เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน
ไม่นำเนื้อหาลง blog
บันทึกช่วยจำของกลุ่มวิจัยตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะออกไซด์ บันทึกความจำของวิศวกรเคมีผู้ลงมือปฏิบัติ (mo.memoir@gmail.com)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ electron capture detector แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ electron capture detector แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559
วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๓๗ พีคออกซิเจนจาก ECD MO Memoir 2559 Jan 4 Mon
Memoir
ฉบับนี้เป็นบันทึกสัญญาณพีคออกซิเจนที่วัดจาก
ECD
ในช่วงบ่ายวันนี้
เพื่อไว้อ้างอิงในการเปรียบเทียบความแรงของสัญญาณ
ECD
เมื่อเวลาผ่านไป
(ECD
ทำงานด้วยสารกัมมันตภาพรังสี
ซึ่งจะเสื่อมไปตามเวลา)
สภาวะการทำงานยังคงเป็นเช่นเดียวกันกับที่รายงานไว้ใน
Memoir
ปีที่
๘ ฉบับที่ ๑๑๐๓ เรื่อง "GC-2014 ECD & PDD ตอนที่๓๖ ECDหลังผ่านไปปีเศษ"
เพียงแต่การทดลองในวันนี้ใช้อุณหภูมิคอลัมน์
40ºC
รูปแรกนั้นเป็นโครมาโทแกรมจากการฉีดอากาศ
๔ ครั้ง พีคที่เห็นนั้นเป็นพีคออกซิเจน
(เราใช้ไนโตรเจนเป็น
carrier
gas ดังนั้นจึงไม่มีพีคไนโตรเจน)
เป็นการเปรียบเทียบตำแหน่งและขนาดความสูงของพีค
รูปที่สองนั้นเป็นภาพขยายส่วนฐานของพีคโดยที่ไม่ได้มีการปรับแต่งระดับของเส้น
base
line จะเห็นว่าในช่วงแรกเส้น
base
line จะอยู่ที่ระดับสูง
(เปิดเครื่องตั้งแต่
๘.๓๐
น มาฉีดตัวอย่างครั้งแรกตอนราว
ๆ บ่ายโมงครึ่ง แต่พอการฉีดสองครั้งหลัง
(หลังบ่ายสามโมง)
ได้ระดับเส้น
base
line ที่ใกล้เคียงกัน
ผลนี้แสดงให้เห็นว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าเส้น
base
line จะคงที่
(ปรกติจะเปิดไว้อย่างน้อย
๔ ชั่วโมงก่อน จึงจะเริ่มฉีดตัวอย่างแรกได้
ส่วนรูปสุดท้ายเป็นการนำโครมาโทแกรมมาทาบทับกันโดยวางจุดตั้งต้นพีคให้อยู่ที่ระดับเดียวกัน
เพื่อตรวจสอบจุดสิ้นสุดของพีค
เครื่อง
GC-2014
เครื่องนี้
พอโปรแกรมอุณหภูมิเสร็จเรียบร้อยและทำการ
download
พารามิเตอร์ต่าง
ๆ เครื่องจะไม่ทำการเพิ่มอุณหภูมิทันที
แต่จะรออยู่เป็นช่วงเวลาหนึ่งก่อน
เพื่อให้ carrier
gas ทำการ
purge
ไล่อากาศ
(ที่อาจมีอยู่ในคอลัมน์เมื่อทำการปิดเครื่อง)
ในคอลัมน์ออกก่อน
จากนั้นจึงค่อยเพิ่มอุณหภูมิ
oven
ไปที่อุณหภูมิที่ทำการวิเคราะห์
ป้ายกำกับ:
ecd,
electron capture detector,
gc-2014
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๓๖ ECD หลังผ่านไปปีเศษ MO Memoir 2558 Dec 30 Wed
หลังให้เครื่องได้พักผ่อนไปปีเศษ
เมื่อวานก็ได้ฤกษ์เปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง
แต่ก็ทำเอามึนไปพักใหญ่
เพราะจำไม่ได้ว่าตั้งค่าอะไรไว้เท่าไร
ตั้งวาล์วตัวไหนไว้ตรงไหน
โชคดีที่มีบันทึกเก็บเอาไว้
ก็เลยเสียเวลาไปเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวัน
แต่ถึงกระนั้นก็ต้องทำการ
regenerate
คอลัมน์ที่
150ºC
ข้ามคืน
เช้านี้ก็เลยทำการทดสอบการวัด
N2O
ดูก่อนเลย
การวัด
NO
นั้นวัดที่
40ºC
ส่วนการวัด
N2O
นั้นวัดที่
150ºC
ค่าพารามิเตอร์ต่าง
ๆ ในการตั้งเครื่องนั้นดูได้ในรูปในหน้าที่
๒-๘
ซึ่งแสดงค่าในส่วนของ tab
ต่อไปนี้ที่อยู่ใต้กราฟ
Column,
ECD1, PDD, General, Add flow (รวมของ
tab
Relay ทางด้านขวาด้วย)
และ
tab
ด้านขวาคือ
Line
1 และ
Heater/Flow
นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ
Make
up gas สำหรับ
ECD
ที่ตั้งความดันไว้ที่
10
kPa (ตั้งโดยใช้
pressure
regulator ที่อยู่ด้านบนทางด้านหลังของเครื่อง)
ส่วนรูปในหน้า
๙ นั้นเป็นผลการฉีด N2O
๖
ครั้ง โดยนำเอาสัญญาณที่วัดได้นั้นมาวางในกราฟเดียวกัน
ที่เห็นเส้น base
line ของสัญญาณอยู่ที่ระดับความสูงที่แตกต่างกันเป็นผลจากการ
drift
อย่างช้า
ๆ ของเส้น base
line (ไม่ได้เกิดจากการใช้ซอร์ฟแวร์ขยับเส้นสัญญาณ)
ส่วนรูปที่
๑๐ นั้นเอากราฟที่วัดได้เมื่อกรกฎาคม
๒๕๕๗ (เส้นล่างสุด)
มาวางเทียบเวลาและความสูง
จะเห็นว่าตำแหน่งพีคยังคงเดิมอยู่
แต่ความแรงสัญญาณที่วัดได้ในวันนี้ต่ำกว่าเล็กน้อย
(และยังไม่คงที่)
ซึ่งตรงนี้เรายังพอจะเพิ่มความแรงของสัญญาณได้ด้วยการลดอัตราการไหลของ
make
up gas ของ
ECD
ให้ต่ำลงไปอีก
ที่เห็นเส้นโครมาโทแกรมลดระดับลงในช่วงแรกเป็นผลจากการเปลี่ยนตำแหน่งวาล์วฉีดตัวอย่าง
จากตำแหน่งเก็บตัวอย่างไปอยู่ตำแหน่งฉีดตัวอย่าง
ทำให้อัตราการไหลของ carrier
gas เปลี่ยนแปลงไป
ซึ่งมันส่งผลต่อระดับเส้น
base
line
ส่วนรูปในหน้า
๑๑
นั้นเป็นแผนผังอย่างง่ายของระบบการไหลของแก๊สที่ผมวาดเอาไว้เมื่อวาน
การตั้งวาล์ว 2
และวาล์ว
4
ที่เราใช้ระหว่างการวิเคราะห์นั้น
จะให้ carrier
gas ที่มาจากวาล์ว
1
ไหลผ่านวาล์ว
2
และตรงไปยัง
ECD
เลย
และ carrier
gas ที่มาจากวาล์ว
3
ไหลผ่านวาล์ว
4
ตรงไปยัง
PDD
เช่นกัน
ป้ายกำกับ:
ecd,
electron capture detector,
gc-2014
วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
แนวทางหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์นิสิตรหัส ๕๕ (ตอนที่ ๒๙) MO Memoir 2557 Feb 27 Thu
เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายเป็นการภายใน
ไม่นำเนื้อหาลง blog
วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๒๘ พีค NO ที่ 450ºC MO Memoir : Thursday 19 July 2555
ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับสมาชิกที่สำเร็จการศึกษาไปเมื่อภาคการศึกษาต้นและภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา
๒๕๕๔ ทั้ง ๖
คนที่เข้ารับพระราชทานปริญญามหาบัณฑิตในช่วงบ่ายของวันนี้
ก็ขอให้ทุกคนประสบแต่ความสุขความสำเร็จในชีวิต
ได้มีครอบครัวที่มีแต่ความสุข
(ผมไม่ได้เอ่ยถึงหน้าที่การงานนะ
เพราะบางทีความสุขความสำเร็จในชีวิตก็ไม่ต้องอยู่ที่การได้งานทำที่มีรายได้สูง
ตำแหน่งหน้าที่สูง
แต่กลับไม่มีเวลาให้กับตัวเองหรือครอบครัว
การมีสามีดี ๆ ทำงานหาเงินให้ใช้สบาย
ๆ ผมว่าพวกคุณก็มีความสุขในชีวิตได้เช่นเดียวกัน)
และเช่นเคย
เมื่อพวกคุณเข้ามาร่วมกลุ่มผมก็ได้จัดส่ง
Memoir
ฉบับแรกให้กับพวกคุณทางอีเมล์
และเมื่อพวกคุณเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรก็จะจัดส่งฉบับสุดท้ายให้
ดังนั้น Memoir
ฉบับนี้จึงเป็นฉบับสุดท้ายที่ส่งให้ทางอีเมล์กับผู้ที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนี้
ส่วนคนอื่นที่อยากรู้ว่า
๖
คนนั้นเป็นใครและรูปร่างหน้าตาอย่างไรก็ดูเอาเองในรูปข้างล่างก็แล้วกัน
รูปที่
๑ สมาชิกที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนี้
จากซ้ายไปขวา สาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์
สาวน้อยจากเมืองชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก
สาวน้อยผมหยิกจากนครศรีธรรมราช
สาวน้อยหน้าบาน
(สี่คนแรกนี้มีแฟนมาเป็นช่างภาพถ่ายรูปให้)
สาวน้อยผมยาวจากชายแดนใต้
(คนเดียวในกลุ่มที่ยังไม่มีแฟน
คงเป็นเพราะสเป็กสูงและเลือกมาก)
และสาวน้อยนักแสดง
(ที่รับปริญญาพร้อมกับแฟนในบ่ายวันเดียวกัน)
ทีนี้ก็ได้เวลากลับมายังเรื่องการแก้ปัญหา
GC-2014
ECD & PDD ของเราต่อ
จากประสบการณ์การทำงานกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเคมีนั้นพบว่า
บ่อยครั้งที่ปัญหาของการวัดด้วยเครื่องมือวิเคราะห์นั้น
มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมือ
แต่มันอยู่ที่ระบบเก็บตัวอย่าง
หรือวิธีการเตรียมสารตัวอย่าง
ทำให้ผลการวิเคราะห์ที่ได้นั้นมัน
"ไม่ออกมาอย่างที่เราต้องการ"
แต่ผลที่ได้นั้นมัน
"ถูกต้อง"
กรณีของการทดลองเก็บตัวอย่างแก๊ส
NO
ที่ไหลผ่าน
fixed-bed
ที่อุณหภูมิสูงที่บรรจุ
inert
packing เอาไว้
ที่เราประสบปัญหามาตลอด
คือ mass
flow controller แสดงให้เห็นว่ามีแก๊สไหลเข้าระบบตลอดเวลา
แต่พอเก็บตัวอย่างด้านขาออกกลับไม่พบ
NO
ในแก๊สตัวอย่าง
ทั้ง ๆ
ที่เมื่อเก็บตัวอย่างจากระบบเดียวกันที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่า
เรากลับตรวจพบ NO
ได้อย่างชัดเจนในปริมาณที่สม่ำเสมอ
เมื่อวานได้ปรับแต่งระบบอุปกรณ์ใหม่อีกครั้ง
โดยให้นำเอา saturator
ที่เราใช้สำหรับผสมน้ำเข้าระบบออก
แล้วต่อท่อตรงแทน
(ท่อด้านนี้เป็นด้านการไหลของ
O2)
ส่วนอีกท่อหนึ่งที่เป็นท่อแก๊ส
N2
ที่นำพาแก๊ส
NH3
SO2 และ
NO
มานั้นก็ทดลองต่อท่อชั่วคราวขึ้นมาใหม่
จากเดิมที่ต้องไหลไปยังวาล์วสามทางเพื่อเลือกจะไปยัง
reactor
หรือจะ
bypass
ไปยังด้านขาออกเลยนั้น
ให้กลายมาเป็นตรงไปยัง
reactor
เลยโดยไม่ต้องเข้าวาล์วสามทาง
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้ทำก็คือทำการเพิ่มอัตราการไหลของ
NO
จากเดิมที่ตั้ง
mass
flow controller ไว้ที่
1.48
(หรือ
0.95
ml/min) ให้กลายเป็น
5.00
(หรือ
2.94
ml/minที่ความดันด้านขาเข้า
2
kg/cm2) โดยที่คงอัตราการไหลของแก๊สตัวอื่น
(N2
NH3 O2 และ
SO2)
ไว้ที่อัตราการไหลเดียวกันกับที่ใช้ในการทดสอบตัวเร่งปฏิกิริยา
เหตุผลที่ได้ให้เพิ่มอัตราการไหล
NO
ให้สูงขึ้นก่อนก็เพราะต้องการตัดปัญหาเรื่องความดันย้อนกลับที่อาจส่งผลต่ออัตราการไหลของ
NO
(มันมีหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่เลือกทำการทดลองที่อัตราการไหลที่คิดว่ามันไม่ส่งผลก่อน)
และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงพีค
NO
ที่ชัดเจนขึ้น
(ในกรณีที่ถ้าหากมันจะหายไป)
การทดลองเริ่มจากอุณหภูมิ
300ºC
ก่อนในช่วงบ่าย
ถ้าเห็นพีค NO
ก็จะค่อย
ๆ ไต่อุณหภูมิขึ้นทีละ 20
หรือ
30ºC
ไปจนถึง
450ºC
ซึ่งกว่าจะไปถึง
450ºC
ก็พอดีดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ซึ่งในระหว่างนี้ก็มีน้องนกเพนกวิน
(นิสิตป.ตรี)มาช่วยร่วมลุ้นและเป็นกำลังให้กับพวกพี่
ๆ (นิสิตป.โท)
ที่ทำการทดลอง
ปรากฏว่าคราวนี้เห็นพีค
NO
ได้ค่อนข้างคงเส้นคงวาไปจนถึงอุณหภูมิ
450ºC
(ดูรูปที่
๑)
ขั้นตอนต่อไปคือการทดสอบผลของความดันย้อนกลับ
โดยทำการปรับลด mass
flow controller ของ
NO
จากระดับ
5.00
(หรือ
2.94
ml/min) ลงมาเหลือ
3.00
(หรือ
1.81
ml/min) ก่อน
ถ้ายังเห็นพีค NO
ก็จะลดต่อลงมาที่ระดับ
1.48
(หรือ
0.95
ml/min) ซึ่งก็ปรากฏว่าได้พีคดังแสดงในรูปที่
๓ ซึ่งกว่าจะเสร็จทั้งสาวน้อยหน้าบาน
(คนใหม่)
และสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์
(คนใหม่)
ก็ต้องอยู่ทำแลปถึงสองทุ่ม
ทำเอาวันนี้ตื่นสายมาแทบไม่ทันถ่ายรูปร่วมกับผู้ที่รับปริญญา
อันที่จริงพีค
NO
ในรูปที่
๓ มันก็ไม่ได้เท่ากันซะทีเดียว
มันมีขนาดเล็กลงเล็กน้อยเมื่อปรับลดอัตราการไหลของ
NO
(แต่คิดว่าคงจะยังไม่เข้าที่เท่าไรนัก)
จากการทดลองที่ผ่านมาเราพบว่าถ้าหากความเข้มข้น
NO
ในแก๊สลดลง
พีค NO
จะออกมาช้าลง
ซึ่งถ้าเอาโครมาโทแกรมในรูปที่
๓ มาซ้อนทับเอาโดยเอาจุดเริ่มต้นเกิดพีค
O2
เป็นหลักดังแสดงในรูปที่
๔ เราก็จะเห็นได้ว่าเมื่อลดอัตราการไหลผ่าน
mass
flow controller จาก
5.00
ลงเหลือ
3.00
และเหลือ
1.48
นั้น
พีค NO
ที่ออกมาจะออกมาช้าลงเป็นลำดับ
(ตรงที่ลูกศรสีแดงชี้ในรูปที่
๔)
ส่วนเรื่องที่ว่าเราแก้ปัญหาอย่างไรนั้นจึงทำให้เห็นพีค
NO
ได้ต้องขอเก็บไว้ก่อน
เพราะต้องขอตรวจสอบในเรื่องผลของน้ำที่มีต่อการเกิดพีค
NO
ก่อน
จากนั้นจึงค่อยว่ากันอีกที
วันนี้หยุดทำการทดลอง
๑ วันเพื่อพักผ่อน
งานต่อไปที่จะทำต่อในวันพรุ่งนี้
(ศุกร์
๒๐)
คือการต่อ
saturator
กลับคืนและเพิ่มไอน้ำเข้าไปในระบบ
ซึ่งคิดว่าคงจะเริ่มเหมือนกับเมื่อวาน
คือเริ่มที่อุณหภูมิ 300ºC
และตั้ง
mass
flow controller ของ
NO
ไว้ที่
5.00
ก่อน
งานนี้ยังคงต้องลุ้นกันต่อไป
จากนั้นจึงค่อยมาพิจารณาว่าจะหาทางคำนวณพื้นที่พีค
NO
ที่ซ้อนทับอยู่บนหางของพีค
O2
ด้วยวิธีการไหนดี
จึงจะได้พื้นที่พีคที่คงเส้นคงวาและอธิบายได้
รูปที่
๒ ผลการวัดความเข้มข้นของ
NO
ในแก๊สด้านขาออกจาก
reactor
ที่บรรจุ
TiO2
(anatase) เอาไว้
ที่อุณหภูมิต่าง ๆ
GC-2014
FPD และ
GC-2014
ECD & PDD
ทั้งสองเครื่องนี้เราได้รับมาในสมัยสาวน้อยหน้าใสใส่แว่นยิ้มได้ทั้งวัน
ซึ่งตอนนั้นเป็นแค่การตรวจรับแต่ยังไม่ได้นำมาใช้งาน
ปีถัดมาเป็นคราวของสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์ที่ทำหน้าที่ปรับแต่งการทำงานของ
GC-2014
FPD จนเราสามารถตรวจวัด
SO2
ได้
ตามด้วยยุคของสาวน้อยหน้าบานและสาวน้อยจากเมืองชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่ข่วยกันจนกระทั่งสามารถใช้
PDD
ตรวจวัด
NH3
ได้
และคงปิดท้ายด้วยเวลาของสาวน้อยหน้าบาน
(คนใหม่)
และสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์
(คนใหม่)
ที่จะทำให้เราสามารถใช้
ECD
วัด
NO
ได้
รูปที่
๓ โครมาโทแกรมที่ได้จากการเก็บแก๊สตัวอย่างที่อุณหภูมิ
450ºC
ที่ความเข้มข้น
NO
ที่แตกต่างกัน
โดยตั้งค่า Mass
flow controller ไว้ดังนี้
เส้นสีดำ 5.00
เส้นสีม่วง
3.00
และเส้นสีน้ำเงิน
1.48
รูปที่
๔ ลูกศรสีแดงแสดงจุดเริ่มต้นเกิดพีคของ
NO
ที่ผ่านมานั้นเราพบว่าเมื่อความเข้มข้น
NO
ในแก๊สตัวอย่างลดลง
พีค NO
จะออกมาล่าช้าลง
โครมาโทแกรมทั้งสามเส้นเป็นเส้นเดียวกับที่แสดงในรูปที่
๒
แต่นำมาซ้อนกันเพื่อต้องการเปรียบเทียบให้เห็นตำแหน่งของการเริ่มเกิดพีค
และขนาดของพีคที่แตกต่างกันอยู่
โดยตั้งค่า Mass
flow controller ไว้ดังนี้
เส้นสีดำ
5.00
เส้นสีม่วง
3.00
และเส้นสีน้ำเงิน
1.48
วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๒๗ ผลการทดลองด้วย reactor เปล่า MO Memoir : Sunday 15 July 2555
บันทึกฉบับนี้เป็นตอนต่อจากฉบับเมื่อวาน
โดยเป็นผลการทดลองหลังจากที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนแนวท่อแล้ว
โดยได้ทำการทดสอบระบบกับ
reactor
เปล่าก่อน
ผลการวิเคราะห์ที่ได้แสดงไว้ในรูปที่
๑ ข้างล่าง
รูปที่
๑ โครมาโทแกรมสองเส้นล่าง
(สีน้ำเงินกับสีน้ำตาล)
ได้จากการทดลองที่
120ºC
ส่วนโครมาโทแกรมสองเส้นบน
(สีน้ำเงินเข้มและสีม่วง)
ได้จากการทดลองที่
450ºC
แก๊สผสมประกอบด้วย
NO
120 ppm O2 15% โดยมี
NH3
SO2 และไอน้ำร่วมอยู่ด้วย
ผลการทดลองในรูปที่
๑ เป็นการทดลองเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่
๑๓ กรกฎาคมที่ผ่านมาของสาวน้อยหน้าบาน (คนใหม่) และสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์ (คนใหม่)
ผมแวะเข้าไปเอามาจากคอมพิวเตอร์เมื่อตอนเที่ยงวันนี้
จะเห็นว่าพีค
NO
ที่ได้จากแก๊สที่ไหลผ่าน
reactor
เปล่าที่
450ºC
นั้นมีขนาดเล็กกว่าพีคที่ได้จากแก๊สที่ไหลผ่าน
reactor
เปล่าที่
120ºC
นอกจากนี้พีคที่ได้จากแก๊สที่ไหลผ่าน
reactor
เปล่าที่
450ºC
ยังมีออกช้าลงเล็กน้อยและมีรูปร่างที่แผ่กว้างออกมากกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพีคที่ได้จากแก๊สที่ไหลผ่าน
reactor
เปล่าที่
450ºC
ส่วนพีคแปลกปลอมที่ปรากฏยังไม่รู้ว่าเป็นพีคของอะไร
ค่อย ๆ ว่ากันไปอีกที
เนื่องจากพฤติกรรมการไหลของแก๊สใน
reactor
เปล่าและอุณหภูมิของแก๊สที่ไหลผ่าน
reactor
เปล่านั้นจะแตกต่างไปจาก
reactor
ที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาบรรจุอยู่
กล่าวคือแก๊สที่ไหลผ่าน
reactor
เปล่าจะเย็นกว่าเพราะไม่มีของแข็งนำความร้อนจากผนังมายังแก๊สที่อยู่บริเวณตอนกลางท่อ
และการไหลยังได้รับผลกระทบจากความดันลดที่เพิ่มขึ้น
(เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น)
ที่ต่ำกว่าด้วย
ดังนั้นหลังจากที่ได้ทดสอบกับ
reactor
เปล่าแล้ว
(ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม
SS-304)
ก็ได้ทำการทดลองต่อโดยทดลองบรรจุ
TiO2
เข้าไปใน
reactor
เพื่อทดสอบในสภาพที่ใกล้กับการทดลองจริงมากที่สุด
ขณะนี้ผลการทดสอบดังกล่าวก็ผ่านไปถึงระดับหนึ่งแล้ว
ยังติดขัดปัญหาอยู่เล็กน้อย
ซึ่งคงต้องว่ากันต่อในเช้าวันพรุ่งนี้
ป้ายกำกับ:
DeNOx,
ecd,
electron capture detector,
gc-2014,
NOx
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๒๕ ตำแหน่งพีค NO และ N2O (ปรับแต่ง ๒ - ผลของอุณหภูมิ) MO Memoir : Saturday 30 June 2555
Memoir
ฉบับนี้เป็นบันทึกการปรับแต่งการทำงานของเครื่อง
GC-2014
ECD & PDD ในส่วนของ
ECD
เพื่อตรวจวัด
NO
โดยเป็นตอนต่อจาก
Memoir
ปีที่
๔ ฉบับที่ ๔๖๘ วันเสาร์ที่
๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ เรื่อง
"GC-2014
ECD & PDD ตอนที่
๒๔ ตำแหน่งพีค NO
และ
N2O
(ปรับแต่ง
๑)"
ซึ่งยังคงเป็นผลงานของสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์
(คนใหม่)
กับสาวน้อยหน้าบาน
(คนใหม่)
ที่ได้จากการทดลองซ้ำและตรวจสอบหลายรูปแบบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ต้องยอมรับว่าการปรับแต่งในส่วนของ
ECD
นี้ได้ให้บทเรียนใหม่
ๆ แก่พวกเราเยอะเหมือนกัน
โดยปรกติที่เคยเจอมานั้น
(กับ
packed
column ทั่วไป)
เวลาที่เราต้องการจะให้สารออกจากคอลัมน์เร็วขึ้นเราอาจทำได้โดยการ
(ก)
เพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น
หรือ (ข)
เพิ่มอัตราการไหลของ
carrier
gas ให้สูงขึ้น
การเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นจะทำให้การดูดซับของสารในแก๊สบนพื้นผิวนั้นแย่ลง
สัดส่วนสารที่อยู่ในเฟสแก๊สจะสูงขึ้น
สารก็จะเคลื่อนตัวออกจากคอลัมน์ได้เร็วขึ้น
ส่วนการเพิ่มอัตราการไหลของ
carrier
gas
ก็จะช่วยพัดพาให้สารที่อยู่ในเฟสแก๊สเคลื่อนออกพ้นคอลัมน์ได้เร็วขึ้น
แต่สำหรับ
micro
packed column (O.D. 1/8") ที่เราใช้แยก
NO
ออกจาก
O2
และ
N2O
นั้นดูเหมือนว่าจะมีกลไกการแยกอยู่สองรูปแบบ
กล่าวคือดูเหมือนคอลัมน์จะแยก
N2O
ออกจาก
NO
และ
O2
ด้วยกลไกการดูดซับ
โดยตัวคอลัมน์จะจับ N2O
ได้ดีกว่า
NO
และ
O2
( N2O มีความเป็นขั้วที่แรงกว่า
NO
และ
O2)
ส่วนการแยก
NO
และ
O2
ออกจากกันนั้นน่าจะเป็นการแยกตามจุดเดือด
(จุดเดือดของ
N2
คือ
-196ºC
จุดเดือดของ
O2
คือ
-183ºC
และ
จุดเดือดของ NO
คือ
-164ºC)
โดย
O2
จะออกนำหน้า
NO
อยู่เล็กน้อย
(เราใช้
N2
เป็น
carrier
gas เราจึงไม่มีพีค
N2
และ
ECD
ก็ไม่ตอบสนองต่อ
N2
ด้วย)
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเพิ่มอุณหภูมิ
oven
ให้สูงขึ้นคือ
N2O
จะออกมาเร็วขึ้น
แต่ดูเหมือน NO
และ
O2
จะออกมาช้าลง
สาเหตุที่
NO
และ
O2
ออกมาช้าลงเป็นเพราะแก๊สสองตัวนี้ถูกดูดซับได้น้อย
ดังนั้นจะออกมาพร้อมกับความเร็วของ
carrier
gas
การเพิ่มอุณหภูมิ
oven
ให้สูงขึ้นจะทำให้
carrier
gas มึความหนืดสูงมากขึ้น
ประกอบกับการที่คอลัมน์ที่เราใช้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง
1/8"
ซึ่งจัดว่าเล็ก
ดังนั้นจึงทำให้อัตราเร็ว
(ความเร็วเชิงเส้น
-
m/s) ของ
carrier
gas ในคอลัมน์ลดต่ำลง
ดังนั้นถ้าเราต้องการให้
NO
และ
O2
ออกจากคอลัมน์เร็วขึ้น
เราก็ต้อง "ลด"
อุณหภูมิ
oven
ให้ลดต่ำลง
ซึ่งในขณะนี้เราได้ลดอุณหภูมิ
oven
ลงเหลือ
50ºC
และปรับเพิ่มความดันที่
APC1
เป็น
240
kPa
ผลที่ออกมาเป็นอย่างไรนั้นแสดงไว้ในรูปที่
๑ ในหน้าถัดไปแล้ว
รูปที่
๑
โครมาโทแกรมจากการทดลองเมื่อวานตอนเย็นของสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์
(คนใหม่)
กับสาวน้อยหน้าบาน
(คนใหม่)
เส้นสีดำคือแก๊ส
NO
(800 ppm) ใน
N2
ส่วนสีม่วงคืออากาศ
อุณหภูมิ oven
คือ50ºC
และปรับเพิ่มความดันที่
APC1
เป็น
240
kPa ขนาด
sampling
loop 0.5 ml ตอนนี้ดูเหมือนว่ามีสิทธิ์ลุ้นแล้วว่าน่าจะแยกพีค
NO
ออกจาก
O2
ได้
งานต่อไปที่ต้องทำคือต้องทดสอบโดยการลดความเข้มข้น
NO
ให้ต่ำลงไปอีก
(ระดับ
10
ppm หรือต่ำกว่า)
แต่จากขนาดสัญญาณที่ได้ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าอาจต้องมีรายการเพิ่มขนาดของ
sampling
loop ให้สูงกว่า
0.5
ml อีก
ป้ายกำกับ:
2014,
DeNOx,
ecd,
electron capture detector,
gas chromatograph,
GC,
gc-2014,
N2O,
NOx
วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555
การทำวิทยานิพนธ์ภาคปฏิบัติ ตอนที่ ๓๗ Noise หรือ Peak MO Memoir : Wednesday 27 June 2555
สัญญาณหลายชนิดที่ออกมาจากตัวตรวจวัดต่าง
ๆ ของอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องแลปเรานั้น
(เช่น
GC
XRD NH3-TPD หรือ
TGA)
ถ้าเรานำมาขยายจะพบว่ามีลักษณะเป็นเส้นที่ไม่เรียบ
มีการเต้นไปเต้นมาที่เรียกว่าสัญญาณรบกวนหรือ
noise
อยู่ในระดับหนึ่ง
(สมมุติว่าให้มีขนาด
N)
โดยทั่วไปถ้าการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณ
(Signal)
นั้นมีขนาดไม่มากเกินกว่า
2
เท่าของขนาดของ
noise
ก็ไม่ควรถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ
ที่มาของ
noise
นั้นมาจากหลายแหล่ง
ขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์วัดนั้น
sensitive
ต่อการเปลี่ยนแปลงของอะไรบ้าง
ปรกติถ้าเราตั้งค่าความไว
(sensitivity)
ของตัวตรวจวัด
(detector)
ให้สูง
(กล่าวคือไวต่อการเปลี่ยนแปลงน้อย
ๆ)
noise ก็จะมากตามไปด้วย
ขนาดของ
noise
ประมาณได้จากขนาดการเปลี่ยนแปลงของเส้น
base
line ระหว่างค่าสูงสุดถึงค่าต่ำสุด
แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่นำค่าที่ลดต่ำลงผิดปรกติหรือขึ้นไปสูงผิดปรกติเมื่อเทียบกับตำแหน่งอื่น
ๆ ของสัญญาณ
และก็ต้องระวังการอ่านค่าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วผิดปรกติด้วย
(เช่นกระโดยสูงขึ้นหรือลดต่ำลงกระทันหัน)
เพราะบ่อยครั้งพบว่าการเปลี่ยนแปลงที่เห็นว่ามีการกระชากขึ้นหรือลดอย่างรวดเร็วนั้นมีสาเหตุจากระบบไฟฟ้าของอุปกรณ์หรือระบบจ่ายไฟ
การอ่านสัญญาณจะถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อขนาดของสัญญาณ
(Signal)
ต่อขนาดของสัญญาณรบกวน
(Noise)
ที่เรียกว่า
Signal
to noise ratio หรือ
S/N
นั้นต้องมีค่ามากกว่า
2
รูปที่
๑ โครมาโทแกรมที่ได้จาก
GC-2014
ECD & PDD ทั้งสองเส้นเป็นสัญญาณจาก
Electron
Capture Detector (ECD) ที่ขยายขึ้นมา
จะสังเกตเห็นว่ามีพีคอยู่
๑ ตำแหน่งตรงลูกศรสีเขียวชี้
แต่การอ่านว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อค่า
S/N
นั้นอยู่ใกล้
2
ก็ต้องระวังเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่าเห็นอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงเยอะ
ๆ ก็ตีความหมายว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญไปหมด
รูปที่
๑ เป็นโครมาโทแกรมที่ได้จากการวิเคราะห์แก๊สผสมระหว่าง
NOx
(เข้มข้นระดับ
ppm)
ในแก๊สไนโตรเจนโดยใช้ตัวตรวจวัดชนิด
Electron
Capture Detector (ECD) จุดที่เป็นที่สงสัยคือในการวิเคราะห์ครั้งแรก
(เส้นสีดำ)
นั้นมีสิ่งที่สงสัยว่าจะเป็นพีคหรือไม่เกิดขึ้นที่เวลาประมาณ
14.5
นาที
(ตรงลูกศรสีเขียว)
จึงได้ทำการวิเคราะห์ซ้ำอีกครั้ง
(เส้นสีม่วง)
จากการเปรียบเทียบโครมาโทแกรมทั้งสองจะเห็นว่าถ้าเป็น
noise
แล้ว
ตำแหน่งที่เกิดเหมือนพีคและขนาดที่เห็นนั้นจะไม่ซ้ำเดิม
แต่ถ้าเป็นพีคการเปลี่ยนแปลงจะเห็นตำแหน่งที่เริ่มเกิด
ตำแหน่งสูงสุด ตำแหน่งสิ้นสุด
และขนาดนั้นประมาณเหมือนกัน
ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบโครมาโทแกรมทั้งสองเส้นแล้วสามารถสรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เห็น
ณ ตำแหน่งเวลาประมาณ 14.5-15.0
นาทีนั้นเป็นพีคเล็ก
ๆ
เคยเจอหลายครั้งแล้วที่ผู้ทำงานวิจัยต้องการให้มีพีค
ณ ตำแหน่งที่ตนเองต้องการ
ถึงกับเอา noise
มาขยายและพยายามอ่าน
noise
ให้เป็นพีค
(แม้ไม่ได้อ่านสัญญาณเองก็ยังบังคับให้นิสิตที่ทำการทดลองให้ต้องไปหาพีคมาให้ได้)
อีกพวกหนึ่งก็คือจะใช้
software
(ซึ่งอาจเป็นโปรแกรมที่มากับอุปกรณ์หรือดาวน์โหลดมาจากที่อื่น)
ทำ
base
line ให้เรียบ
พอเห็นตำแหน่งไหนไม่ราบเรียบก็จะอ่านเป็นพีคทันที
แต่โปรแกรมที่ทำ
base
line ให้เรียบนั้นมักจะลบ
noise
ขนาดเล็กออกไป
แต่ noise
ขนาดใหญ่ยังคงอยู่
มีครั้งหนึ่งมีคนมาถามผมว่าสัญญาณของเขาถ้าเอาไปทำ
deconvolution
(การแยกสัญญาณที่เห็นว่าว่าประกอบด้วยพีคย่อยขนาดเท่าใด
อยู่ที่ตำแหน่งไหนบ้าง
รวมกันอยู่)
จะได้พีคตรงตำแหน่งที่เขาต้องการหรือไม่
ผมก็ตอบกลับไปว่าสัญญาณแบบนี้ต้องการจะให้มีพีคตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น
เพราะมันเป็น noise
แต่ที่หนักที่สุดคือไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ไม่มีพีคตรงตำแหน่งที่ต้องการ
ก็บอกให้นิสิตที่ดูแลเขียนลงไปเลยว่าพบพีคที่ตำแหน่งดังกล่าว
เพื่อจะได้นำผลการวิเคราะห์
(ที่มั่วขึ้นมาเอง)
ดังกล่าว
ส่งไปตีพิมพ์บทความในวารสารวิชาการนานาชาติ
ป้ายกำกับ:
chromatogram,
ecd,
electron capture detector,
gc-2014,
signal to noise ratio
วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๒๔ ตำแหน่งพีค NO และ N2O (ปรับแต่ง ๑) MO Memoir : Saturday 23 June 2555
Memoir
ฉบับนี้เป็นบันทึกการปรับแต่งเครื่อง
GC-2014
ECD & PDD ในส่วนของ
ECD
เพื่อตรวจวัด
NO
โดยเป็นตอนต่อจาก
Memoir
ปีที่
๔ ฉบับที่ ๔๖๐ วันพฤหัสบดีที่
๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ เรื่อง "GC-2014
ECD & PDD ตอนที่
๒๓ ตำแหน่งพีค NO
และ
N2O"
ซึ่งยังคงเป็นผลงานของสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์
(คนใหม่)
กับสาวน้อยหน้าบาน
(คนใหม่)
ที่ได้จากการทดลองซ้ำและตรวจสอบหลายรูปแบบในช่วงกว่า
๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากผลการทดลองในบันทึกฉบับที่
๔๖๐ มีดังนี้
(ก)
ทดลองเปลี่ยนขนาด
sampling
loop จาก
0.5
ml เป็น
0.1
ml
(ข)
ทดลองเปลี่ยนค่าความดัน
APC1
(ความดัน
N2
carrier gas ไหลเข้าคอลัมน์)
จาก
160
kPa เป็น
200
kPa
(ค)
ทดลองเปลี่ยนตำแหน่งเวลาที่วาล์ว
1
ขยับจากตำแหน่งฉีดตัวอย่างกลับไปเป็นตำแหน่งเก็บตัวอย่าง
จากเดิมที่ 50
นาทีเป็น
60
นาที
(ง)
ปรับปรุงการฉีดตัวอย่างโดยทำการปรับความดันใน
sampling
loop ให้ลดลงเหลือความดันบรรยากาศก่อนที่จะทำการฉีดตัวอย่าง
ในช่วงกว่า
๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นดูเหมือนเราจะมีปัญหาเรื่อง
repeatability
ของการวิเคราะห์
ซึ่งได้ทำการทดสอบและแก้ไปทีละเปลาะ
จนคาดว่าในวันจันทร์ที่จะถึงนี้จะได้ฤกษ์เริ่มทดสอบการวิเคราะห์โดยจะจำลองการเก็บแก๊สจากระบบทำปฏิกิริยาจริง
จากการทดสอบในช่วงที่ผ่านมา
โดยทดลองฉีดแก๊ส NO
10000 ppm ใน
N2
หรือ
N2O
1000 ppm ใน
N2
เข้าไปใน
sampling
loop ทำให้สงสัยว่า
๑.
ECD มีการตอบสนองกับ
N2O
ที่แรงกว่า
NO
มาก
๒.
แก๊ส
NO
10000 ppm ปริมาตร
0.1
ml เป็นปริมาณที่สูงเกินกว่าที่คอลัมน์จะรองรับได้
๓.
แก๊ส
NO
10000 ppm มี
N2O
ปนอยู่ในระดับประมาณ
150
ppm
ข้อสงสัยในข้อ
๒.
มาจากการที่เห็นพีคที่คาดว่าเป็นสัญญาณจาก
NO
นั้นมีลักษณะที่ขึ้นชันมากแต่กลับลากหางยาวมาก
และเมื่อเปลี่ยนขนาด sampling
loop จาก
0.5
ml (ดูรูปใน
memoir
ฉบับที่
๔๖๐)
มาเป็น
0.1
ml พร้อมกับทำการปรับลดความดันก่อนฉีดตัวอย่างลงเหลือความดันบรรยากาศ
ลักษณะการกระโดดขึ้นไปเป็นยอดแหลมก่อนที่จะตกลงมาและลากหางยาวที่พบเมื่อใช้
sampling
loop 0.5 ml นั้นหายไป
ปัญหาในขณะนี้คิดว่าจะเหลืออยู่ตรงที่จะปรับปรุงเทคนิคการเก็บตัวอย่างและฉีดตัวอย่างอย่างไร
จึงจะทำให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือและทำซ้ำได้เท่านั้น
รูปที่
๑ โครมาโทแกรมจาก ECD
หลังการปรับเพิ่ม
APC1
จาก
160
kPa ไปเป็น
200
kPa แสดงให้เห็นสัญญาณจากการขยับตำแหน่งวาล์วฉีดตัวอย่าง
ตำแหน่งพีค N2O
และ
NO
(1)
เป็นการลดลงของระดับ
base
line ที่เกิดจากวาล์ว
1
เปลี่ยนจากตำแหน่งเก็บตัวอย่างเป็นฉีดตัวอย่าง
(2)
เป็นการเพิ่มขึ้นของระดับ
base
line ที่เกิดจากวาล์ว
1
เปลี่ยนจากตำแหน่งฉีดตัวอย่างกลับไปยังตำแหน่งเก็บตัวอย่าง
การเปลี่ยนระดับของ base
line นี้เกิดจากการที่อัตราการไหลของ
carrier
gas เปลี่ยนเนื่องจากเมื่อวาล์วอยู่ที่ตำแหน่งต่างกัน
ความต้านทานการไหลจะแตกต่างกัน
ป้ายกำกับ:
2014,
แก๊สโครมาโทกราฟ,
โครมาโทแกรม,
ecd,
electron capture detector,
gc-2014,
Nitrous oxide,
NOx
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๒๓ ตำแหน่งพีค NO และ N2O MO Memoir : Thursday 7 June 2555
Memoir
ฉบับนี้เป็นบันทึกข้อมูลการทดลองฉีดแก๊ส
NO
เข้มข้น
10000
ppm ใน
N2
และ
N2O
เข้มข้น
10000
ppm ใน
N2
และตรวจวัดด้วย
ECD
ซึ่งเป็นผลงานของสาวน้อยร้อยห้าสิบเซนต์
(คนใหม่)
กับสาวน้อยหน้าบาน
(คนใหม่)
ในช่วงที่ผ่านมานั้นมีการตรวจพบปัญหาว่ามีพีคแปลกปลอมเกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนชนิดแก๊สที่ฉีด
สาเหตุอาจเป็นเพราะเดิมเราให้แก๊สตัวอย่างที่ต้องการฉีดนั้นไหลผ่านระบบ
DeNOx
reactor ซึ่งระบบดังกล่าวมีขนาดใหญ่และมี
dead
end ตรงข้อต่อที่เป็นจุดผสมแก๊สต่าง
ๆ เข้าด้วยกันหลายตำแหน่ง
ทำให้แก๊สต่างชนิดที่ตกค้างอยู่ในบริเวณนี้สามารถเข้ามาปนเปื้อนแก๊สตัวอย่างที่ต้องการฉีด
(รูปที่
๑)
รูปที่
๑ ตรงตำแหน่งข้อต่อสามทางที่ใช้ผสมแก๊สสองชนิดเข้าด้วยกัน
แม้ว่าเราจะปิดวาล์วไม่ให้แก๊ส
B
ไหลเข้ามา
แต่ก็จะมีแก๊ส B
ส่วนหนึ่งค้างอยู่ตรงข้อต่อ
(บริเวณสีเหลือง)
ซึ่งแก๊สตรงนี้จะแพร่เข้าไปปนเปื้อนแก๊ส
A
ได้เมื่อแก๊ส
A
ไหลผ่านตำแหน่งดังกล่าว
การแก้ไขทำโดยการต่อท่อแก๊สจากถังบรรจุแก๊สผสม
NO
ตรงเข้าไปยังจุดท่อทางเข้าวาล์วเก็บตัวอย่างของระบบ
ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการปนเปื้อนของแก๊สตัวอื่นที่ค้างอยู่ตามตำแหน่งข้อต่อต่าง
ๆ ของระบบ DeNOx
reactor
ผลการฉีดแก๊สผสม
๓ ครั้ง (ในวันพุธที่
๖ มิถุนายนที่ผ่านมา)
ได้แสดงไว้ในรูปที่
๒ จะเห็นว่าเกิดพีคขึ้น ๒
ตำแหน่ง โดยคาดว่าหนึ่งในสองพีคนี้น่าจะเป็น
NO
ในวันนี้ได้ทำการฉีดแก๊สผสม
N2O
ใน
N2
เพื่อหาตำแหน่งพีค
N2O
ซึ่งได้แสดงไว้ในรูปที่
๓ ซึ่งแสดงว่าพีคหลังเป็นพีคของ
N2O
งานที่ได้ทำต่อในบ่ายวันนี้คือการหาตำแหน่งพีคออกซิเจนเพื่อที่จะตรวจสอบว่าคอลัมน์ที่ใช้อยู่นั้นสามารถแยกพีค
O2
และ
NO
ออกจากกันได้
จากการตรวจสอบเมื่อบ่ายวันนี้คาดว่าน่าจะมีความหวัง
ยังไงก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป
รูปที่
๒ ผลการฉีดแก๊สผสม NO
10000 ppm ใน
N2
โดยตั้ง
APC1
= 160 kPa APC2 = 20 kPa และ
APC3
= 40 kPa
ที่เห็นเส้นสีดำกระโดดสูงกว่าเส้นอื่นนั้นอาจเป็นเพราะว่าเป็นการทดลองฉีดครั้งแรก
และไม่ได้ทำกการปรับความดันใน
sampling
loop จนเหลือเท่ากับความดันบรรยากาศ
รูปที่
๓ ผลการฉีดแก๊สผสม N2O
10000 ppm ใน
N2
โดยตั้ง
APC1
= 160 kPa APC2 = 20 kPa และ
APC3
= 40 kPa เทียบกับพีคการฉีด
NO
ผลที่ได้แสดงว่าพีคที่สองนั้นเป็นพีคของ
N2O
โดยแก๊ส
NO
10000 ppm นั้นมี
N2O
ผสมอยู่ประมาณ
500
ppm
ป้ายกำกับ:
ecd,
electron capture detector,
gas chromatograph,
gc-2014,
N2O,
NOx
วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๒๒ ระบบคอลัมน์ใหม่ของ ECD MO Memoir : Wednesday 4 April 2555
จากการประชุม
๓ ฝ่ายเรื่องปัญหาการวัด
NO
ของ
ECD
เมื่อเช้าวันพุธที่
๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕ นั้น ผม
(ในฐานะผู้ใช้งาน)
ได้ชี้แจงปัญหาของระบบดังนี้
เรื่องที่
๑ :
ECD
ในส่วนของ
ECD
นั้นไม่คิดว่ามีปัญหา
เพราะจากการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยการใช้แก๊ส
NO
ใน
N2
เทียบกับการใช้แก๊ส
N2
บริสุทธิ์พบว่า
ECD
ให้การตอบสนองต่อ
NO
เรื่องที่
๒ :
เทคนิคการฉีดสารตัวอย่าง
ในส่วนของการฉีดสารตัวอย่างนั้น
คิดว่าน่าจะมีปัญหาอยู่ที่มีการรั่วไหลของอากาศเข้าที่วาล์ว
1
เพราะทดสอบด้วยการฉีด
carrier
gas แล้วยังพบพีคของ
O2
(หรือสิ่งปนเปื้อนจากอากาศ)
ปรากฏเล็กน้อย(๑)
แต่เรื่องการควบคุมความดันใน
sampling
loop ให้คงที่ทุกครั้งที่ฉีดนั้นเราได้แก้ปัญหานี้ไปนานแล้ว
และ
เรื่องที่
๓ :
การทำงานของคอลัมน์
ปัญหานั้นอยู่ตรงที่คอลัมน์ที่ให้มานั้นไม่สามารถแยก
NO
ออกจาก
O2
ได้
และระบบที่ให้มานั้นค่อนข้างซับซ้อนและไม่ได้ให้รายละเอียดมาว่าแต่ละส่วนนั้นมีไว้ทำอะไร
พอพบว่าภาวะการทำงานที่ให้มาครั้งแรกนั้นใช้ไม่ได้
ทำให้เกิดปัญหาในการปรับแต่ง
สุดท้ายก็เลยต้องแก้ไขด้วยการตั้งวาล์ว
2
ให้คงที่
ทำเสมือนมีคอลัมน์เดียวต่อตรงจากวาล์วฉีดสารตัวอย่าง
(วาล์ว
1)
ไปยัง
ECD
เลย
ซึ่งหลังการประชุมดังกล่าวทางผู้จำหน่าย
GC
ก็ได้บอกว่าได้คอลัมน์ตัวใหม่มาแล้ว
พร้อมที่จะติดตั้งให้เพื่อทำการทดสอบ
ซึ่งคอลัมน์ดังกล่าวได้รับการติดตั้งไปเมื่อเย็นวันเสาร์ที่
๓๑ มีนาคมที่ผ่านมา
เมื่อวานผมได้รับอีเมล์แผนผังของระบบคอลัมน์ใหม่ของ
ECD
จากเกียรติลดา
(รูปที่
๑)
หลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนดังนี้
๑.
ชื่อที่ถูกต้องของคอลัมน์ที่ติดตั้งใหม่น่าจะเป็น
"Hayesep
DB" ไม่ใช้
"Heyasep
DB" (ตัวอักษร
a
และ
e
สลับที่กันอยู่)
เพราะพอค้นจาก
Google
พบแต่ชื่อ
Hayesep
โดยไม่พบชื่อ
Heyasep
๒.
เส้นท่อสีน้ำเงินที่ออกจากด้านขาออกของ
PDD
ในรูปที่
๑ นั้นไม่น่าจะถูกต้อง
เพราะแก๊สที่ออกจาก PDD
จะต้องถูก
vent
ทิ้งออกไป
ไม่ใช่เอาวนกลับมาเป็นแก๊ส
purge
วาล์ว
3
และวาล์ว
4
ดังนั้นผมคิดว่าแผนผังของระบบคอลัมน์ของ
PDD
ยังคงเป็นเหมือนของเดิม
(รูปที่
๒)
๓.
ตามแผนผังนี้
คอลัมน์ใหม่ที่ติดตั้งตั้งต่อเชื่อมระหว่างวาล์ว
1
กับ
ECD
ดังนั้นจึงไม่มีการใช้วาล์ว
2
เหมือนก่อนหน้านี้
ในขณะเดียวกันมีการนำเอาคอลัมน์
PC-1
P-N ที่เชื่อม
port
2 และ
6
ออกไป
และแทนที่ด้วยข้อต่อ 1/16"
union แทน
๔.
สิ่งที่ผมกังวลอยู่ก็คือ
จากการค้นข้อมูลดูพบว่าคอลัมน์ดังกล่าวใช้แยก
N2
กับ
O2
และแก๊สอื่น
ๆ ที่มีอยู่ในอากาศได้ดี
แต่ใช้อุณหภูมิการทำงานที่ต่ำ
(เช่นที่
25ºC)
ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการวิเคราะห์ได้
เพราะในขณะนี้เราต้องตั้งอุณหภูมิการทำงานของคอลัมน์
GC
ไว้ที่
150ºC
เพื่อไม่ให้มีสัญญาณของน้ำรบกวนตำแหน่งพีค
NH3
และไม่ให้มีน้ำตกค้างอยู่ในคอลัมน์
ดังนั้นถ้าคอลัมน์ใหม่สำหรับ
ECD
นั้นแยก
NO
ได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า
150ºC
เราคงต้องกลับมาพิจารณากันใหม่ว่าจะตั้งโปรแกรมการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิการทำงานของคอลัมน์อย่างไรดี
นั่นอาจหมายถึงเวลาที่ต้องใช้ในการวิเคราะห์แต่ละครั้งจะยืดยาวออกไปอีก
๕.
ผมได้แก้แผนผังการไหลของแก๊สที่ไหลผ่านวาล์ว
1
ทั้งในตำแหน่งเก็บตัวอย่างและฉีดตัวอย่างแล้ว
ตอนนี้ให้ใช้แผนผังตามรูปที่
๓ และ ๔
๖.
เนื่องจากระบบขณะนี้ไม่มีการจำเป็นต้องใช้วาล์ว
4
ดังนั้นเราอาจลดความดันแก๊สผ่าน
APC-2
(ดูรูปที่
๑ ประกอบ)
เพื่อเป็นการประหยัดแก๊ส
แต่ยังจำเป็นต้องมีแก๊สไหลผ่านระบบดังกล่าวอยู่เล็กน้อย
๗.
ค่าความดันเดิมของ
APC-1
APC-2 และ
APC-3
ที่เคยบันทึกไว้คือ(๒)
ACP1
pressure 40.0 kPa
ACP2
pressure 40.0 kPa
ACP3
pressure 50.0 kPa
หมายเหตุ
(๑)
ดู
Memoir
ปีที่
๔ ฉบับที่ ๓๙๖ วันพฤหัสบดีที่
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เรื่อง
"GC-2014
ECD & PDD ตอนที่
๑๗ ปัญหาของวาล์ว ๑"
(๒)
ดู
Memoir
ปีที่
๔ ฉบับที่ ๓๙๒ วันจันทร์ที่
๓๐ มกราคม ๒๕๕๕ เรื่อง "GC-2014
ECD & PDD ตอนที่
๑๔ ตำแหน่งพีค N2O"
รูปที่
๑ แผนผังของระบบคอลัมน์ของ
ECD
หลังการติดตั้งคอลัมน์ใหม่
ทางด้านซ้ายของเส้นประสีเหลืองคือระบบ
ECD
ส่วนทางด้านขวาของเส้นประสีเหลืองคือระบบ
PDD
จากแผนผังจะเห็นว่าระบบคอลัมน์ใหม่ของ
ECD
เป็นการต่อตรงจากวาล์ว
1
ไปยังคอลัมน์
Hayesep
DB แลจากคอลัมน์
Hayesep
DB เข้า
ECD
โดยไม่จำเป็นต้องมีการใช้วาล์ว
2
ส่วนเส้นสีน้ำเงินที่ลากในส่วนของคอลัมน์
PDD
นั้นผมคิดว่าน่าจะไม่ถูกต้อง
ระบบคอลัมน์ของ PDD
ควรจะยังคงเป็นแบบเดิมที่นำมาแสดงซ้ำใหม่ในรูปที่
๒ ในหน้าถัดไป
รูปที่
๒ แผนผังระบบคอลัมน์เดิมของระบบ
ซึ่งผมคิดว่าระบบคอลัมน์ในส่วนของ
PDD
ยังคงเป็นตามแบบนี้อยู่
ส่วนที่เปลี่ยนไปควรมีเฉพาะระบบคอลัมน์ของ
ECD
เท่านั้น
รูปที่
๓ วาล์ว 1
เมื่ออยู่ในตำแหน่ง
sampling
loop รับแก๊สตัวอย่างจากด้านขาออกของ
reactor
กรอบสี่เหลี่ยมสีเหลืองคือบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงจากระบบเดิม
รูปที่
๔ วาล์ว 1
เมื่ออยู่ในตำแหน่งฉีดแก๊สตัวอย่างใน
sampling
loop เข้าคอลัมน์
GC
ป้ายกำกับ:
2014,
ecd,
electron capture detector,
gas chromatograph,
GC,
gc-2014,
Hayesep DB,
NOx
วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555
GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๑๕ ตำแหน่งวาล์วตัวที่ ๑ และตัวที่ ๒ MO Memoir : Tuesday 31 January 2555
ดูเหมือนว่าเย็นวันนี้สาวน้อยหน้าบานจะยิ้มได้สักที
หลังจากที่เมื่อวานบ่ายเขาแวะมาคุยผมเรื่องงานแล้วต้องหน้าเศร้ากลับไป
ผมบอกเขาเมื่อวานว่าอย่างเพิ่งสิ้นหวังซิ
เพราะเรายังมีทางเลือกอยู่ที่เรายังไม่ได้ทดลองทำ
และเมื่อยังไม่ได้ลงมือทดลองทำก็อย่าด่วนสรุปว่ามันไม่มีหวัง
และผมเองก็ไม่ได้คิดว่าทางเลือกที่เหลือนั้นจะใช้ไม่ได้ผล
(แต่ผมก็เตรียมเผื่อใจเอาไว้เหมือนกัน)
Memoir
ฉบับนี้อิงไปยังรูปที่
๒ แผนผังการไหลของแก๊สของเครื่อง
GC-2014
ECD & PDD ที่แสดงไว้ใน
Memoir
ปีที่
๓ ฉบับที่ ๒๗๙ วันพุธที่ ๓๐
มีนาคม ๒๕๕๔ เรื่อง "GC-2014
ECD & PDD ตอนที่
๑ แผนผังระบบเก็บแก๊สตัวอย่าง"
โดยจะขยายรายละเอียดเฉพาะส่วนที่รับแก๊สด้านขาออกจาก
reactor
เพื่อที่จะฉีดเข้า
ECD
วาล์วตัวที่
1
คือ
10-port
valve ที่รับแก๊สตัวอย่างมาด้านขาออกของ
reactor
และเป็นที่ติดตั้ง
sampling
loop สำหรับฉีดสารเข้า
ECD
ส่วนวาล์วตัวที่
2
คือ
6-port
valve ที่ทำหน้าที่ควบคุมให้แก๊สที่มาจากวาล์วตัวที่
1
ให้ไหลไปยัง
ECD
หรือระบายทิ้งออกไป
ก่อนที่เราจะใช้งานนั้น
เราต้องระบุให้ได้ก่อนว่าทางบริษัทตั้งวาล์วเอาไว้ให้ตำแหน่ง
"0"
(หรือตำแหน่ง
"OFF")
และตำแหน่ง
"1"
(หรือตำแหน่ง
"ON")
นั้น
เส้นทางการไหลของแก๊สเป็นอย่างไร
ในการระบุตำแหน่งวาล์วนั้นผมได้ให้แนวความคิดว่า
อัตราการไหลของ carrier
gas ที่ไหลผ่าน
detector
นั้นน่าจะส่งผลถึงสัญญาณของ
detector
เรื่องผลของอัตราการไหลของ
carrier
gas ที่มีผลต่อสัญญาณ
detector
นั้นเรามีประสบการณ์กับ
detector
ชนิด
TCD
(Thermal conductivity detector) PDD (Pulsed discharge detector) FID
(Flame ionisation detector) และ
FPD
(Flame photometric detector) ซึ่ง
detector
แต่ละชนิดก็ว่องไวต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการไหลของ
carrier
gas ที่แตกต่างกันไป
บางชนิดก็ว่องไวมากในขณะที่บางชนิดก็ว่องไวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ตัว ECD
(Electron capture detector) นั้นเรายังไม่มีประสบการณ์
เราเริ่มจากวาล์ว
2
ก่อน
โดยเริ่มต้นความดันแก๊ส
N2
ขาเข้า
APC-2
(ซึ่งใช้เป็น
carrier
gas) นั้นอยู่ที่
40
kPa โดยคาดหวังว่า
(ก)
ถ้าเราเปลี่ยนความดันนี้
(เช่นเพิ่มเป็น
80
kPa) จะทำให้อัตราการไหลของแก๊สผ่าน
APC-2
เปลี่ยนไป
และ
(ข)
ถ้าความแรงสัญญาณของ
ECD
ขึ้นกับอัตราการไหลของ
carrier
gas และ
(ค)
วาล์ว
2
อยู่ในตำแหน่งที่ทำให้แก๊สจาก
APC-2
ดังนั้นเราควรจะเห็นการเปลี่ยนแปลงความแรงของสัญญาณ
ECD
แต่ถ้าเราเปลี่ยนความดันขาเข้า
APC-2
แล้วไม่พบการเปลี่ยนแปลงความแรงสัญญาณ
ECD
นั่นอาจเป็นเพราะ
(ง)
วาล์ว
2
อยู่ในตำแหน่งที่ทำให้แก๊สจาก
APC-2
ไม่ไหลผ่าน
ECD
หรือ
(จ)
ความแรงของสัญญาณ
ECD
ไม่ขึ้นกับอัตราการไหลของ
carrier
gas
ซึ่งจะต้องทำการทดสอบด้วยการเปลี่ยนวาล์ว
2
ให้ไปอยู่ที่อีกตำแหน่งหนึ่ง
จากนั้นก็ทำการปรับความดันขาเข้า
APC-2
ซึ่งถ้าไม่พบการเปลี่ยนแปลงความแรงของสัญญาณ
ECD
ก็แสดงว่า
ECD
ไม่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราการไหลของ
carrier
gas แต่ถ้าพบการเปลี่ยนแปลงความแรงสัญญาณ
ECD
ก็แสดงว่าตำแหน่งใหม่นี้เป็นตำแหน่งที่ให้แก๊สจาก
APC-2
ไหลเข้า
ECD
จากการทดสอบกับวาล์ว
2
เราพบว่าเมื่อเราเพิ่มความดันแก๊ส
N2
ขาเข้า
APC-2
(จาก
40
kPa เป็น
80
kPa) ซึ่งจะทำให้แก๊ส
N2
ไหลผ่าน
ECD
เร็วขึ้น
ECD
จะส่งสัญญาณที่แรงขึ้น
และเมื่อลดความดันแก๊ส N2
ขาเข้า
APC-2
กลับคืนเดิม
(จาก
80
kPa เหลือ
40
kPa) สัญญาณก็กลับมาที่เดิม
ด้วยวิธีการนี้ทำให้เราสามารถระบุตำแหน่งวาล์ว
2
ได้ก่อน
จากนั้นจึงได้ทำการทดลองเพื่อระบุตำแหน่งวาล์ว
1
โดยตั้งวาล์ว
2
ให้อยู่ในตำแหน่งที่ให้แก๊สจากวาล์ว
1
ไหลตรงไปยัง
ECD
(ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ให้แก๊สจาก
APC-2
ไม่ไหลเข้า
ECD)
จากนั้นก็ได้ทดลองเปลี่ยนตำแหน่งวาล์ว
1
(ความดันแก๊ส
N2
ขาเข้า
APC-1
ตั้งไว้ที่
40
kPa) โดยได้พิจารณาจากผังการไหลแล้วได้ข้อสรุปว่า
(ฉ)
ถ้าเริ่มต้นวาล์ว
1
อยู่ที่ตำแหน่งเก็บตัวอย่าง
แก๊สที่ไหลเข้า ECD
ที่จะไหลในเส้นทางผ่าน
DC-1
เข้า
port
4 ของวาล์ว
1
(มีการวนเข้าตัววาล์วเพียงครั้งเดียว
และเนื่องจากรูที่ตัววาล์วมีขนาดเล็กมาก
ดังนั้นจะเกิดความต้านทานการไหลสูงมากที่ทางเข้าตัววาล์ว)
และเมื่อเปลี่ยนตำแหน่งวาล์ว
1
ให้ไปอยู่ในตำแหน่งฉีดตัวอย่างจาก
sampling
loop เข้าคอลัมน์
แก๊สที่ไหลไปยัง ECD
จะไหลในเส้นทางผ่าน
sampling
loop ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความต้านทานการไหลสูงกว่า
(มีการไหลเข้าวาล์วถึง
3
ครั้งคือที่ตำแหน่ง
7
1 และ
6
ตามลำดับ
ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความต้านทานการไหลที่สูงกว่า)
ดังนั้นอัตราการไหลจะลดลง
เราก็ควรจะเห็นความแรงสัญญาณ
ECD
ลดลง
(ช)
ในทางกลับกันถ้าเริ่มต้นวาล์ว
1
อยู่ที่ตำแหน่งฉีดตัวอย่างเข้าคอลัมน์
เมื่อเราเปลี่ยนตำแหน่งวาล์ว
1
จะทำให้อัตราการไหลของแก๊สไปยัง
ECD
เพิ่มขึ้น
เราก็จะเห็นความแรงของสัญญาณ
ECD
เพิ่มมากขึ้น
และด้วยความพยายามของกลุ่ม
สาว สาว สาว (สาวน้อยหน้าบาน
สาวน้อยร้อยแปดสิบเซนต์
และสาวน้อยผิวเข้ม)
จึงทำให้เราสามารถระบุตำแหน่งวาล์ว
1
และ
2
ได้ดังแสดงในรูปที่
๑-๔
ขั้นตอนต่อไปคือการระบุตำแหน่งพีค
NO
และ
N2O
ซึ่งจากการคุยโทรศัพท์กันคร่าว
ๆ เมื่อเย็นหวังนี้
หวังว่าพรุ่งนี้เช้าคงจะมีข่าวดี
รูปที่
๑ วาล์ว 1
เมื่ออยู่ในตำแหน่ง
sampling
loop รับแก๊สตัวอย่างจากด้านขาออกของ
reactor
รูปที่ ๒ วาล์ว 1 เมื่ออยู่ในตำแหน่งฉีดแก๊สตัวอย่างใน sampling loop เข้าคอลัมน์ GC
ป้ายกำกับ:
2014,
ecd,
electron capture detector,
gc-2014,
pdd,
pulse discharge detector,
sampling valve
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ตัวเร่งปฏิกิริยาและการทดสอบ
- การกำจัดสีเมทิลีนบลู
- การคำนวณพื้นที่ผิวแบบ Single point BET
- การคำนวณพื้นที่ผิวแบบ Single point BET ตอนที่ ๒ ผลกระทบจากความเข้มข้นไนโตรเจนที่ใช้
- การจำแนกตำแหน่งที่เป็นกรด Brönsted และ Lewis บนพื้นผิวของแข็งด้วยเทคนิค Infrared spectroscopy และ Adsorbed probe molecules
- การจำแนกตำแหน่งที่เป็นเบส Brönsted และ Lewis บนพื้นผิวของแข็งด้วยเทคนิค Infrared spectroscopy และ Adsorbed probe molecules
- การใช้ข้อต่อสามทางผสมแก๊ส
- การใช้ Avicel PH-101 เป็น catalyst support
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๑ ขั้นตอนของการเกิดปฏิกิริยาบนตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๒ การดูดซับบนพื้นผิวของแข็ง
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๓ แบบจำลองไอโซเทอมการดูดซับของ Freundlich
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๔ แบบจำลองไอโซเทอมการดูดซับของ Langmuir
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๕ แบบจำลองไอโซเทอมการดูดซับของ Temkin
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๖ แบบจำลองไอโซเทอมการดูดซับของ BET
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๗ ตัวอย่างไอโซเทอมการดูดซับของ BET
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๘ ตัวอย่างไอโซเทอมการดูดซับของ BET (๒)
- การดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๙ ตัวอย่างไอโซเทอมการดูดซับของ BET (๓)
- การเตรียมตัวอย่างตัวเร่งปฏิกิริยาแบบผงให้เป็นแผ่นบาง
- การทดสอบตัวเร่งปฏิกิริยา - ผลแตกต่างหรือไม่แตกต่าง
- การทำปฏิกิริยา ๓ เฟสใน stirred reactor
- การบรรจุ inert material ใน fixed-bed
- การปรับ WHSV
- การปั่นกวนของแข็งให้แขวนลอยในของเหลว ตอนที่ ๑ ผลของความหนาแน่นที่แตกต่าง
- การปั่นกวนของแข็งให้แขวนลอยในของเหลว ตอนที่ ๒ ขนาดของ magnetic bar กับเส้นผ่านศูนย์กลางภาชนะ
- การปั่นกวนของแข็งให้แขวนลอยในของเหลว ตอนที่ ๓ ผลของรูปร่างภาชนะ
- การผสมแก๊สอัตราการไหลต่ำเข้ากับแก๊สอัตราการไหลสูง
- การระบุชนิดโลหะออกไซด์
- การลาก smooth line เชื่อมจุด
- การเลือกค่า WHSV (Weight Hourly Space Velocity) สำหรับการทดลอง
- การวัดความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง (อีกครั้ง)
- การวัดปริมาณตำแหน่งที่เป็นกรด-เบสบนพื้นผิวของแข็งด้วย GC
- การวัดปริมาณตำแหน่งที่เป็นกรด-เบสบนพื้นผิวของแข็งด้วย GC (๒)
- การวัดพื้นที่ผิว BET
- การวิเคราะห์ความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง ด้วยเทคนิคการดูดซับ Probe molecule (๑)
- การวิเคราะห์ความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง ด้วยเทคนิคการดูดซับ Probe molecule (๒)
- การวิเคราะห์ความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง ด้วยเทคนิคการดูดซับ Probe molecule (๓)
- การวิเคราะห์ความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง ด้วยเทคนิคการดูดซับ Probe molecule (๔)
- การวิเคราะห์ความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง ด้วยเทคนิคการดูดซับ Probe molecule (๕)
- การวิเคราะห์ความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง ด้วยเทคนิคการดูดซับ Probe molecule (๖)
- การไหลผ่าน Straightening vane และโมโนลิท (Monolith)
- เก็บตกจากการประชุมวิชาการ ๒๕๕๗ ตอนที่ ๑
- เก็บตกจากการประชุมวิชาการ ๒๕๕๗ ตอนที่ ๒
- เก็บตกจากการประชุมวิชาการ ๒๕๖๘
- ข้อควรระวังเมื่อใช้ออกซิเจนความเข้มข้นสูง
- ข้อพึงระวังในการแปลผลการทดลอง
- ค่า signal to noise ratio ที่ต่ำที่สุด
- จลนศาสตร์การเกิดปฏิกิริยาบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๑ Volcano principle
- จลนศาสตร์การเกิดปฏิกิริยาบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๒ แบบจำลอง Langmuir
- จลนศาสตร์การเกิดปฏิกิริยาบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๓ แบบจำลอง Langmuir-Hinshelwood
- จลนศาสตร์การเกิดปฏิกิริยาบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๔ แบบจำลอง Eley-Rideal
- จลนศาสตร์การเกิดปฏิกิริยาบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ ตอนที่ ๕ แบบจำลอง REDOX
- ตอบคำถามเรื่องการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา
- ตัวเลขมันสวย แต่เชื่อไม่ได้
- ตัวเลขไม่ได้ผิดหรอก คุณเข้าใจนิยามไม่สมบูรณ์ต่างหาก
- ตัวไหนดีกว่ากัน (Catalyst)
- แต่ละจุดควรต่างกันเท่าใด
- ท่อแก๊สระบบ acetylene hydrogenation
- น้ำหนักหายได้อย่างไร
- ปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนและการแทนที่ไฮโดรเจนของอะเซทิลีน
- ปฏิกิริยาอันดับ 1 หรือปฏิกิริยาอันดับ 2
- ปฏิกิริยาเอกพันธ์และปฏิกิริยาวิวิธพันธ์ในเบดนิ่ง
- ปั๊มสูบไนโตรเจนเหลวจากถังเก็บ
- ผลของแก๊สเฉื่อยต่อการเกิดปฏิกิริยา
- เผาในเตาแบบไหนดี (Calcination)
- พลังงานกระตุ้นกับปฏิกิริยาคายความร้อนในเครื่องปฏิกรณ์เบดนิ่ง
- เมื่อแก๊สรั่วที่ rotameter
- เมื่อพีคออกซิเจนของระบบ DeNOx หายไป
- เมื่อเส้น Desorption isotherm ต่ำกว่าเส้น Adsorption isotherm
- เมื่อ base line เครื่อง chemisorb ไม่นิ่ง
- เมื่อ Mass Flow Controller คุมการไหลไม่ได้
- เรื่องของสุญญากาศกับ XPS
- สแกนกี่รอบดี
- สมดุลความร้อนรอบ Laboratory scale fixed-bed reactor
- สรุปการประชุมวันพฤหัสบดีที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๓
- เส้น Cu Kα มี ๒ เส้น
- เห็นอะไรไม่สมเหตุสมผลไหมครับ
- อย่าลืมดูแกน Y
- อย่าให้ค่า R-squared (Coefficient of Determination) หลอกคุณได้
- อุณหภูมิกับการไหลของแก๊สผ่าน fixed-bed
- อุณหภูมิและการดูดซับ
- BET Adsorption-Desorption Isotherm Type I และ Type IV
- ChemiSorb 2750 : การเตรียมตัวอย่างเพื่อการวัดพื้นที่ผิว BET
- ChemiSorb 2750 : การวัดพื้นที่ผิวแบบ Single point BET
- ChemiSorb 2750 : ผลของอัตราการไหลต่อความแรงสัญญาณ
- Distribution functions
- Electron Spin Resonance (ESR)
- GHSV หรือ WHSV
- in situ กับ operando
- Ion-induced reduction ขณะทำการวิเคราะห์ด้วย XPS
- MO ตอบคำถาม การทดลอง gas phase reaction ใน fixed-bed
- MO ตอบคำถาม การวัดความเป็นกรด-เบสบนพื้นผิวของแข็ง
- Monolayer หรือความหนาเพียงชั้นอะตอมเดียว
- NH3-TPD - การลาก base line
- NH3-TPD - การลาก base line (๒)
- NH3-TPD - การไล่น้ำและการวาดกราฟข้อมูล
- NH3-TPD ตอน ตัวอย่างผลการวิเคราะห์ ๑
- NH3-TPD ตอน ตัวอย่างผลการวิเคราะห์ ๒
- Physisorption isotherms Type I และ Type IV
- Scherrer's equation
- Scherrer's equation (ตอนที่ 2)
- Scherrer's equation (ตอนที่ ๓)
- Scherrer's equation (ตอนที่ ๔)
- Supported metal catalyst และ Supported metal oxide catalyst
- Temperature programmed reduction ด้วยไฮโดรเจน (H2-TPR)
- Temperature programmed reduction ด้วยไฮโดรเจน (H2-TPR) ภาค ๒
- UV-Vis - peak fitting
- XPS ตอน การแยกพีค Mo และ W
- XPS ตอน จำนวนรอบการสแกน
- XRD - peak fitting
คณิตศาสตร์สำหรับวิศวกรรมเคมี
- การแก้ปัญหาสมการเชิงอนุพันธ์สามัญปัญหาเงื่อนไขค่าเริ่มต้นด้วยระเบียบวิธี Bogacki-Shampine และ Predictor-Evaluator-Corrector-Evaluator (PECE)
- การแก้ปัญหาสมการอนุพันธ์สามัญ ด้วย ODE solvers ของ GNU Octave ตอนที่ ๑
- การแก้ปัญหาสมการอนุพันธ์สามัญ ด้วย ODE solvers ของ GNU Octave ตอนที่ ๒
- การแก้ปัญหาสมการอนุพันธ์สามัญ ด้วย ODE solvers ของ GNU Octave ตอนที่ ๓
- การแก้สมการเชิงอนุพันธ์สามัญด้วยการใช้ Integrating factor
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๑)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๑๐)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๑๑)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๑๒)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๑๓)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๒)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๓)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๔)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๕)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๖)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๗)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๘)
- การแก้สมการอนุพันธ์ด้วยฟังก์ชันพหุนาม (๙)
- การคำนวณค่าฟังก์ชันพหุนาม
- การปรับเรียบ (Smoothing) ข้อมูล (ตอนที่ ๑)
- การปรับเรียบ (Smoothing) ข้อมูล (ตอนที่ ๒)
- การปรับเรียบ (Smoothing) ข้อมูล (ตอนที่ ๓)
- การหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร x และ y
- ข้อพึงระวังในการใช้ฟังก์ชันพหุนามในการประมาณค่าในช่วง
- ข้อพึงระวังในการใช้ฟังก์ชันพหุนามในการประมาณค่าในช่วง (๒)
- ข้อพึงระวังในการใช้ฟังก์ชันพหุนามในการประมาณค่าในช่วง (๒) (pdf)
- ข้อพึงระวังในการใช้ฟังก์ชันพหุนามในการประมาณค่าในช่วง (๓)
- ข้อสอบเก่าชุดที่ ๑
- ข้อสอบเก่าชุดที่ ๒
- ค่าคลาดเคลื่อน (error)
- จำนวนที่น้อยที่สุดที่เมื่อบวกกับ 1 แล้วได้ผลลัพธ์ไม่ใช่ 1
- โจทย์ผิดหรือถูกคะ??
- ใช่ว่าคอมพิวเตอร์จะคิดเลขถูกเสมอไป
- ตัวเลขที่เท่ากันแต่ไม่เท่ากัน
- ตัวอย่างการแก้ปัญหา สมการพีชคณิตไม่เชิงเส้นด้วยระเบียบวิธีนิวตัน-ราฟสัน
- ตัวอย่างการแก้ปัญหา สมการพีชคณิตไม่เชิงเส้นด้วยระเบียบวิธี Müller และ Inverse quadratic interpolation
- ตัวอย่างการแก้ปัญหา สมการพีชคณิตไม่เชิงเส้นด้วยระเบียบวิธี successive iteration
- ตัวอย่างการแก้ปัญหา สมการพีชคณิตไม่เชิงเส้นด้วยระเบียบวิธี successive iteration (pdf)
- ตัวอย่างการแก้ปัญหา สมการพีชคณิตไม่เชิงเส้นด้วย Function fzero ของ GNU Octave
- ตัวอย่างการคำนวณหาพื้นที่ใต้กราฟ ด้วยระเบียบวิธี Gaussian quadrature
- ตัวอย่างการคำนวณหาพื้นที่ใต้กราฟ ด้วยระเบียบวิธี Gaussian quadrature (pdf)
- ตัวอย่างผลของรูปแบบสมการต่อคำตอบของ ODE-IVP
- ตัวอย่างเพิ่มเติมบทที่ ๑
- ตัวอย่างเพิ่มเติมบทที่ ๒
- ตัวอย่างเพิ่มเติมบทที่ ๓
- ตัวอย่างเพิ่มเติมบทที่ ๔
- ทบทวนเรื่องการคูณเมทริกซ์
- ทบทวนเรื่อง Taylor's series
- ทศนิยมลงท้ายด้วยเลข 5 จะปัดขึ้นหรือปัดลง
- บทที่ ๑ การคำนวณตัวเลขในระบบทศนิยม
- บทที่ ๒ การแก้ปัญหาระบบสมการพีชคณิตเชิงเส้น
- บทที่ ๓ การแก้ปัญหาระบบสมการพีชคณิตไม่เชิงเส้น
- บทที่ ๔ การประมาณค่าในช่วง
- บทที่ ๕ การหาค่าอนุพันธ์
- บทที่ ๖ การหาค่าอินทิกรัล
- บทที่ ๗ การแก้ปัญหาสมการเชิงอนุพันธ์สามัญ ระบบสมการปัญหาเงื่อนไขค่าเริ่มต้น
- บทที่ ๘ การแก้ปัญหาสมการเชิงอนุพันธ์สามัญ ระบบสมการปัญหาเงื่อนไขค่าขอบเขต
- บทที่ ๙ การแก้ปัญหาสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย
- ปฏิกิริยาคายความร้อนใน CSTR (ตอนที่ ๑)
- ปฏิกิริยาคายความร้อนใน CSTR (ตอนที่ ๒)
- เปรียบเทียบการแก้ปัญหาสมการพีชคณิตไม่เชิงเส้นด้วย solver ของ GNU Octave
- เปรียบเทียบการแก้ Stiff equation ด้วยระเบียบวิธี Runge-Kutta และ Adam-Bashforth
- เปรียบเทียบระเบียบวิธี Runge-Kutta
- เปรียบเทียบ Gauss elimination ที่มีและไม่มีการทำ Pivoting
- เปรียบเทียบ Gauss elimination ที่มีและไม่มีการทำ Pivoting (Spreadsheet)
- ฟังก์ชันแกมมา (Gamma function) และ ฟังก์ชันเบสเซล (Bessel function)
- เมื่อ 1 ไม่เท่ากับ 0.1 x 10
- เมื่อคอมพิวเตอร์ให้คำตอบจากโจทย์ที่ไม่ควรมีคำตอบ
- ระเบียบวิธี Implicit Euler และ Crank-Nicholson กับ Stiff equation
- เลขฐาน ๑๐ เลขฐาน ๒ จำนวนเต็ม จำนวนจริง
- Distribution functions
- LU decomposition ร่วมกับ Iterative improvement
- LU decomposition ร่วมกับ Iterative improvement (pdf)
- Machine precision กับ Machine accuracy
เคมีสำหรับวิศวกรเคมี
- กรด-เบส : อ่อน-แก่
- กรด-เบส : อะไรควรอยู่ในบิวเรต
- กราฟการไทเทรตกรดกำมะถัน (H2SO4)
- กราฟการไทเทรตกรดกำมะถัน (H2SO4) ตอนที่ ๒
- กราฟการไทเทรตกรดที่ให้โปรตอนได้ ๒ ตัว
- กราฟการไทเทรตกรดที่ให้โปรตอนได้ ๓ ตัว
- กราฟการไทเทรตกรดไฮโปคลอรัส (HOCl)
- กราฟอุณหภูมิการกลั่นของน้ำมันเบนซิน (Gasoline distillation curve)
- กลิ่นกับอันตรายของสารเคมี
- การกำจัดสีเมทิลีนบลู
- การเกิดปฏิกิริยาเคมี
- การเจือจางไฮโดรคาร์บอนในน้ำ
- การใช้ pH probe
- การใช้ Tetraethyl lead นอกเหนือไปจากการเพิ่มเลขออกเทน
- การดูดกลืนคลื่นแสงของแก้ว Pyrex และ Duran
- การดูดกลืนแสงสีแดง
- การเตรียมสารละลายด้วยขวดวัดปริมาตร
- การเตรียมหมู่เอมีนและปฏิกิริยาของหมู่เอมีน (การสังเคราะห์ฟีนิลบิวตาโซน)
- การทำน้ำให้บริสุทธิ์สำหรับห้องปฏิบัติการ
- การทำปฏิกิริยาของโพรพิลีนออกไซด์ (1,2-Propylene oxide) ตอนที่ ๑
- การทำปฏิกิริยาของโพรพิลีนออกไซด์ (1,2-Propylene oxide) ตอนที่ ๒
- การทำปฏิกิริยาของหมู่ Epoxide ในโครงสร้าง Graphene oxide
- การทำปฏิกิริยาต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์
- การเทของเหลวใส่บิวเรต
- การไทเทรต 1,1-Diamino-2,2-dinitroethene (FOX-7)
- การน๊อคของเครื่องยนต์แก๊สโซลีน และสารเพิ่มเลขออกเทนของน้ำมัน
- การเปลี่ยนพลาสติกเป็นน้ำมัน
- การเปลี่ยนเอทานอล (Ethanol) ไปเป็นอะเซทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde)
- การเรียกชื่อสารเคมี
- การลดการระเหยของของเหลว
- การละลายของแก๊สในเฮกเซน (Ethylene polymerisation)
- การละลายเข้าด้วยกันของโมเลกุลมีขั้ว-ไม่มีขั้ว
- การวัดความเป็นกรดบนพื้นผิวของแข็ง (อีกครั้ง)
- การวัดปริมาณ-ความแรงของตำแหน่งที่เป็นกรดบนพื้นผิว
- การวัดปริมาณตำแหน่งที่เป็นกรด-เบสบนพื้นผิวของแข็งด้วย GC
- การวัดปริมาตรของเหลว
- การหาความเข้มข้นสารละลายมาตรฐานกรด
- การหาจุดสมมูลของการไทเทรตจากกราฟการไทเทรต
- การอ่านผลการทดลองการไทเทรตกรด-เบส
- การอ่านผลการทดลองการไทเทรตกรด-เบส (ตอนที่ ๒)
- การอ่านผลการทดลองการไทเทรตกรด-เบส (ตอนที่ ๓)
- แก๊สมัสตาร์ดกับกลิ่นทุเรียน
- ข้อควรระวังเมื่อใช้ออกซิเจนความเข้มข้นสูง
- คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับงานเคมีวิเคราะห์
- ความกระด้าง (Hardness) ของน้ำกับปริมาณของแข็งทั้งหมด ที่ละลายอยู่ (Total Dissolved Solid - TDS)
- ความดันกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี
- ความเป็นกรดของหมู่ไฮดรอกซิล (Hydroxyl group) ตอนที่ ๑
- ความเป็นกรดของหมู่ไฮดรอกซิล (Hydroxyl group) ตอนที่ ๒
- ความเป็นกรดของอัลฟาไฮโดรเจนอะตอม (alpha-Hydrogen atom) ตอน กรดบาร์บิทูริก (Barbituric acid)
- ความเป็นกรดของอัลฟาไฮโดรเจนอะตอม (alpha-Hydrogen atoms)
- ความเป็นขั้วบวกของอะตอม C และการทำปฏิกิริยาของอีพิคลอโรไฮดริน (epichlorohydrin)
- ความเป็นไอออนิก (Percentage ionic character)
- ความสัมพันธ์ระหว่างสีกับชนิดและปริมาณธาตุ
- ความสำคัญของเคมีวิเคราะห์และเคมีอินทรีย์ในงานวิศวกรรมเคมี
- ความเห็นที่ไม่ลงรอยกับโดเรมี่
- ค้างที่ปลายปิเปตไม่เท่ากัน
- คำตอบของ Cubic equation of state
- จากกลีเซอรอล (glycerol) ไปเป็นอีพิคลอโรไฮดริน (epichlorohydrin)
- จากเบนซาลดีไฮด์ (Benzaldehyde) ไปเป็นกรดเบนซิลิก (Benzilic acid)
- จากโอเลฟินส์ถึงพอลิอีเทอร์ (From olefins to polyethers)
- จาก Acetone เป็น Pinacolone
- จาก Alkanes ไปเป็น Aramids
- จาก Aniline ไปเป็น Methyl orange
- จาก Benzene ไปเป็น Butter yellow
- จาก Hexane ไปเป็น Nylon
- จาก Toluene และ m-Xylene ไปเป็นยาชา
- ดำหรือขาว
- ไดโบรโมเททระฟลูออโรอีเทน (Dibromotetrafluoroethane)
- ไดโพรพิลเอมีน (Dipropylamine)
- ตกค้างเพราะเปียกพื้นผิว
- ตอบคำถามแบบแทงกั๊ก
- ตอบคำถามให้ชัดเจนและครอบคลุม
- ตำราสอนการใช้ปิเปตเมื่อ ๓๓ ปีที่แล้ว
- ไตรเอทานอลเอมีน (Triethanolamine)
- ถ่านแก๊ส หินแก๊ส แก๊สก้อน
- ทอดไข่เจียวให้อร่อยต้องใช้น้ำมันหมู
- ทำไมน้ำกระด้างจึงมีฟอง
- ที่แขวนกล้วย
- เท่ากับเท่าไร
- โทลูอีน (Toluene)
- ไทโอนีลคลอไรด์ (Thionyl chloride)
- นานาสาระเคมีวิเคราะห์
- น้ำด่าง น้ำอัลคาไลน์ น้ำดื่ม
- น้ำดื่ม (คิดสักนิดก่อนกดแชร์ เรื่องที่ ๑๑)
- น้ำตาลทราย ซูคราโลส และยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชาย
- น้ำบริสุทธิ์ (Purified water)
- ไนโตรเจนเป็นแก๊สเฉื่อยหรือไม่
- บีกเกอร์ 250 ml
- แบบทดสอบก่อนเริ่มเรียนวิชาเคมีสำหรับนิสิตวิศวกรรมเคมี
- ปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนและการแทนที่ไฮโดรเจนของอะเซทิลีน (Hydrogenation and replacement of acetylenic hydrogen)
- ปฏิกิริยาการผลิต Vinyl chloride
- ปฏิกิริยาการออกซิไดซ์
- ปฏิกิริยา alpha halogenation และการสังเคราะห์ tertiary amine
- ปฏิกิริยา ammoxidation หมู่เมทิลที่เกาะอยู่กับวงแหวนเบนซีน
- ปฏิกิริยา Benzene alkylation
- ปฏิกิริยา Dehydroxylation
- ปฏิกิริยา Electrophilic substitution ของ m-Xylene
- ปฏิกิริยา Nucleophilic substitution ของสารประกอบ Organic halides
- ประโยชน์ของ Nitric oxide ในทางการแพทย์
- ปัญหาการสร้าง calibration curve ของ ICP
- ปัญหาการหาความเข้มข้นสารละลายกรด
- ปัญหาของไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว
- โป้ง ชี้ กลาง นาง ก้อย
- ผลของค่าพีเอชต่อสีของสารละลายเปอร์แมงกาเนต
- ผลของอุณหภูมิต่อการแทนที่ตำแหน่งที่ 2 บนวงแหวนเบนซีน
- ฝึกงานภาคฤดูร้อน ๒๕๕๓ ตอนที่ ๑ อธิบายศัพท์
- พีคเหมือนกันก็แปลว่ามีหมู่ฟังก์ชันเหมือนกัน
- ฟลูออรีนหายไปไหน
- ฟอสฟอรัสออกซีคลอไรด์ (Phosphorus Oxychloride)
- ฟีนอล แอซีโทน แอสไพริน พาราเซตามอล สิว โรคหัวใจ และงู
- มุมมองที่ถูกจำกัด
- เมทานอลกับเจลล้างมือ
- เมื่อคิดในรูปของ ...
- เมื่อตำรายังพลาดได้ (Free radical polymerisation)
- เมื่อน้ำเพิ่มปริมาตรเองได้
- เมื่อหมู่คาร์บอนิล (carbonyl) ทำปฏิกิริยากันเอง
- รังสีเอ็กซ์
- เรื่องของสไตรีน (คิดสักนิดก่อนกด Share เรื่องที่ ๑)
- แลปการไทเทรตกรด-เบส ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา ๒๕๖๐
- ศัพท์เทคนิค-เคมีวิเคราะห์
- สรุปคำถาม-ตอบการสอบวันศุกร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๒
- สีหายไม่ได้หมายความว่าสารหาย
- เสถียรภาพของอนุมูลอิสระ (๑)
- เสถียรภาพของอนุมูลอิสระ (๒)
- เสถียรภาพของอนุมูลอิสระ (๓)
- หมู่ทำให้เกิดสี (chromophore) และหมู่เร่งสี (auxochrome)
- หลอกด้วยข้อสอบเก่า
- อะเซทิลีน กลีเซอรีน และไทออล
- อะโรมาติก : การผลิต การใช้ประโยชน์ และปัญหา
- อัลคิลเอมีน (Alkyl amines) และ อัลคิลอัลคานอลเอมีน (Alkyl alkanolamines)
- อีเทอร์กับการเกิดสารประกอบเปอร์ออกไซด์
- อุณหภูมิ อัตราการเกิดปฏิกิริยา สมดุลเคมี
- เอา 2,2-dimethylbutane (neohexane) ไปทำอะไรดี
- เอาเบนซีนกับเอทานอลไปทำอะไรดี
- เอา isopentane ไปทำอะไรดี
- เอา maleic anhydride ไปทำอะไรดี
- เอา pentane ไปทำอะไรดี
- ไอโซเมอร์ (Isomer)
- ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับพอลิโพรพิลีน
- Acentric factor
- Aldol condensation กับ Cannizzaro reaction
- Aldol condesation ระหว่าง Benzaldehyde กับ Acetone
- A-Level เคมี ปี ๖๖ ข้อพอลิเอทิลีน
- A-Level เคมี ปี ๖๘ ข้อการแยกสารด้วยการกลั่น
- Beilstein test กับเตาแก๊สที่บ้าน
- Benzaldehyde กับปฏิกิริยา Nitroaldol
- BOD และ COD
- BOD หรือ DO
- Carbocation - การเกิดและเสถียรภาพ
- Carbocation - การทำปฏิกิริยา
- Carbocation ตอนที่ ๓ การจำแนกประเภท-เสถียรภาพ
- Chloropicrin (Trichloronitromethane)
- Compressibility factor กับ Joule-Thomson effect
- Conjugated double bonds กับ Aromaticity
- Cubic centimetre กับ Specific gravity
- Dehydration, Esterification และ Friedle-Crafts Acylation
- Electrophilic addition ของอัลคีน
- Electrophilic addition ของอัลคีน (๒)
- Electrophilic addition ของ conjugated diene
- Electrophilic substitution ตำแหน่งที่ 1 บนวงแหวนเบนซีน
- Electrophilic substitution ตำแหน่งที่ 2 บนวงแหวนเบนซีน ตอน ผลของอุณหภูมิการทำปฏิกิริยา
- Electrophilic substitution ตำแหน่งที่ 3 บนวงแหวนเบนซีน
- Electrophilic substitution ตำแหน่งที่ 3 บนวงแหวนเบนซีน ตอน การสังเคราะห์ 2,4-Dinitrophenol
- Esterification of hydroxyl group
- Gibbs Free Energy กับการเกิดปฏิกิริยาและการดูดซับ
- Halogenation ของ alkane
- Halogenation ของ alkane (๒)
- HCl ก่อน ตามด้วย H2SO4 แล้วจึงเป็น HNO3
- I2 ในสารละลาย KI กับไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว
- Infrared spectrum interpretation
- Interferometer
- IR spectra ของโทลูอีน (Toluene) เอทิลเบนซีน (Ethylbenzene) โพรพิลเบนซีน (Propylbenzene) และคิวมีน (Cumene)
- IR spectra ของเบนซีน (Benzene) และไซลีน (Xylenes)
- IR spectra ของเพนทีน (Pentenes)
- Kjeldahl nitrogen determination method
- Malayan emergency, สงครามเวียดนาม, Seveso และหัวหิน
- MO ตอบคำถาม การวัดความเป็นกรด-เบสบนพื้นผิวของแข็ง
- Nucleophile กับ Electrophile
- PAT2 เคมี ปี ๖๕ ข้อการไทเทรตกรดเบส
- Peng-Robinson Equation of State
- Phenol, Ether และ Dioxin
- Phospharic acid กับ Anhydrous phosphoric acid และ Potassium dioxide
- pH Probe
- Picric acid (2,4,6-Trinitrophenol) และ Chloropicrin
- PV diagram กับการอัดแก๊ส
- Pyrophoric substance
- Reactions of hydroxyl group
- Reactions of hydroxyl group (ตอนที่ ๒)
- Redlich-Kwong Equation of State
- Redlich-Kwong Equation of State (ตอนที่ ๒)
- Soave-Redlich-Kwong Equation of State
- Standard x-ray powder diffraction pattern ของ TiO2
- Sulphur monochloride และ Sulphur dichloride
- Thermal cracking - Thermal decomposition
- Thiols, Thioethers และ Dimethyl thioether
- Van der Waals' Equation of State
- Vulcanisation
ประสบการณ์ Gas chromatograph/Chromatogram
- 6 Port sampling valve
- กระดาษความร้อน (thermal paper) มี ๒ หน้า
- การแก้ปัญหา packing ในคอลัมน์ GC อัดตัวแน่น
- การฉีดแก๊สเข้า GC ด้วยวาล์วเก็บตัวอย่าง
- การฉีดตัวอย่างที่เป็นของเหลวด้วย syringe
- การฉีด GC
- การใช้ syringe ฉีดตัวอย่างที่เป็นแก๊ส
- การดึงเศษท่อทองแดงที่หักคา tube fitting ออก
- การตั้งอุณหภูมิคอลัมน์ GC
- การติดตั้ง Integrator ให้กับ GC-8A เพื่อวัด CO2
- การเตรียมคอลัมน์ GC ก่อนการใช้งาน
- การปรับความสูงพีค GC
- การวัดปริมาณไฮโดรเจนด้วย GC-TCD
- ข้อสังเกตเกี่ยวกับ FPD (ตอนที่ ๒)
- ข้อสังเกตเกี่ยวกับ FPD (Flame Photometric Detector)
- โครมาโทกราฟแยกสารได้อย่างไร
- ชนิดคอลัมน์ GC
- ตรวจโครมาโทแกรม ก่อนอ่านต้วเลข
- ตัวอย่างการแยกพีค GC ที่ไม่เหมาะสม
- ทำความรู้จักกับ Chromatogram ตอนที่ ๑
- ทำความรู้จักกับ Chromatogram ตอนที่ ๒
- ทำความรู้จักกับ Chromatogram ตอนที่ ๓
- ทำความรู้จักกับ Chromatogram ตอนที่ ๔
- ทำความรู้จักกับ Chromatogram ตอนที่ ๕
- ทำความรู้จักกับ Chromatogram ตอนที่ ๖
- ทำไมพีคจึงลากหาง
- ผลกระทบของน้ำที่มีต่อการวัดคาร์บอนไดออกไซด์ ตอนที่ ๑
- ผลกระทบของน้ำที่มีต่อการวัดคาร์บอนไดออกไซด์ ตอนที่ ๒
- ผลกระทบของน้ำที่มีต่อการวัดคาร์บอนไดออกไซด์ ตอนที่ ๓
- พีคที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำกับ packing ในคอลัมน์ GC
- พีคประหลาดจากการใช้อากาศน้อยไปหน่อย
- มันไม่เท่ากันนะ
- เมื่อความแรงของพีค GC ลดลง
- เมื่อจุดไฟ FID ไม่ได้
- เมื่อพีค GC หายไป
- เมื่อพีค GC ออกมาผิดเวลา
- เมื่อพีค GC ออกมาผิดเวลา(อีกแล้ว)
- เมื่อพีค HPLC ออกมาผิดเวลา
- เมื่อเพิ่มความดันอากาศให้กับ FID ไม่ได้
- เมื่อ GC ถ่านหมด
- เมื่อ GC มีพีคประหลาด
- ลากให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่าน
- สัญญาณจาก carrier gas รั่วผ่าน septum
- สารพัดปัญหา GC
- สิ่งปนเปื้อนในน้ำ DI
- สิ่งปนเปื้อนในน้ำ DI (ตอนที่ ๒)
- Chromatograph principles and practices
- Flame Ionisation Detector
- GC-2014 ECD & PDD ตอนที่ ๗ ข้อสังเกตเกี่ยวกับ ECD (Electron Capture Detector)
- GC detector
- GC - peak fitting ตอนที่ ๑ การหาพื้นที่พีคที่เหลื่อมทับ
- GC principle
- LC detector
- LC principle
- MO ตอบคำถาม การแยกพีค GC ด้วยโปรแกรม fityk
- MO ตอบคำถาม สารพัดปัญหาโครมาโทแกรม
- Relative Response Factors (RRF) ของสารอินทรีย์ กับ Flame Ionisation Detector (FID)
- Thermal Conductivity Detector
- Thermal Conductivity Detector ภาค 2
สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items - DUI)
- การกลั่นแยก H2 และ D2
- การก่อการร้ายด้วยแก๊สซาริน (Sarin) ในรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียว MO Memoir : Friday 6 September 2567
- การผลิตกรดไนตริกความเข้มข้นสูง
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๐ ฟังก์ชันเข้ารหัสรีโมทเครื่องปรับอากาศ
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๑ License key
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๒ สารเคมี (Chemicals)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๓ ไม่ตรงตามตัวอักษร (สารเคมี)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๔ ไม่ตรงตามตัวอักษร (Heat exchanger)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๕ Sony PlayStation
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๖ เส้นใยคาร์บอน (Carbon fibre)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๗ The Red Team : Centrifugal separator
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๘ The Blue Team : Spray drying equipment
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑๙ เครื่องสลายนิ่วในไตด้วยคลื่นกระแทก (Lithotripter)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๑ ตัวเก็บประจุ (Capacitor)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๐ เรซินแลกเปลี่ยนไอออน (Ion-exchange resin)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๑ ไม่ตรงตามตัวอักษร (Aluminium tube)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๒ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (Defibrillator)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๓ เครื่องยนต์ดีเซล
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๔ มุมมองจากทางด้านเทคนิค
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๕ Printed Circuit Board (PCB)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๖ วาล์วใน Category 0
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๗ วาล์วใน Category 2
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๘ ปั๊มสำหรับสารเคมี
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒๙ แม่เหล็กและวัสดุแม่เหล็ก
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๒ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๓ เครื่องแปลงความถี่ไฟฟ้า (Frequency Changer)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๔ อุปกรณ์เข้ารหัส (Encoding Device)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๕ Insulated Gate Bipolar Transistor (IGBT)
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๖ Toshiba-Kongsberg Incident
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๗ รายงานผลการทดสอบอุปกรณ์
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๘ Drawing อุปกรณ์
- การวินิจฉัยการเข้าข่ายสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ตัวอย่างที่ ๙ ซอร์ฟแวร์ควบคุมการทำงานอุปกรณ์
- การสกัด Deuterium ด้วย NH3
- ความลับแตกเพราะทัวร์ผู้นำ (Pressure transducer)
- เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
- แคลเซียม, แมกนีเซียม และบิสมัท กับการผลิตอาวุธทำลายล้างสูง
- ถุงลมนิรภัยกับยาน้องหมาแมว
- บิสมัทกับการสกัดพลูโตเนียม
- บิสมาเลอิไมด์ (Bismaleimide)
- เมื่อผู้ส่งออกและภาครัฐมีความเห็นต่างกันเรื่องคุณสมบัติสินค้า DUI
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๑
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๑๐
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๑๑
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๒
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๓
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๔
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๕
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๖
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๗
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๘
- สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items : DUI) ตอนที่ ๙
- สินค้าที่ไม่ใช่ DUI ที่เป็นสินค้า DUI - ไตรบิวทิลฟอสเฟต (Tributyl phosphate)
- สินค้าที่ไม่ใช่ DUI ที่เป็นสินค้า DUI - Karl Fischer moisture equipment
- หอกลั่นแยก H2 และ D2
- Fluorocarbon fluids
- Platinum catalyst, Trickle bed reactor และการผลิต Heavy water MO Memoir : Tuesday 17 February 2569
- Polyarylene ketones
- Regime 5 ของ EU control list of dual-use items 2025
API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๐)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๑)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๒)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๓)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๔)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๕)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๖)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๗)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๘)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๑๙)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๐)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๑)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๒)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๓)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๔)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๕)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๖)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๗)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๘)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๒๙)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๓)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๓๑)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๔)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๕)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๖)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๗)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๘)
- API 2000 Venting Atmospheric and Low-Pressure Storage Tanks (ตอนที่ ๙)
โน๊ตเพลง
- "กำลังใจ" และ "ถึงเพื่อน"
- "ใกล้รุ่ง" และ "อาทิตย์อับแสง"
- "คนดีไม่มีวันตาย" "หนึ่งในร้อย (A Major) และ "น้ำตาแสงใต้ (A Major)"
- "ความฝันอันสูงสุด" และ "ยามเย็น"
- "จงรัก" และ "ความรักไม่รู้จบ"
- "ฉันยังคอย" และ "ดุจบิดามารดร"
- "ชาวดง" และ "ชุมนุมลูกเสือไทย"
- "ตัดใจไม่ลง" และ "ลาสาวแม่กลอง"
- "เติมใจให้กัน" และ "HOME"
- "แต่ปางก่อน" "ความรักไม่รู้จบ" "ไฟเสน่หา" และ "แสนรัก"
- "ทะเลใจ" "วิมานดิน" และ "เพียงแค่ใจเรารักกัน"
- "ที่สุดของหัวใจ" "รักล้นใจ" และ "รักในซีเมเจอร์"
- "ธรณีกรรแสง" และ "Blowin' in the wind"
- "นางฟ้าจำแลง" "อุษาสวาท" และ "หนี้รัก"
- "แผ่นดินของเรา" และ "แสงเทียน"
- "พรปีใหม่" และ "สายฝน"
- "พี่ชายที่แสนดี" "หลับตา" และ "หากรู้สักนิด"
- เพลงของโรงเรียนเซนต์คาเบรียล
- "มหาจุฬาลงกรณ์" "ยูงทอง" และ "ลาภูพิงค์"
- "ยังจำไว้" "บทเรียนสอนใจ" และ "ความในใจ"
- "ร่มจามจุรี" และ "เงาไม้"
- "ลมหนาว" และ "ชะตาชีวิต"
- "ลองรัก" และ "วอลซ์นาวี"
- "ลาแล้วจามจุรี"
- "วันเวลา" และ "โลกทั้งใบให้นายคนเดียว"
- "วิหคเหินลม" และ "พรานทะเล"
- "สายชล" และ "เธอ"
- "สายใย" และ "ความรัก"
- "สายลม" และ "ไกลกังวล"
- "สายลมเหนือ" และ "เดียวดายกลางสายลม"
- "หน้าที่ทหารเรือ" และ "ทหารพระนเรศวร"
- "หนึ่งในร้อย" และ "น้ำตาแสงใต้"
- "หากันจนเจอ" และ "ลมหายใจของกันและกัน"











