แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิทยานิพนธ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิทยานิพนธ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566

แล้วก็ถึงเวลา ที่ผมควรต้องวางประแจ MO Memoir : Friday 6 October 2566

ตอนที่ไปเรียนที่อังกฤษนั้น Mascot ของโรงเรียนวิศวกรรมที่ผมไปเรียนคือ Spanner หรือประแจปากตาย และจะว่าไปแล้ว ตลอดช่วงเวลาการทำงานที่ผ่านมา อุปกรณ์เครื่องมือช่างที่ผมใช้งานมากที่สุดก็คือประแจ ไม่ว่าจะเป็นงานซ่อมแซมเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน หรืองานประกอบและซ่อมแซมชุดทดลอง รองลงไปก็เห็นจะไปไขควง ที่จะใช้กับพวกอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียมากกว่า เรียกว่าไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้าน หรือแม้แต่กล่องเครื่องมือประจำรถ ก็ต้องมีอย่างน้อยประแจปากตายและประแจเลื่อนติดอยู่

และจะว่าไปนั้น เวลาที่นิสิตบอกว่าระบบชุดทดลองมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นระบบท่อหรือแก๊สโครมาโทกราฟ พอตรวจพบว่าปัญหานั้นเกิดจากอะไร ก็มักจะพบว่าอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการแก้ปัญหามักต้องมีประแจด้วยเสมอ และมันก็เป็นอุปกรณ์ที่อยู่คู่มือเวลาที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ


สัปดาห์ที่แล้วได้สนทนากับอาจารย์รุ่นใหม่ท่านหนึ่งที่กำลังจะสร้างอุปกรณ์ทดลอง ก็เลยได้เล่าประสบการณ์บางเรื่องที่เคยประสบมาให้ฟัง และส่งลิงก์สำหรับดาวน์โหลด Memoir ฉบับรวมบทความไปให้

มาเมื่อวานก็ได้พบกับศิษย์เก่าของภาควิชา รายหนึ่งกำลังศึกษาระดับปริญญาโท มีปัญหาเรื่องการแปลผลการทดลอง มาขอคำปรึกษา ก็เลยอธิบายให้ฟังถึงการทำงานของอุปกรณ์และการอ่านผลสัญญาณ อีกรายหนึ่งมาร่วมงานรับปริญญาของรุ่นน้อง เขาเล่าให้ฟังว่า team leader ของเขาเป็นศิษย์เก่าของภาควิชา (และเรียนปริญญาโทกับผมด้วย แต่นั่นก็นานแล้ว) เชาเล่าให้ฟังเรื่องการเริ่มต้นเดินเครื่องปั๊มหอยโข่ง ที่เขาต้องกลับไปทบทวนเรื่อง NPSH (Net Positive Suction Head) และระบบ piping รอบปั๊มหอยโข่ง โดยอาศัยบทความที่ผมเคยเขียนไว้ใน blog

หลายเดือนก่อนหน้านี้อาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยร่วมทำงานวิจัยด้าน SCR (Selective Catalytic Reduction) ด้วยกันในช่วงแรก ๆ ของโครงการ โทรมาขออนุญาตรื้ออุปกรณ์ SCR เดิมที่ไม่ได้ใช้งานมาหลายปีเนื่องจากสถานการณ์โควิด และตัวผมเองก็บังเอิญมีงานวิจัยด้านอื่นให้ทำ ผมเองก็ไม่ว่าอะไร เพราะอุปกรณ์ชุดนี้คิดว่าคงจะไม่ใช้อะไรแล้ว และมันก็ไม่ได้เป็นของผม มันเป็นสิ่งที่จัดซื้อมาด้วยเงินทุนวิจัยที่ทำร่วมกัน เที่ยงวันนี้แวะไปดูก็พบว่าเขารื้อถอนอุปกรณ์เดิมออกไปหมดแล้ว เหลือเอาไว้แต่โครง แล้ววางระบบใหม่เพื่อใช้กับปฏิกิริยา แก๊ส + ของเหลว ที่ความดันสูง (รูปแรก)

ช่วงปีที่ผ่านมามีหลายรายมาถามผมว่าจะรับนิสิตป.โทอีกไหม ผมก็บอกเขาไปว่าถ้าจะให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักก็คงจะไม่รับแล้ว แต่ถ้ามีใครจะเชิญไปเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมและเห็นว่าพอจะช่วยได้ก็ยังยินดีอยู่ เริ่มรับนิสิตป.โทมาตั้งแต่เข้าทำงานคือปีการศึกษา ๒๕๓๗ จนถึงรุ่นสุดท้ายคือรุ่นปีการศึกษา ๒๕๖๔ (ที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนี้) ยังไม่ได้นับว่าได้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์มาแล้วกี่คน แต่จำได้ดีว่า เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักของนิสิตปริญญาเอกเพียงคนเดียว ที่ตอนนี้เขาก็ทำงานเป็นอาจารย์อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนตัวผมเองก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะวาง "ประแจ" (ที่เป็นเสมือนสัญญลักษณ์การทำงานภาคปฏิบัติ) สักที เพื่อเป็นการหลีกทางออกไป แล้วให้คนใหม่เข้ามามีบทบาทแทน

รูปสุดท้ายเป็นรูปที่เจ้าหน้าที่ของภาควิชาถ่ายไว้ให้เมื่อวาน ปรกติก็แทบไม่ได้ลงรูปตัวเองใน memoir อยู่แล้ว ฉบับนี้ก็ขอเอามาลงเต็มหน้าบ้าง และก็เช่นกัน สำหรับนิสิตที่รับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนี้ MO Memoir ฉบับนี้ก็จะเป็นฉบับสุดท้ายที่จะส่งตรงให้พวกคุณทางอีเมล์ และเนื่องจากผมก็ไม่ได้มีนิสิตบัณฑิตศึกษาเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นการส่ง MO Memoir ให้กับนิสิตทางอีเมล์ก็จะสิ้นสุดไปพร้อมกับการส่งอีเมล์ฉบับนี้ด้วย และขอให้ทุกคนที่เป็นนิสิตบัณฑิตศึกษารุ่นสุดท้ายของผม ประสบแต่ความสุขความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตครอบครับทุกคน

ในที่สุดก็ถึงวลาที่ "สามแยก SCR" ต้องปิดฉากลง สิ่งที่เหลืออยู่ก็คงมีเพียงแค่สิ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนที่มีโอกาสได้มานั่งพักยามเหน็ดเหนื่อยจากการทำการทดลอง นั่งพักรับประทานอาหารและของว่าง หรือหาเพื่อนเพื่อร่วมวงสนทนา สังสรรค์ เฮฮา ระบายความรู้สึก รอรับพัสดุ

หรือเพียงแค่รอใครบางคน

ขอขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะทำวิทยานิพนธ์กับอาจารย์ท่านใด ที่ได้แวะมาเยี่ยมเยียนพวกเราที่สามแยก SCR นี้ เพราะพวกคุณต่างได้สร้างความทรงจำต่าง ๆ ทิ้งไว้ให้กับพวกเรา


 

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2564

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๓ (ตอนที่ ๒) MO Memoir : Thursday 16 September 2564

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog

เนื้อหาฉบับนี้เกี่ยวกับการประชุมเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

 


วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๓ (ตอนที่ ๑) MO Memoir : Friday 10 September 2564

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog

เนื้อหาฉบับนี้เกี่ยวกับการประชุมเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา


 

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๒ (ตอนที่ ๕) MO Memoir : Friday 28 May 2564

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog

เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เป็นสรุปบางเรื่องของการประชุมกลุ่ม online เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๒ (ตอนที่ ๑) MO Memoir : Sunday 4 October 2563

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog

เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เกี่ยวกับการปรับแต่งเครื่อง Gas Chromatograph Shimadzu GC 8A เพื่อวัด CO2 ในฃ่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

รูปที่ ๑ ตำแหน่งพีค CO2 จากเอกสารผู้ผลิตเมื่อใช้คอลัมน์ที่มีความยาวต่าง ๆ ในกรณีของเรานั้นเป็นคอลัมน์ยาว 2 m ซึ่งถ้าอยากได้คอลัมน์ยาวกว่านั้นก็สามารถนำเอาคอลัมน์ยาว 2 m มาต่ออนุกรมกัน การวิเคราะห์นี้เริ่มที่อุณหภูมิ 40ºC แล้วเพิ่มขึ้นด้วยอัตรา 10ºC/min ไปจนถึง 200ºC ก่อนคงไว้ที่อุณหภูมินี้ ในกรณีของคอลัมน์ยาว 2 เมตรจะเห็นว่า CO2 ออกมาที่เวลาประมาณ 11 นาที (ตรงลูกศรสีแดงชี้) หรือที่อุณหภูมิประมาณ 150ºC ส่วนแก๊สไฮโดรคาร์บอน C2 ออกมาหลังจากเวลาประมาณ 16 นาทีไปแล้ว (เมื่ออุณหภูมิคอลัมน์ขึ้นถึง 200ºC แล้ว)

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๑ (ตอนที่ ๑) MO Memoir : Thursday 8 August 2562

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog
เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องที่จะทำวิจัยที่ประชุมไปเมื่อช่วงสายของวันนี้
 
ไหน ๆ ก็คิดจะกลับมาทำงานด้าน simulation แล้ว (อันที่จริงวิทยานิพนธ์โท-เอก ของผมเป็นด้าน simulation) ก็ขอนำรูปที่ถ่ายคู่กับเครื่อง super computer ของ Tohoku University ที่ไปเยือนมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมา มาลงปิดท้ายบันทึกไว้เป็นที่ระลึกหน่อย เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีชื่อว่า MASAMUNE - IMR ที่ย่อมาจาก MAteril science Supercomputing system for Advance MUlti-scale simulations towards NExt-generation - Institute for Materials Research ที่เขาย่ออย่างนี้ก็เพื่อให้ชื่อมันไปสอดคล้องกับขุนพล MATSAMUNE DATE (อ่าน ดา-เตะ ไม่ใช่ เดท) ที่เคยเป็นผู้ปกครองเมือง Sendai (ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย) แล้วก็เอารูปของขุนพลผู้นี้มาเป็นสัญลักษณ์ของ supercomputer เครื่องนี้ ขุนพลคนนี้ตาข้างขวามีปัญหา ก็เลยต้องปิดเอาไว้



ส่วนที่ว่าการเดินทางของผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปเพื่ออะไรนั้น จะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง เพราะมันมีส่วนที่เกี่ยวที่ทางมหาวิทยาลัยของไทยต้องปรับตัวเหมือนกัน มันเกี่ยวข้องกับกฏหมายเดียวกันกับที่ญี่ปุ่นใช้เล่นงานเกาหลีใต้อยู่ตอนนี้

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แล้วอาจารย์คิดหรือว่า จะกลับมาให้เห็นหน้าอีก MO Memoir : Tuesday 9 July 2562

ผมเองมองว่าพฤติกรรมของใครสักคนในปัจจุบันที่ตอบสนองต่อการกระทำของผู้อื่น ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เขาเคยประสบในอดีต และข้อสรุปที่เขาตั้งขึ้นจากประสบการณ์นั้น
        
ช่วงเวลานี้บนหน้า facebook ของผมในส่วนของนิสิตป.ตรี เห็นศิษย์เก่าภาควิชาหลายคนบ่นออกมาทางหน้าเฟส แม้จะไม่ชัดเจนว่าเรื่องอะไร แต่ก็เดาว่าคงเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งในชีวิตการทำงานของแต่ละคนนั้นต่างก็ประสบกับทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย และสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ จะจัดการกับเรื่องร้ายนั้นอย่างไร
 

เมื่อผมเริ่มทำงานได้ไม่กี่ปี แลปวิจัยที่ร่วมกลุ่มทำอยู่นั้นก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ได้พื้นที่ขยายใหญ่ขึ้น ความวุ่นวายก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เรื่องอุปกรณ์ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าใด เรื่องคนนี่ซิมีปัญหามากกว่า คนหลายคนมาอยู่รวมกันก็ต้องมีกติกากลางในการอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
    
มีอยู่ปีหนึ่งผมพบว่ามีนิสิตเอาของเข้ามากินในห้องพักแล้วไม่ทำความสะอาดให้เรียบร้อย คือทิ้งถุงใส่ของกินไว้ที่โต๊ะหรือไม่ก็ไม่เก็บจานไปล้าง ถามนิสิตในแลปก็ไม่มีใครยอมบอกว่าใครเป็นคนทำ บอกแต่เพียงว่าอาจารย์น่าจะรู้เอง (ผมจะไปรู้ได้อย่างไรก็ในเมื่อผมไม่ได้เฝ้าแลปตลอด ๒๔ ชั่วโมงและไม่ได้มีกล้องวงจรปิดจับภาพด้วย) เหตุการณ์เป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งนิสิตกลุ่มนี้สำเร็จการศึกษา แล้วก็มีคนมาบอกกับผมว่าทำไมอาจารย์ไม่ลงโทษคน ๆ นั้นที่เขาเอาเปรียบเพื่อนด้วยการกินทิ้งแล้วให้เพื่อนตามเก็บ ผมก็ตอบเขากลับไปว่ามาบอกอะไรกับผมตอนนี้ว่าคนนั้นเขาเป็นใคร ก่อนหน้านี้ผมก็เคยถามแล้วแต่พวกคุณไม่บอกผมแล้วผมจะรู้ได้อย่างไร แล้วมาบ่นให้ฟังตอนนี้ทำไม ก็อยากช่วยปกป้องคนทำผิดเอง
        
ตอนที่ผมจะสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่อังกฤษนั้น จำเป็นต้องพิมพ์เข้าเล่มให้เรียบร้อย คือเข้าเล่มปกแข็งสีน้ำเงิน ตัวหนังสือสีทอง ส่งให้กรรมการสอบ ๒ ท่านอ่าน เมื่อท่านเหล่านั้นอ่านจบแล้วก็จะนัดวันสอบ จำนวนเล่มที่ทำก็จะอยู่ประมาณ ๕ เล่ม คือให้กรรมการสอบ ๒ ท่าน ให้กับทางมหาวิทยาลัย ให้กับอาจารย์ที่ปรึกษา และเก็บเอาไว้เอง กติกาของการเขียนที่เป็นที่รู้กันก็คือ ต้องให้กรรมการสอบยอมรับในสิ่งที่เราเขียนโดยไม่ต้องมีการแก้ไข เพราะถ้าแก้ไขเมื่อใดก็ต้องส่งให้ร้านหนังสือตัดหน้าเก่าออกแล้วแทรกหน้าใหม่ ซึ่งจะทำแบบนี้ได้ถ้าหากต้องแก้ไขเพียงไม่กี่หน้า เพราะถ้ามีมากกว่านั้นก็ต้องรื้อเล่มเก่าออก และทำปกใหม่ทั้งเล่ม
             
ดังนั้นในการเขียนวิทยานิพนธ์จึงต้องทำการตรวจซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นรูปเล่ม (เช่นรูปแบบรูปภาพ การจัดหน้ากระดาษ ดัชนี ฯลฯ) การสะกดคำและไวยากรณ์ เรียกว่าตอนนั้นถอยกลับไปยังพื้นฐานใหม่หมด ต้องตรวจแต่ละประโยคที่เขียนว่า ประธาน กิริยา และกรรม นั้นมีครบไหม และรูปแบบของคำกิริยานั้นสอดคล้องกับประธาน (คือประธานเป็น เอกพจน์ พหูพจน์ บุคคลที่หนึ่ง บุคคลที่สอง หรือบุคคลที่สาม) แต่ถึงตรวจกันขนาดนี้พอตอนสอบจริงกรรมการสอบก็ยังพบจุดที่พิมพ์ผิดอีก
              
พอกลับมาสอนปริญญาโท ในฐานะที่เป็นทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมก็ต้องตรวจความเรียบร้อยของเล่มวิทยานิพนธ์ของนิสิตก่อนส่งให้กรรมการสอบอ่าน จากงานนี้พบว่านิสิตจำนวนไม่น้อยคิดว่าวิทยานิพนธ์นั้นสักแต่ว่าให้มีปึกกระดาษส่งให้กรรมการอ่านก่อน เพราะยังไงกรรมการสอบต้องส่งมาให้แก้อยู่ดี คือกะใช้กรรมการสอบเป็นคนตรวจหาความไม่เรียบร้อย บางรายเขียนมาแบบชุ่ยมาก อ่านไม่รู้เรื่อง ตอนตรวจเล่มก็ทำได้แค่เขียนด้วยปากกาหมึกแดงไว้ที่แผ่นแรกว่า "อ่านไม่รู้เรื่อง ให้ไปเขียนมาใหม่" จะใช้เวลาในการเปลี่ยนความคิดของพวกเขาว่า ต้องกะให้เขารับในสิ่งที่เราส่ง คือต้องสิ้นสุดที่เล่มที่เราส่งโดยไม่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลังสอบ
  
ช่วงเวลานั้นก็มีโปรแกรม word processor ใช้กันแล้ว เป็นยุคของ Windows 3.0 และ Mircosoft word 2.0 ที่มันทำได้ทั้งการจัดหน้ากระดาษและตรวจคำผิด มีอยู่รายหนึ่งมีที่พิมพ์ผิดเต็มไปหมด จนตอนที่ผมส่งเล่มให้เขากลับไปแก้นั้นผมก็ถามเขาว่าทำไมไม่ให้โปรแกรมตรวจหาคำผิดก่อน แล้วแก้ไขก่อนพิมพ์มาให้ตรวจ เขาก็ตอบกลับมาว่า "มันเสียเวลา" ของเขา ผมก็เลยถามกลับไปว่า "แล้วเวลาของผมล่ะ คุณคิดว่ามันไม่มีค่าหรือ"
   
เวลาตรวจเจอที่ผิดแบบเดิม ๆ นั้น ก็จะเขียนเพียงแค่ว่าให้ไปแก้มา และตรวจแก้ทุกจุดด้วย คือผมเองจะไม่ตรวจแก้ที่ผิดซ้ำ ๆ ทุกจุด แต่ก็มีเหมือนกันที่จะแก้ตรงเฉพาะจุดที่กรรมการสอบทำเครื่องหมายเอาไว้เท่านั้น ถ้ามีที่ผิดเหมือนกัน ๑๐ ที่ แต่กรรมการสอบทำเครื่องหมายไว้ที่เดียว โดยบอกว่าให้ไปตรวจแก้ที่อื่นเอง เขาก็จะแก้เฉพาะตรงที่กรรมการสอบทำเครื่องหมายเท่านั้น
            
มีอยู่รายหนึ่งทำพฤติกรรมแบบนี้ตลอด ขนาดสอบผ่านแล้วเหลือแต่แก้เล่ม ก็ยังไม่ยอมแก้ ผมตรวจเห็นก็ยังไม่ยอมลงชื่อในเอกสารฉบับสุดท้ายให้ ส่งให้กลับไปแก้มาใหม่ เขาก็ทำแบบนี้อีก คือแก้เฉพาะตรงที่ทำเครื่องหมาย ตรงอื่นที่ผิดนั้นไม่ยอมตรวจแก้ ยื้อกันจนถึงวันสุดท้ายที่ต้องส่งเล่มฉบับสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นการสอบที่ผ่านมาก็เป็นโมษะ เขาก็มาหาผมที่ห้องทำงานกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเพื่อให้ผมลงชื่อในเอกสารส่งเล่มวิทยานิพนธ์ ผมรับเล่มของเขามาตรวจก็พบว่ายังมีที่ผิดที่ไม่ยอมแก้ไขอีก เขาก็ตอบผมว่าขอให้ช่วยอาจารย์เซ็นให้หน่อยเพื่อให้เขาสามารถส่งเอกสารได้ก่อน แล้วเขาจะแก้ไขเล่มให้เสร็จ ผมก็ยอมลงลายมือชื่อในเอกสารฉบับนั้นให้เขา พอเขาได้รับเอกสารฉบับนั้นกลับไปถือในมือ เขาก็พูดกับผมต่อหน้าเพื่อนอีกคนหนึ่งที่มาด้วยกันว่า

"แล้วอาจารย์คิดหรือว่า จะกลับมาให้เห็นหน้าอีก"

เพื่อนเขาก็ตกใจที่ได้ยินประโยคนั้น ส่วนผมก็นิ่งเฉยไม่ได้ว่าอะไร แล้วเขาก็ขอตัวไปส่งเอกสาร

รายนี้เขาไปได้งานเป็นอาจารย์ที่สถาบันแห่งหนึ่ง พอทำงานได้พักหนึ่งทางสถาบันอนุญาตให้ลาเรียนต่อปริญญาเอกในประเทศได้ (มันเป็นช่วงหลังวิกฤตการเงินปี ๒๕๔๐ ไม่นาน) เขาก็ทำเรื่องจะมาสมัครเรียนที่แลปที่ผมทำงานอยู่อีก ผมมารู้ตอนที่มีการประชุมอาจารย์ประจำแลป มีการถามว่ามีใครสนใจรับศิษย์เก่าหรือไม่ ผมก็ถามว่าแน่ใจหรือว่าเขาจะมา เพราะเขาเคยพูดประโยคข้างต้นกับผมเอาไว้ แต่สุดท้ายเขาก็ได้ไปเรียนที่อื่น

เรื่องนี้มันเกิดเมื่อกว่า ๒๐ ปีที่แล้ว :) :) :)

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๐ (ตอนที่ ๗) MO Memoir : Thursday 28 February 2562

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog

เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เกี่ยวข้องกับการประชุมกลุ่มในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ห้องสมุดคณะ (บรรยากาศตามรูป)

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๐ (ตอนที่ ๔) MO Memoir : Tuesday 25 December 2561

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog
เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เกี่ยวกับคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างการสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ ๒๔ และเมื่อบ่ายวันนี้

 การสอบโครงร่างวันจันทร์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ห้องประชุมชั้น ๑๐ อาคารวิศว ๔ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น

การสอบโครงร่างวันอังคารที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ ห้องประชุม A ชั้น ๑๐ อาคารวิศว ๔ เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น


วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๖๐ (ตอนที่ ๒) MO Memoir : Sunday 2 December 2561

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog
 
เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เกี่ยวข้องกับการสอบหัวข้อโครงร่างวิทยานิพนธ์ของลิ้นจี่ ในวันจันทร์ที่ ๒๔ ธันวาคมและของณัฐชยาภัคตร์ ในวันอังคารที่ ๒๕ ธันวาคมนี้ โดยฉบับนี้จะเป็นการทบทวนพื้นฐานเกี่ยวกับการเผาไหม้เชื้อเพลิงและมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ ทั้งนี้เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันก่อน

วันพุธที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ขณะฝึกสอนนิสิตซีเนียร์โปรเจคปี ๔ ในการฉีดสารตัวอย่างเข้า GC
 
วันพุธที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ขณะฝึกสอนนิสิตซีเนียร์โปรเจคปี ๔ ในการฉีดสารตัวอย่างเข้า GC

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๕๘ (ตอนที่ ๑๐) MO Memoir : Friday 27 January 2560

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog
 
เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เกี่ยวกับการสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งหลายเรื่องที่ต้องทบทวนและทำความเข้าใจให้ตรงกัน


วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๕๘ (ตอนที่ ๔) MO Memoir : Friday 7 October 2559

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog
 
เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เป็นบันทึกส่วนหนึ่งของการประชุมเมื่อช่วงเช้าวันนี้

ปิดท้าย Memoir ฉบับนี้ด้วยรูปสมาชิกกลุ่มในการประชุมเมื่อเช้าวันนี้ก็แล้วกัน


วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

MO Memoir รวมบทความชุดที่ ๑๒ แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์ ๒๕๕๗ MO Memoir : Wednesday 17 August 2559

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog

บันทึกการทำงานของพวกเขาทั้ง ๕ คน
๓ สาวจาก ๓ พระจอม
๒ หนุ่มจากศาลายา

ในการทำงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
กับหัวข้องานวิจัยที่อาจารย์ที่ปรึกษามีประสบการณ์มานาน
และหัวข้องานวิจัยที่อาจารย์ที่ปรึกษาหลีกเลี่ยงที่จะทำมาถึง ๒๐ ปี

การออกแบบระบบการทดลองที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร
แต่เมื่อลงมือแก้ไขดัดแปลงก็พบว่ามันมีอะไรให้ต้องเรียนรู้มากกว่าที่เคยคิด
และพบว่าสิ่งที่เคยคิดว่าไม่น่าจะยากอะไรกลับกลายเป็นปัญหาเมื่อพบว่าความเข้าใจเดิมนั้นผิด

๒ ปีที่ผ่านมา สำหรับผมแล้ว เป็นช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ต้องขอยอมรับว่ามีหลากหลายเรื่องราวให้วิตกกังวล
แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตการทำงานมีความสุขมากเช่นกัน
จากการที่ได้ทำงานร่วมกับทีมงานที่พร้อมจะเรียนรู้และเหนื่อยยากไปด้วยกัน

เราต่างก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกัน
เพื่อไปถึงจุดมุ่งหมายพร้อมกัน

บ่ายของวันที่พวกคุณมาจัดงานเลี้ยงวันเกิดเล็ก ๆ ให้ผมนั้น
อาจถือได้ว่าเป็นวันที่เราต่างได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางการเดินทางร่วมกันแล้ว
และเป็นวันเริ่มต้นของแต่ละคนในการที่จะเริ่มเดินการเดินทางในเส้นทางที่ตัวเองเลือกต่อไป

ขอให้ทุกคนพบแต่ความสุขตลอดไป





วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

MO Memoir รวมบทความชุดที่ ๑๑ แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์ ๒๕๕๔ - ๒๕๕๖ MO Memoir : Wednesday 3 August 2559

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog

ในขณะที่ช่วงเวลาของนิสิตรหัส ๕๑ - ๕๓ จัดได้ว่าเป็นช่วงเวลาของการบุกเบิกที่เต็มไปด้วยการปรับตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ มีทั้งการเปลี่ยนแปลงระบบเดิมและการได้รับอุปกรณ์ใหม่เข้ามาที่ต้องทำการสอบเทียบความถูกต้อง ช่วงเวลาของนิสิตตั้งแต่รหัส ๕๔ เป็นต้นมาก็ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการทำการทดลองเต็มที่
 
รวมบทความชุดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ บันทึกข้อความ บันทึกการทำงาน ของนิสิตในแต่ละรุ่น แต่ยังได้แทรกภาพช่วงเวลาหนึ่งของพวกเข้าเหล่านั้นเอาไว้ด้วย

 วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๖ นิสิตปริญญาโทรหัส ๕๔ ขณะสอบปกป้องวิทยานิพนธ์

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๕๗ (ตอนที่ ๓๑) MO Memoir 2559 Mar 17 Thu

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog 
 
เนื้อหาในเอกสารฉบับนี้เกี่ยวกับความพยายามดักจับสารประกอบออกซีจีเนตและเบนซีน ไม่ให้ไปถึง sampling loop ของเครื่อง GC-2014 ECD & PDD


วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

สงสัยปีนี้ต้องระวังหลังมากเป็นพิเศษ (ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ ๑๐๐) MO Memoir : Wednesday 16 March 2559

อย่างที่ผมบอกพวกคุณในห้อง BET เมื่อบ่ายวันนี้แหละครับ เหตุการณ์นั้นมันก็เพิ่งจะครบรอบ ๓ ปีไปเมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง เหตุการณ์จริงรู้สึกว่าจะเกิดราว ๆ หลังสี่ทุ่ม พอเช้าวันถัดมาทราบเรื่อง ก็เลยถือโอกาสไปถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุเก็บเอาไว้หน่อย (อันที่จริงมันมีคลิปวิดิโอกล้องวงจรปิดตอนเกิดเหตุเผยแพร่อยู่ใน YouTube ด้วยซ้ำ)

ผมแค่เอาภาพถ่ายเก่าที่เก็บไว้มาแบ่งปันให้ชมกัน อย่าคิดอะไรมากนะครับ ... ผมกลัว :) :) :)
รูปที่ ๑ ส่วนหนึ่งของเนื้อข่าวจาก http://www.thairath.co.th/content/327147

รูปที่ ๒ สถานที่เกิดเหตุก็อยู่ตรงแถว ๆ ตะแกรงเหล็กฝาท่อระบายน้ำกลางถนนข้าง ๆ รถที่จอดอยู่นั่นแหละครับ รูปเหล่านี้ถ่ายในวันรุ่งขึ้นหลังคืนเกิดเหตุ
 
รูปที่ ๓ คราบเลือดบริเวณที่เกิดเหตุ
 
รูปที่ ๔ คราบเลือดบริเวณที่เกิดเหตุ

รูปที่ ๕ คราบเลือดบริเวณที่เกิดเหตุ

รูปที่ ๖ คราบเลือดบริเวณที่เกิดเหตุ
 
รูปที่ ๗ คราบเลือดบริเวณที่เกิดเหตุ

รูปที่ ๘ ส่วนหนึ่งของเนื้อข่าวจาก http://www.komchadluek.net/detail/21030219/152168

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๕๗ (ตอนที่ ๑๑) MO Memoir : Monday 20 July 2558

เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน ไม่นำเนื้อหาลง blog
   
เนื้อหาในฉบับนี้เกี่ยวกับเกณฑ์ที่ใช้ในการคำนวณร้อยละโดยน้ำหนักสำหรับการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา V2O5/TiO2 
 

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558