็นเอกสารที่รวบรวมเป้าหมายทางทหารต่าง ๆ ในกรุงเทพ ส่วนอีกอันหนึ่งเป็นรูปภาพที่ค้นเจอจาก http://www.awm.gov.au หรือพิพิธภัณฑ์ที่ระลึกถึงสงครามของทหารออสเตรเลีย
  
ในช่วงเวลานั้นแนวรบระหว่างอังกฤษกับญี่ปุ่นนั้นยังอยู่ในประเทศพม่า ด้านติดพรมแดนอินเดีย เส้นทางที่ทางอังกฤษจะส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดเมืองไทยได้อย่างปลอดภัยก็คือทางทะเล โดยการบินอ้อมออกทะเล (หลีกเลี่ยงการตรวจจับทางบก) และโจมตีเส้นทางรถไฟสายใต้ของไทย แต่นั่นก็หมายถึงระยะการบินที่เรียกว่าแทบจะสุดพิสัยบินของเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ใช้อยู่ในสมรภูมิทางด้านนี้ในขณะนั้น
  
รูปที่ ๑ แผนที่กรุงเทพจากเอกสาร Air Objective Folder Thailand, Issues February 1, 1943 เป้าหมายที่ 26 คือโรงไฟฟ้าวัดเลียบ และเป้าหมายที่ 61 คือสะพานพุทธ

รูปที่ ๒ ภาพถ่ายที่ตั้งโรงไฟฟ้าวัดเลียบ และคำบรรยายเป้าหมาย

ในการรบนั้น นอกจากแนวภูเขาแล้ว แม่น้ำที่มีความกว้างมากจัดเป็นปราการธรรมชาติที่สำคัญในการเคลื่อนทัพทางบก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ สมรภูมิแนวรบด้านตะวันออกระหว่างเยอรมันกับรัสเซีย (Eastern front) แม่น้ำมีบทบาทสำคัญมากในการวางแนวตั้งรับ (เพราะดินแดนดังกล่าวไม่มีภูเขาสูงขวางกั้น) หลายการรุกที่สำคัญในแนวรบด้านนี้เป็นการเคลื่อนจากแนวแม่น้ำเส้นหนึ่งไปยังอีกเส้นหนึ่ง เมืองที่เป็นสมรภูมิรบที่สำคัญถ้าไม่ใช่เมืองที่เป็นชุมทางรถไฟ ก็เป็นเมืองที่มีสะพานข้ามแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ ในช่วงแรกที่เยอรมันบุกรัสเซียนั้นมีการส่งกองกำลังทางอากาศเข้าทำลายเป้าหมายต่าง ๆ เว้นแต่สะพาน เพราะเยอรมันต้องการใช้สะพานต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นจุดในการยกพลข้ามแม่น้ำ ส่วนทางฝ่ายรัสเซียเองนั้นก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำลายสะพานต่าง ๆ ทิ้งหรือไม่ เพื่อชะลอการเคลื่อนทัพของเยอรมัน แต่ถ้าทำลายสะพานเสียก็จะทำให้เกิดปัญหาในการยกพลตีโต้กลับยึดเอาดินแดนของตนอีกฝั่งแม่น้ำกลับคืน ตรงนี้เป็นปัญหาที่ผู้นำทัพต้องตัดสินใจ (สภาพรัสเซียในเวลานั้นถนนในรัสเซียไม่อยู่ในสภาพที่ดีและใช้ได้ทั้งปี การเดินทางอาศัยรถไฟเป็นหลัก เมืองที่เป็นชุมทางรถไฟโดยเฉพาะในแนวเหนือ-ใต้จัดเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เช่น Kursk)
  
ตัวอย่างของกรณีของการตัดสินใจผิดพลาดเรื่องการทำลายสะพานในระหว่างการรบในสมรภูมิที่ใกล้บ้านเราเห็นจะได้แก่กรณีของการทำลายสะพานข้ามแม่น้ำ Sittang (คงเป็นแม่น้ำที่ไทยเรียกแม่น้ำสะโตง) ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๔๒ (พ.ศ. ๒๔๘๕) ที่กองทัพอังกฤษตัดสินใจทำลายสะพานข้ามแม่น้ำดังกล่าวเพื่อหยุดการรุกของกองทัพญี่ปุ่นเข้าสู่กรุ่งย่างกุ้ง แต่การระเบิดสะพานดังกล่าวทิ้งกระทำเร็วเกินไป เพราะยังมีทหารกองพลที่ ๑๗ ของกองทัพอังกฤษติดค้างอยู่อีกฟากหนึ่งของสะพาน ทำให้ต้องสูญเสียกองพลดังกล่าวไป (วันที่การทำลายสะพานอิงจากหนังสือ "Forgotten Voices of Burma" ของ Julian Thompson, 2010)


รูปที่ ๓ ภาพถ่ายสะพานพุทธ และคำบรรยายเป้าหมาย แต่ดูเหมือนว่าคำบรรยายเป้าหมายจะใช้ชื่อสะพานผิดว่าเป็นสะพานพระราม ๗ (Rama VII)

กรณีของการเก็บสะพานไว้ใช้ประโยชน์ในการตีรุกโต้กลับเห็นจะได้แก่ปฏิบัติการ Operation Magket-Garden ที่กองทัพสัมพันธมิตรวางแผนจะยึดสะพานข้ามแม่น้ำ ๓ แห่งในยุโรปตะวันตกพร้อม ๆ กันโดยใช้พลร่มส่งทางอากาศของกองทัพสหรัฐและอังกฤษ (แต่ทำสำเร็จแค่ ๒ สะพาน อีกสะพานหนึ่งที่เมื่อ Arnhem ยึดไม่สำเร็จ จนมีการเอาไปสร้างเป็นภาพยนต์เรื่อง "A Bridge to Far") เหตุที่สะพานทั้งสามนี้ไม่ถูกทำลายคงเป็นเพราะเป็นสะพานที่อยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และจำเป็นต้องใช้ในการเคลื่อนทัพเข้าประชิดพรมแดนเยอรมัน
  
กรณีหนึ่งที่สำคัญของการทำลายสะพานไม่ทันเวลาได้แก่ Ludendorff bridge ที่เมือง Remagen ที่กองทัพสหรัฐยึดสะพานได้ก่อนที่กองทัพเยอรมันจะทำลายสะพานดังกล่าวได้ทันเวลา ทำให้สามารถส่งทหารส่วนหนึ่งข้ามแม่น้ำไรน์ได้ก่อนที่สะพานดังกล่าวจะพังลงในอีกประมาณสิบวันถัดมา (แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับยึดฝั่งตรงข้าม) และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแผนการรบของกองกำลังพันธมิตรในแนวรบด้านตะวันตก เหตุการณ์นี้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนต์เรื่อง "The Bridge at Remagen"
  
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ประเทศไทยเองมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ ๒ สะพานด้วยกัน สะพานแรกที่สร้างคือสะพานพระราม ๖ ซึ่งเป็นสะพานสำหรับรถไฟ เป็นเส้นทางเชื่อมทางรถไฟสายใต้กับตะวันตกเข้ากับสายเหนือและสายตะวันออก ในเวลานั้นที่ตั้งสะพานพระราม ๖ ต้องถือว่าอยู่ห่างไกลตัวเมือง อีกสะพานหนึ่งเห็นจะได้แก่สะพานพุทธที่เป็นสะพานสำหรับยวดยานและคนสัญจร สะพานนี้จัดได้อย่างอยู่กลางเมืองหลวง
  
การเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลของประเทศไทยในเวลานั้นถือได้ว่าวิธีการที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือเส้นทางรถไฟ รองลงมาคงเป็นทางเรือ เพราะเส้นทางถนนยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าใดนัก (แผนการเดิมที่ไทยเคยมีคือใช้สถานีรถไฟเป็นศูนย์กลาง แล้วสร้างถนนกระจายออกจากสถานีรถไฟ ดังนั้นจึงไม่ได้เน้นไปที่การสร้างถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดต่าง ๆ)



รูปที่ ๔ ภาพจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P01932.004/ พร้อมคำบรรยายภาพดังนี้  Bangkok, Thailand. 1945-10. When the Allies began bombing raids on Thailand (then Siam), the Siamese opened this lift bridge and left it open for the duration of the war, consequently this bridge was never bombed. Photographed by the War Graves Commission survey party. (Donor B. Evans)

ด้วยเหตุนี้เส้นทางรถไฟจึงเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญเป้าหมายหนึ่งในการทำลายเพื่อหยุดยั้งการส่งกำลังบำรุงของกองทัพญี่ปุ่นเข้าไปในพม่า ถัดมาก็เป็นประตูน้ำที่อยู่ในเส้นทางตามคลองต่าง ๆ ที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงแม่น้ำแม่กลอง
  
กรณีของสะพานพุทธก็เป็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีเรื่องเล่ากันไปต่าง ๆ นานาว่าทำไปถึงไม่โดนทิ้งระเบิด จะว่าไปแล้วการทิ้งระเบิดสะพานพุทธในช่วงท้ายสงครามนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสะพานพระราม ๖ ก็ยังถูกทิ้งลงกลางสะพานได้อย่างแม่นยำ ทางกองทัพสัมพันธมิตรก็มีระเบิดบังคับวิทยุทิ้งจากเครื่องบินที่เรียกว่า Azon bomb มาใช้ในช่วงท้ายของสงคราม และก็ถูกนำใช้ในประเทศไทยด้วย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Memoir ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๗๘๕ วันเสาร์ที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๗ เรื่อง "การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปจังหวัดระนอง(ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำตอนที่ ๖๒)")
  
เว็บของ Autralian War Memorial เป็นเว็บไซด์หนึ่งที่มีภาพประวัติศาสตร์ของสมรภูมิต่าง ๆ ที่มีทหารออสเตรเลียเข้าร่วมร่ม ซึ่งรวมทั้งสมรภูมิในมลายูและพม่าด้วย รูปหนึ่งที่ไปพบก็คือรูปสะพานพุทธที่นำมาแสดงในรูปที่ ๔ ข้อมูลในรูประบุว่ารูปนี้ถ่ายเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ (หลังสงครามสิ้นสุดแล้ว) คำบรรยายรูปกล่าวไว้ว่าไทยตัดสินใจเปิดสะพานพุทธขึ้นค้างไว้ตลอดช่วงสงคราม (สะพานบ้านเราแต่ก่อนจะมีสะพานพุทธและสะพานกรุงเทพที่เปิดได้เพื่อให้เรือขนาดใหญ่เดินทางลำน้ำเจ้าพระยาได้) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สะพานพุทธ "ไม่ถูกทิ้งระเบิด" ("ไม่ใช่เป้าหมายของการทิ้งระเบิด" น่าจะตรงกว่า)
  
รูปที่ ๕ ภาพจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK14261/ พร้อมคำบรรยายภาพดังนี้ Bangkok, Thailand. 1945-04-14. RAF Liberator aircraft of the Strategic Air Force, Eastern Air Command, dropped eighty 1,000 lb bombs on the Thai government electric power plant. The power house, which was built of concrete and bricks, was destroyed. Adjacent buildings and a large warehouse were extensively damaged.

เป้าหมายของการทิ้งระเบิดที่ถูกต้องที่อยู่บริเวณนั้นเห็นจะได้แก่โรงไฟฟ้าที่อยู่ข้างวัดเลียบ (รูปที่ ๒) ที่ได้รับการระบุว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในขณะนั้น และนี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมสถานที่ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็นสะพานพุทธ โรงเรียนสวนกุหลาบ หรือย่านการค้าต่าง ๆ จึงพลอยโดยลูกหลงไปด้วย
  
รูปที่ ๕ และ ๖ เป็นภาพหลังการทิ้งระเบิดโรงไฟฟ้าที่วัดเลียบ โดยระบุวันที่ว่าเป็นวันที่ ๑๔ เมษายน ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘) ซึ่งขาดเพียงเดือนเศษ ๆ ก็จะครบรอบ ๗๐ ปีแล้ว คำบรรยายรูปที่ ๖ จะเห็นใช้คำว่า "Menan River" ซึ่งก็คือแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง

รูปที่ ๖ ภาพจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK14260/ พร้อมคำบรรยายภาพดังนี้ Bangkok, Thailand. 1945-04-14. On Saturday, RAF Liberator bomber aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command, bombed the Thai Government electric power plant in daylight. This very heavy raid may have seriously disrupted the city's transport. The plant supplies the whole of the south side with light and power besides the tramway network and has an output of 19,000,000 units per year. The RAF bombers were making a 2,200 mile round trip to Bangkok and going in to attack singly from several directions loosed eighty 1,000 lb bombs in a dense concentration on the power house which lies on the east bank of the Menan River. A 5,000 ft column of smoke was visible to the crews thirty miles away from the city.

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การทิ้งระเบิดโจมตีการส่งเสบียงกองทัพญี่ปุ่นในประเทศไทย (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๖๘) MO Memoir : Wednesday 21 May 2557

บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่เขียนโดยคนไทยนั้น มักจะเป็นบันทึกของบุคคลทั่วไปที่ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงนั้น ซึ่งอาจเป็นบุคคลทั่วไปหรือผู้ที่เข้าร่วมกับกลุ่มเสรีไทย ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผู้ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติการทางทหารของไทยในขณะนั้น มีการเขียนบันทึกและพิมพ์เผยแพร่เอาไว้บ้างหรือไม่ ที่เห็นล่าสุดก็มีการเขียนหนังสือ "ทางรถไฟสายใต้ในเงาอาทิตย์อุทัย" ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับรถไฟของไทยกับกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดย ดร.พวงทิพย์ เกียรติสหกุล ซึ่งผมเห็นว่าเป็นหนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่ง มีการนำเรื่องราวของบันทึกเอกสารราชการของฝ่ายไทยและฝ่ายญี่ปุ่นที่ถูกเก็บเอาไว้ (โดยคนทั่วไปในยุคปัจจุบันอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยมีอยู่) เอามาเปิดเผยให้เห็นกัน
  

Memoir ฉบับนี้เป็นการนำเอาเอกสารและรูปภาพที่ค้นเจอทางอินเทอร์เน็ต โดยคัดมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีประเทศไทยโดยกองทัพอากาศอังกฤษเมื่อ ๖๙ ปีที่แล้วมาเล่าสู่กันฟัง
  

รูปที่ ๑ และ ๒ ในหน้าถัดไปนำมาจากเอกสาร "Supplement to The London Gazette of Friday 13th April 1951" ฉบับที่ ๓๙๒๐๒ เผยแพร่ในวันที่ ๑๙ เมษายน ปีค.ศ. ๑๙๕๑ (พ.ศ. ๒๔๙๔) ในหัวเรื่อง "Air Operation in South East Asia 3rd May, 1945 to 12th September, 1945" ในตอนต้นของบทความกล่าวว่าเขียนโดย Air Chief Marshal Sir Keith Park, Allied Air Commander-in-Chief, South East Asia และส่งให้ Secretary of State for Air ในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ. ๑๙๔๖ (พ.ศ. ๒๔๘๙) บทความชิ้นนี้กล่าวถึงปฏิบัติการทางอากาศในช่วงท้ายจนของสงครามโลกครั้งที่ ๒ จนถึงสงครามสิ้นสุด ในย่านพม่าและไทย ในหน้าที่ ๒๑๔๐ และ ๒๑๔๑ ตั้งแต่ย่อหน้าที่ ๑๖๖ ถึง ๑๘๖ นั้นกล่าวถึงปฏิบัติการทางอากาศในการโจมตีเส้นทางลำเลียงทางรถไฟ ท่าเรือและเรือสินค้า
  

โดยเฉพาะย่อหน้าที่ ๑๗๒-๑๘๒ ในหน้า ๒๑๔๐ นั้นบรรยายถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันขนาด ๑๐,๐๐๐ ตันของญี่ปุ่น โดยฝูงบินที่ ๒๓๑ ในวันที่ ๑๕ มิถุนายน บริเวณที่ทำการโจมตีไม่ได้ระบุตำแหน่งแน่นอน แต่ในย่อหน้าที่ ๑๗๖ บอกว่าเรือนั้นเดินทางผ่านเกาะสมุย (เรือเดินทางจากใต้ขึ้นเหนือ) ก่อนจะถูกจม ในย่อหน้าที่ ๑๘๒ ยังได้กล่าวถึงการจมเรือชื่อ "อ่างทอง" ขนาดความยาว ๓๓๕ ฟุตที่เป็นเรื่องส่งเสบียงให้กับเรือดำน้ำ ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยเครื่องบินของฝูงบินที่ ๒๓๑ เช่นเดียวกัน
  

รูปที่ ๓ เป็นภาพเรือขนาด ๒๕๐ ฟุตที่กำลังลุกไหม้และกำลังจม ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ในรูประบุว่าถูกโจมตีโดยเครื่องบินหมายเลขจากฝูงบินที่ ๓๕๖ แต่เมื่อเทียบกับข้อความในย่อหน้าที่ ๑๗๕ (รูปที่ ๑) แล้ว คิดว่าเลข ๒๕๖ น่าจะเป็นหมายเลขของเครื่องบินของฝูงบินที่ ๒๓๑ มากกว่า เพราะฝูงบินที่ ๒๓๑ นี้รับหน้าที่ปฏิบัติการในภูมิภาคนี้ ส่วนรูปที่ ๔ เป็นภาพบริเวณท่าเรือสงขลา (อังกฤษเรียกว่า Singora) แต่เสียดายที่ไม่ได้ระบุวันที่ เพียงแต่บอกว่าเป็นผลการปฏิบัติการของฝูงบินที่ ๒๓๑ เช่นกัน
 

คำว่า "Liberator" ที่ปรากฏนั้นเป็นชื่อรุ่นเครื่องบินทิ้งระเบิด B-24 Liberator สร้างโดยสหรัฐอเมริกา ฐานทัพของกองทัพอากาศอังกฤษนั้นตั้งอยู่ในประเทศอินเดียและศรีลังกา การบินมาทิ้งระเบิดที่ประเทศไทยเครื่องบินจำเป็นต้องเดินทางเป็นระยะทางไปกลับกว่า ๒,๐๐๐ ไมล์ (มากกว่าระยะบินจากลอนดอนไปทิ้งระเบิดเบอร์ลินที่มีระยะทางไปกลับเพียงแค่ ๑,๒๐๐ ไมล์ - ดูย่อหน้า ๑๖๘ หน้า ๒๑๔๐) ระยะทางนี้ก็เรียกได้ว่าใกล้จะสิ้นสุดระยะทำการของเครื่อง Liberator แล้ว ซึ่งได้ทำการบินโจมตียัง อ่าวบ้านดอนที่คอคอดกระ ชุมทางรถไฟที่ชุมพร และกรุงเทพ (ย่อหน้าที่ ๑๖๖ และ ๑๖๘) และในวันที่ ๕ มิถุนายน ก็ได้บินโจมตีไกลถึงสถานรถไฟที่สุราษฎร์ธานี (ย่อหน้าที่ ๑๗๑)
 
 รูปที่ ๑

รูปที่ ๒





รูปที่ ๓ การทิ้งระเบิดเรือสินค้าความยาว 250 ft ที่อ่าวสัตหีบ คำบรรยายรูปมีดังนี้ "A 250-foot merchant vessel on fire and sinking after a direct hit by Consolidated Liberators of No. 356 Squadron RAF, during a daylight raid on Japanese shipping in the naval anchorage at Satahib Bay, Thailand.



รูปที่ ๔ การทิ้งระเบิดท่าเรือที่สงขลา แต่ก่อนนี้เรามีทางรถไฟจากหาดใหญ่แยกไปสงขลา ดังนั้นของที่ขึ้นจากเรือที่สงขลาจึงสามารถลำเลียงสู่พม่าตามเส้นทางรถไฟได้ คำบรรยายรูปมีดังนี้ "Low-level oblique photograph showing godowns on fire by the harbour side at Singora, Thailand, during a raid by Consolidated Liberators of No. 231 Group.

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปจังหวัดระนอง (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๖๒) MO Memoir : Saturday 12 April 2557

จะว่าไปแล้ว Memoir ฉบับนี้เป็นตอนต่อเนื่องของฉบับที่ ๗๘๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๗ เรื่อง "การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟที่จังหวัดชุมพร(ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำตอนที่๖๑)" โดยเป็นภาพที่นำมาจากเอกสารที่มีการตีพิมพ์ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒


 รูปที่ ๑ การทิ้งระเบิดสถานีรถไฟบริเวณบ้านนาเนียนในวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ คำบรรยายรูปเป็นของรูปนี้และรูปที่ ๒ ที่อยู่ในหน้าถัดไป
  
รูปที่ ๑-๙ นำมาจากเอกสาร 10th Air Force Report, Eastern Air Command number 31 ฉบับวันที่ 30 March 1945 ส่วนรูปที่ ๑๐ นำมาจากเอกสาร 10th Air Force Report, Eastern Air Command number 40 ฉบับวันที่ 1 June 1945

รูปที่ ๒ คำบรรยายรูปนี้อยู่ในรูปที่ ๑ หลุมกลม ๆ ที่เห็นคือหลุมระเบิดก่อนหน้า จะเห็นว่ารูปนี้และรูปที่ ๙ ใน Memoir ฉบับก่อนหน้า (วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๗) นั้นเป็นรูปเดียวกัน แต่มันกลับหัวอยู่ ผมถึงได้กล่าวไว้ใน Memoir ฉบับก่อนหน้านี้ว่าให้ระวังในการนำคำบรรยายรูปมาใช้

เส้นทางรถไฟสายคอคอดกระ (ชุมพร-ระนอง) นี้ ถ้าสนใจสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ "ทางรถไฟสายใต้ในเงาอาทิตย์อุทัย - The southern railways in the shadow of the rising sun" เขียนโดย ดร. พวงทิพย์ เกียรติสหกุล เป็นหนังสือในโครงการตำราและหนังสือ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ผมมีอยู่เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๔ หนังสือเล่มนี้จะมีข้อมูลเอกสารทางราชการของฝ่ายไทย
  
ข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจในรูปชุดนี้คือมีการระบุว่ามีการนำเอาระเบิดนำวิถี (ชนิดบังคับวิทยุ) ที่เรียกว่า Azon bomb มาใช้ในการทำลายสะพานด้วย (รูปที่ ๘)
  
อันที่จริง Memoir ฉบับนี้เขียนเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่บังเอิญมีข่าวคุณหลามเข้ามาขอแทรก ดูเหมือนจะได้รับการตอบรับอย่างดีด้วย เพราะเพียงแค่ไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมงก็ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของบทความที่ได้รับความนิยมในรอบสัปดาห์เลย ก็เลยยกยอดบันทึกนี้มาวันนี้แทน ก่อนที่คนเขียนจะหายหน้าไปเที่ยวสงกรานต์ ก็ขอในเล่นน้ำกันให้สนุกในวันสงกรานต์กันทุกคนก็แล้วกัน
 

รูปที่ ๓ รูปนี้บอกว่าเป็นเครื่องบินของฝูงบินไหน เสียดายที่ไม่ได้บอกว่าในรูปนั้นเป็นการโจมตีที่ใด แต่ดูจากสภาพเส้นทาง (ตรงกลุ่มหมอกควันที่อยู่ท้ายเครื่องบิน) ทำให้คาดว่าน่าจะเป็นบริเวณบ้านนาเนียนอยู่ "Liberator" ในที่นี้คือเครื่องบินทิ้งระเบิด B-24 (เครื่องบินรบของสหรัฐนอกจากจะมีชื่อเป็นรหัสแล้ว ยังมีชื่อเรียกขานอีก)
  
รูปที่ ๔ การทิ้งระเบิดคลังสินค้าบริเวณบ้านนาเนียน ซึ่งเป็นจุดกองสัมภาระก่อนการนำขึ้นรถไฟเพื่อการลำเลียงไปยังจังหวัดระนอง คำบรรยายที่เห็นเป็นคำบรรยายของรูปที่ ๔ และรูปที่ ๕ ในหน้าถัดไป
 
รูปที่ ๕ เป็นตอนต่อเนื่องจากรูปที่ ๔
  
รูปที่ ๖ การทิ้งระเบิดสะพานรถไฟทางด้านใต้ของชุมพร (ดูแผนที่ในรูปที่ ๙)
  
รูปที่ ๗ การทิ้งระเบิดสะพานรถไฟที่บ้านท่าข้าม แต่บ้านเรามีบ้าน "ท่าข้าม" อยู่หลายที่ ก็เลยไม่รู้เหมือนกันว่าบ้านท่าข้ามในที่นี้เป็นที่จังหวัดไหน แต่ตรงนี้คิดว่าเป็นที่สุราษฏร์ธานี (ดู Memoir ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๕๐๒ วันศุกร์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕ เรื่อง "ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำตอนที่ ๒๔ การทิ้งระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำทางรถไฟสายใต้"
 
รูปที่ ๘ การทิ้งระเบิดทำลายถนนและสะพานรถไฟ ณ บ้านลำเลียง จังหวัดระนอง ที่น่าสนใจคือมีการระบุว่าใช้ "Azon bomb" (ตรงที่ขีดเส้นใต้สีแดง) ในการทำลายสะพาน Wikipedia ให้รายละเอียดของ Azon bomb ว่าเป็นระเบิดชนิดมีครีบหาง บังคับทิศทางได้ด้วยวิทยุ หรือก็คือระเบิดนำวิถีนั่นเอง และฝูงบินที่ ๔๙๓ เป็นผู้นำมาใช้ (ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Azon bomb เพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Azon)
  
 รูปที่ ๙  ข้อความบรรยายปฏิบัติการการทิ้งระเบิดในประเทศไทย
 
รูปที่ ๑๐ แผนที่นำมาจากเอกสาร 10th Air Force Report, Eastern Air Command number 40 ฉบับวันที่ 1 June 1945 ฉบับเต็มเคยนำมาลงไว้ใน Memoir ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๕๐๒ วันศุกร์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๕ เรื่อง "ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๒๔ การทิ้งระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำทางรถไฟสายใต้" สะพานที่บ้านท่าข้ามคือสะพานที่แผนที่ระบุว่า SURASDNANI T.F. 27/5/45

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟที่จังหวัดชุมพร (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๖๑) MO Memoir : Thursday 10 April 2557

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาสร้างเส้นทางรถไฟในประเทศไทย ๒ เส้นทางด้วยกัน เพื่อใช้ในการส่งเสบียงและกองหนุนไปทำการรบในประเทศพม่า (ขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ) เส้นทางแรกที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกคือเส้นทางที่แยกจากบ้านโป่งไปยังกาญจนบุรี เหตุผลที่เส้นทางนี้เป็นที่รู้จักก็เพราะมีการนำเอาเชลยศึกมาใช้เป็นแรงงานในการก่อสร้างส่วนหนึ่ง ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันน้อยกว่าแม้แต่ในหมู่คนไทยด้วยกันคือเส้นทางที่แยกจากทางรถไฟสายใต้ที่จังหวัดชุมพร เลียบถนน (ปัจจุบันคือถนนเพชรเกษม) ไปยังจังหวัดระนอง
  
เหตุผลที่เส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนองนี้เป็นที่รู้จักกันน้อยกว่าคงเป็นเพราะการก่อสร้างนั้นใช้แรงงานกรรมกร (ไม่ได้มีการใช้เชลยศึก) เป็นเส้นทางสายสั้นมีอายุการใช้งานไม่นาน กล่าวคือเริ่มสร้างเมื่อช่วงครึ่งหลังของสงคราม และเริ่มมีการวางแผนการรื้อถอนรางก่อนที่สงครามจะสิ้นสุด ด้วยญี่ปุ่นเกรงว่าทัพอังกฤษจะใช้เส้นทางนี้ในการลำเลียงทหารจากฝั่งทะเลอันดามันมายังฝั่งอ่าวไทย และจะสามารถตัดการเชื่อมต่อของกองทัพญี่ปุ่นในไทยและในสิงค์โปร์ได้


รูปที่ ๑ แผนที่ทหารหัส L509 จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกองทัพสหรัฐกับกรมแผนที่ทหารของไทย ข้อมูลในแผนที่คาดว่าเป็นในปีค.ศ. ๑๙๕๗ (พ.ศ. ๒๕๐๐) หรือก่อนหน้านั้น เส้นสีแดงคือถนนเพชรเกษมในปัจจุบัน โดยด้านทิศเหนือของถนนที่แยกจากชุมพรไประนอง (ทางซ้ายของรูป) จะแสดงเส้นทางรถไฟไประนอง และกำกับไว้ว่า "ABAND" (ย่อจาก abandon) หมายถึงเส้นทางที่เลิกใช้แล้ว


รูปที่ ๒ ในหน้าที่แล้วนำมาจากจากบทความเรื่อง "Two new railways in south east asia" เขียนโดย R. Rees Rawson จากวารสาร The Geographical Journal vol 108 no. 1/3 (Jul-Sep 1946) หน้า 85-88 แสดงแผนที่เส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างสิงค์โปร์ มาเลเซีย ไทย พม่า (ผ่านทางกาญจนบุรี) ในแผนที่นี้มีภาพขยายของเส้นทางรถไฟแยกจากจังหวัดชุมพรไปยังจังหวัดระนองในกรอบด้านล่างซ้ายของภาพ
  
ยุทธปัจจัยที่กองทัพญี่ปุ่นลำเลียงมาทางเรือมีการเข้าเทียบท่าที่ สัตหีบ กรุงเทพ สงขลา และชุมพร จากท่าเรือที่ชุมพรจะสามารถลำเลียงต่อไปยังจังหวัดระนองเพื่อขนถ่ายลงเรือไปยังส่วนต่าง ๆ ของประเทศพม่าได้ ซึ่งเป็นเส้นทางทำเลียงอีกเส้นทางหนึ่งนอกเหนือไปจากเส้นทางรถไฟผ่านทางจังหวัดกาญจนบุรี
  
ตรงนี้ต้องขอแทรกนิดนึงว่าในช่วงก่อนเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘) กองทัพญี่ปุ่นยังครอบครองพื้นที่พม่าเอาไว้ได้เกือบหมด คือทางด้านตะวันตกนั้นเข้าไปประชิดพรมแดนอินเดีย ส่วนทางด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือนั้นก็ประชิดกับพรมแดนจีน (เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงทางบกระหว่างอินเดียกับจีนของทัพสัมพันธมิตร) และในช่วงเวลานี้ก็ได้มีการเตรียมแผนการณ์รุกเข้ายึดเมือง Kohima และ Imphal ที่เป็นเมืองชายแดนของอินเดียและเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างพม่าและอินเดีย
  
รูปที่ ๓ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนอง ณ บ้านนาเนียน จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK14070/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Na Nien (near Chumphon), Thailand. 1945-03-19. An RAF Liberator aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command, flying over the smoke-covered target area at Na Nien, a rail centre heavily used by the Japanese.

การบินเข้ามาทิ้งระเบิดในประเทศไทยมีอยู่สองเส้นทาง เส้นทางแรกคือพวกที่มาจากทางตอนใต้ของจีน เหมาะแก่การเข้าโจมตีทางภาคเหนือ อีกเส้นทางคือมาจากอินเดีย วิ่งอ้อมทิศใต้ของพม่าคือบินออกทะเล (เพื่อป้องกันการตรวจจับ) แล้วตัดทางด้านภาคใต้ของพม่า เข้ามาโจมตีประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ กาญจนบุรี หรือภาคกลาง
  
ในขณะเวลาเดียวกันทางอังกฤษเองก็เตรียมการตีโต้กลับเพื่อยึดพม่าคืน การโจมตีทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟในช่วงก่อนหน้าเดือนมีนาคม ๑๙๔๕ จึงเป็นการตัดการส่งกำลังบำรุงของกองทัพญี่ปุ่น และเมื่อกองทัพญี่ปุ่นพลาดท่าในการรบที่สมรภูมิเมือง Kohima และ Imphal ก็เป็นการเริ่มการถอยร่นอย่างไม่เป็นขบวนของกองทัพญี่ปุ่นในพม่าภายใต้การไล่ตามมาติด ๆ ของกองทัพอังกฤษและอินเดีย การทิ้งระเบิดเส้นทางลำเลียงในช่วงนี้จึงเป็นทั้งการตัดการส่งเสบียงและตัดทางหนีของกองทัพญี่ปุ่น
  
สถานการณ์ในขณะนั้นญี่ปุ่นคงยังหวังว่าสำหรับการรบทางบกแล้วยังมีโอกาสที่จะยันทัพอังกฤษ-อินเดียเอาไว้ได้ในพม่า จึงเลือกที่จะเก็บเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรีเอาไว้ แต่ที่ทางญี่ปุ่นไม่แน่ใจคือถ้าหากมีการยกพลทางเรือขึ้นบกทางภาคใต้ไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดระนอง ทางกองทัพญี่ปุ่นจะสามารถยันเอาไว้ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทางกองทัพญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะรื้อเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างระนองกับชุมพรออก แต่สงครามก็สิ้นสุดเสียก่อนที่การรื้อจะเสร็จสมบูรณ์
   
รูปที่ ๔ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนอง ณ บ้านนาเนียน จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK14071/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Na Nien (near Chumphon), Thailand. 1945-03-19. An RAF Liberator aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command, on its way back to base after attacking the railway siding at Na Nien. The burning target is in the background.
   
Memoir ฉบับนี้ถือเสียว่าเป็นการเอารูปภาพที่เก็บเอาไว้นานแล้วมาแบ่งปันให้ดูกัน ส่วนคำบรรยายรูปจะถูกต้องแค่ไหนนั้นคงต้องพิจารณากันอีกที เพราะมีบ้างเหมือนกันที่พบว่ารูปภาพนั้นเป็นของสถานที่หนึ่งแต่คำบรรยายรูปเป็นของอีกสถานที่หนึ่ง หรือรูปมีการกลับด้านซ้ายขวา
  
รูปที่ ๕ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนอง ณ บ้านนาเนียน จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK14072/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Na Nien (near Chumphon), Thailand. 1945-03-19. The whole of the target area at Na Nien railway centre burning fiercely after being attacked by RAF Liberator aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command.
  
รูปที่ ๖ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนอง ณ บ้านนาเนียน จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.313/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Na Nien, Thailand. 19 March 1945. A low level oblique view from one of the RAF attacking aircraft showing the whole of the target area burning fiercely. To disrupt Japanese supplies reaching the Burma front, over eighty heavy bombers of Strategic Air Force, Eastern Air Command, flew across the Indian Ocean in the longest raid they have yet accomplished. When the crew returned from their mission, some of them had been in the air for seventeen and a half hours and had flown 2,500 miles. While US Army Air Force B-24 bomber aircraft attacked a series of targets south of Chumphon in the Gulf of Siam, RAF Liberator aircraft attacked the heavily used railway sidings, eight miles west of Chumphon. Some of the aircraft, which went into attack from as low as 400 feet, saw prisoners of war (POWs) waving to them as they passed over the Kra Isthmus. The whole sidings were covered by the attack and many railway buildings were left burning while one part of the sidings was completely burnt out. Trains were set on fire, and a large oil fire started. Not content with this devastating attack some of the crews flew another fifty miles further south and strafed locomotives on the Singapore rail route.
   
รูปที่ ๗ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนอง ณ บ้านนาเนียน จังหวัดชุมพร
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.311/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Na Nien, Thailand. 19 March 1945. A Japanese train transporting oil has been hit in the middle of the sidings, and great clouds of blacksmoke billow skywards. To disrupt Japanese supplies reaching the Burma front, over eighty heavy bombers of Strategic Air Force, Eastern Air Command, flew across the Indian Ocean in the longest raid they have yet accomplished. When the crew returned from their mission, some of them had been in the air for seventeen and a half hours and had flown 2,500 miles. While US Army Air Force B-24 bomber aircraft attacked a series of targets south of Chumphon in the Gulf of Siam, RAF Liberator aircraft attacked the heavily used railway sidings, eight miles west of Chumphon. Some of the aircraft, which went into attack from as low as 400 feet, saw prisoners of war (POWs) waving to them as they passed over the Kra Isthmus. The whole sidings were covered by the attack and many railway buildings were left burning while one part of the sidings was completely burnt out. Trains were set on fire, and a large oil fire started. Not content with this devastating attack some of the crews flew another fifty miles further south and strafed locomotives on the Singapore rail route.
    
รูปที่ ๘ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนอง ณ บ้านนาเนียน จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK14073/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Na Nien (near Chumphon), Thailand. 1945-03-19. RAF Liberator aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command on its way back to base after the attack on the railway centre of Na Nien.
  
รูปที่ ๙ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟไปยังจังหวัดระนอง ณ บ้านนาเนียน จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.310/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Na Nien, Thailand. 19 March 1945. This vivid deck-level view shows a stick of bombs bursting on storage sheds at the railway sidings, while another RAF Liberator aircraft flies over the target area. To disrupt Japanese supplies reaching the Burma front, over eighty heavy bombers of Strategic Air Force, Eastern Air Command, flew across the Indian Ocean in the longest raid they have yet accomplished. When the crew returned from their mission, some of them had been in the air for seventeen and a half hours and had flown 2,500 miles. While US Army Air Force B-24 bomber aircraft attacked a series of targets south of Chumphon in the Gulf of Siam, RAF Liberator aircraft attacked the heavily used railway sidings, eight miles west of Chumphon. Some of the aircraft, which went into attack from as low as 400 feet, saw prisoners of war (POWs) waving to them as they passed over the Kra Isthmus. The whole sidings were covered by the attack and many railway buildings were left burning while one part of the sidings was completely burnt out. Trains were set on fire, and a large oil fire started. Not content with this devastating attack some of the crews flew another fifty miles further south and strafed locomotives on the Singapore rail route.
  
รูปที่ ๑๐ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๗ เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.344/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. 17 June 1945. Aircraft of No. 356 (Liberator) Squadron RAF of the Strategic Air Force, Eastern Air Command made a forty-mile sweep on the railway south of Chumphon on the Bangkok-Singapore railway. Bridges, rolling-stock, and marshalling yards were attacked. Aerial view from an attacking aircraft on another section of the Bangkok-Singapore railroad, shows a direct hit on a train. The peculiar explosion of the bomb burst, combined with the railroad track makes a gigantic 'V' over the train
   
รูปที่ ๑๑ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๗ เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘) รูปนี้น่าจะเป็นรูปหลังเหตุการณ์ในรูปที่ ๑๐
Chumphon, Thailand. 17 June 1945. Aircraft of No. 356 (Liberator) Squadron RAF of the Strategic Air Force, Eastern Air Command made a forty-mile sweep on the railway south of Chumphon on the Bangkok-Singapore railway. Bridges, rolling-stock, and marshalling yards were attacked. This low level view immediately after the attack on the train on the Bangkok-Singapore railway, shows rolling-stock lying scattered about the bomb-pitted permanent way
   
รูปที่ ๑๒ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๗ เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.346/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. 17 June 1945. Aircraft of No. 356 (Liberator) Squadron RAF of the Strategic Air Force, Eastern Air Command made a forty-mile sweep on the railway south of Chumphon on the Bangkok-Singapore railway. Bridges, rolling-stock, and marshalling yards were attacked. This interesting view of the marshalling yards, key junction on the Kra Isthmus for all supplies and military material for the Japanese armies in Burma and Thailand, shows the damage caused by the heavy attack carried out by RAF Liberator aircraft on the 20 May 1945. Practically a month later, no effort has been made to clear away the smashed rolling-stock or re-lay the permanent way. Bomb craters have filled with water.
  
รูปที่ ๑๓ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK13865/ พร้อมคำบรรยายรูปดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. C. 1945-02. To attack Chumphon, Japanese supply and transhipment centre on the east coast of the Kra Isthmus, RAF Liberator aircraft and US Army Air Force B-24 aircraft of the Strategic Air Force, Eastern Air Command, flew their longest bombing raid. Chumphon railway station and transhipment sheds were left a mass of flames, and an important bridge on the Bangkok-Singapore railway received a direct hit. Large numbers of railway trucks were destroyed. The enemy have been bringing up supplies by small coaster vessels through the Gulf of Siam, off-loading at an anchorage near Chumphon, thus relieving the already overburdened Bangkok-Singapore railway.
  
รูปที่ ๑๔ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.314/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. 19 March 1945. Aerial view from a RAF Liberator bomber aircraft during a massed attack on Chumphon, a key point in the Japanese communications system between Malayan bases and enemy forces in Burma and Thailand, shows fires burning brightly and rolling stock scattered in crazy patterns by the force of the 1,000lb bombs. Many RAAF members serving in the Burma theatre, took part in the attack.
  
รูปที่ ๑๕ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/SUK13886/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. C. 1945-03. RAF Liberator aircraft and US Army Air Force B-24 aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command, carried out a highly successful long-distance attack on Japanese rail yards at Chumphon, on the Kra Isthmus in the Malay Peninsula. This photograph, taken from an RAF Liberator during the attack, shows the devastation caused among the rail facilities. Coaches and trucks have been wrecked, lines torn up and administrative buildings gutted.
  
รูปที่ ๑๖ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘) รูปนี้เป็นส่วนขยายของรูปที่ ๑๕
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.304/ พร้อมคำบรรยายรูปดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. c. March 1945. RAF Liberator and US Army Air Force B-24 aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command carried out a long distance and highly successful attack on Japanese marshalling yards at Chumphon on the Kra Isthmus on the Malay peninsula. Aerial view from an RAF Liberator aircraft during the raid shows the tremendous devastation caused among railway facilities. Coaches have been thrown and wrecked, railway lines torn apart and administrative buildings completely gutted.
  
รูปที่ ๑๗ การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.305/ พร้อมคำบรรยายภาพดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. c. March 1945. RAF Liberator bomber aircraft in which flew many RAAF aircrews and US Army Air Force B-24 aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command carried out a long distance and highly successful attack on Japanese marshalling yards at Chumphon on the Kra Isthmus on the Malay peninsula. A front on view from an RAF Liberator aircraft during the raid shows the Chumphon railway bridge on the Bangkok-Singapore railway line, attacked for the third time in a week.
  
รูปที่ ๑๘  การทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ณ จังหวัดชุมพร ในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (พ.ศ. ๒๔๘๘)
รูปจาก http://www.awm.gov.au/view/collection/item/P02491.306/ พร้อมคำบรรยายรูปดังต่อไปนี้
Chumphon, Thailand. c. March 1945. RAF Liberator bomber aircraft in which flew many RAAF aircrews and US Army Air Force B-24 aircraft of Strategic Air Force, Eastern Air Command, carried out a long distance and highly successful attack on Japanese marshalling yards at Chumphon on the Kra Isthmus on the Malay peninsula. The Chumphon railway bridge on the Bangkok-Singapore railway which was attacked for the third time in a week by heavy bombers, is a vital supply link to the enemy. The low-level view from one of the RAF attacking Liberators illustrates the damage not only to the bridge itself but to the bridgehead and railway lines leading up to it.